รายละเอียดของคำถาม ไปหน้ารายการคำถาม    แก้ไขคำถาม   พิมพ์หน้านี้  ส่งหน้านี้ให้เพื่อน  
คำถาม :  คำทำนายโลก ปี2555 ในพระคัมภีร์ไบเบิล ของจริง (โปรดใช้วิจารณญาณ!)
รายละเอียด :  

   
โปรดใช้วิจารณญาณ!...คำทำนายโลก ปี2555
คำพยากรณ์ของพระเยซู ท่านคงจะเคยได้ยินคำทำนายของนักพยากรณ์หลายๆท่าน ซึ่งบางครั้งก็ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง แต่หากผู้พยากรณ์คนนั้นเป็นพระเจ้าล่ะ มันจะเป็นเพียงแค่คำทำนายธรรมดาทั่วไป หรือว่าเป็นแผนการของพระเจ้าที่จัดเตรียมไว้?

และนี่เป็นส่วนหนึ่งของคำทำนายจากผู้เป็นพระเจ้า นั่นคือพระเยซูคริสต์ มีคำพยากรณ์ที่พระเยซูคริสต์ได้บอกกับอัครสาวกและได้ถูกบันทึกโดยการดลใจจากพระเจ้าลงในพระคัมภีร์ไบเบิลในภาคพันธสัญญาใหม่





1. คริสตจักรจะอยู่รอดและเจริญรุ่งเรือง

Matthew 16:17
พระเยซูตรัสตอบเขาว่า "ซีโมนบุตรโยนาเอ๋ย ท่านก็เป็นสุข เพราะว่าเนื้อหนังและโลหิตมิได้แจ้งความนี้แก่ท่าน แต่พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงแจ้งให้ทราบ ฝ่ายเราบอกท่านด้วยว่า ท่านคือเปโตร และบนศิลานี้เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ และประตูแห่งนรกจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นก็หามิได้
คริสตจักรจะไม่ถูกเอาชนะหรือหมดสิ้นไปเพราะขาดผู้เชื่อ คริสเตียนในยุคแรกได้ทนต่อการถูกข่มเหงอย่างมากใน 3 ยุคสมัยของอาณาจักรโรมัน แต่คริสตจักรก็อดทนอย่างแรงกล้าและเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงกระทั่งทุกวันนี้

2. วิหารที่กรุงเยรูซาเล็มจะถูกทำลายลง

Matthew 24:1-2
ฝ่ายพระเยซูทรงออกจากพระวิหาร แล้วพวกสาวกของพระองค์มาชี้ตึกทั้งหลายของพระวิหารให้พระองค์ทอดพระเนตร พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า "สิ่งสารพัดเหล่านี้พวกท่านเห็นแล้วมิใช่หรือ เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ศิลาที่ซ้อนทับกันอยู่ที่นี่ ซึ่งจะไม่ถูกทำลายลงก็หามิได้

วิหารได้ถูกทำลายลงครั้งแรกเมื่อ 586 BC และได้ถูกบูรณะขึ้น 70 ปีหลังจากนั้น วิหารได้คงอยู่ 586 ปี และได้ถูกทำลายลงเมื่อปี 70 AD
การทำลายวิหารทั้งสองครั้งถูกทำลายโดยอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในยุคนั้นๆ คือ ยุคแรกบาบิโลน และยุคหลังคือ โรมัน
เมื่อ 70 ADโรมันได้เข้าทำลายเยรูซาเล็ม และฆ่าชาวยิวประมาณ 1.1 ล้านคน ระหว่างนั้นได้มีการเผาทำลายวิหารเพื่อหลอมเอาทองคำ และเมื่อทองคำหลอมละลายก็ไหลลงไปตามซอกหิน ทหารโรมันจึงทำลายหินที่ทับซ้อนกันเพื่อเอาทองคำ จึงไม่มีหินก้อนไหนที่ทับซ้อนกันอยู่เลย

3.ข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของพระเยซู จะถูกประกาศไปทั่วโลก

Matthew 24:14
ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลกให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง
ข่าวประเสริฐจะถูกประกาศไปทั่วทั้งโลก ในทุกวันนี้เรื่องของพระเยซูถูกประกาศออกไปมากมายทั่วโลก แม้แต่ในประเทศไทยเองก็เช่นกัน และยิ่งยุคนี้ด้วยแล้วการติดต่อสื่อสาร ส่งข่าวทั้งทางโทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต หรือโทรศัพท์ก็มีศักยาภาพที่ดีในการส่งข่าวไปได้ทุกที่แล้ว และเมื่อทุกคนได้ยินเรื่องข่าวประเสริฐแล้ว ที่สุดปลายจะมาถึงก็คือวันพิพากษานั่นเอง

4. จะเกิดเหตุการณ์ความทุกยากลำบาก

Matthew 24:21-22
ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่ง อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงเวลานี้ และจะไม่มีต่อไปอีกเลย และถ้ามิได้ทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า จะไม่มีเนื้อหนังใดๆรอดได้เลย แต่เพราะทรงเห็นแก่ผู้ที่เลือกสรรไว้ จึงทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า
ปัจจุบันเกิดเหตุการณ์เลวร้ายทั้งจากโรคระบาด การกันดารอาหารความทุกทรมานต่างๆและสงครามทั่วทุกมุมโลกได้เกิดขึ้นแล้ว

5. ชาวยิวจะกระจัดกระจายไปทั่วโลก

Luke 21:24
เขาจะล้มลงด้วยคมดาบ และต้องถูกกวาดเอาไปเป็นเชลยทั่วทุกประชาชาติ และคนต่างชาติจะเหยียบย่ำกรุงเยรูซาเล็ม จนกว่าเวลากำหนดของคนต่างชาตินั้นจะครบถ้วน
ชาวยิวถูกเหยียบย่ำโดย Gentiles และชาวยิวจะกระกระจายไปยังทุกชาติ และนี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นโรมันได้เข้าทำลายกรุงเยรูซาเล็มเมื่อปี 70 AD และอีกครั้งในปี 35 AD การเข้าทำลายกรุงเยรูซาเล็มทั้งสองครั้งได้คร่าชีวิตชาวยิวไปกว่า 1.5 ล้านคน ชาวยิวอีกหนึ่งคน ได้ตกเป็นทาสของคนประเทศอื่น ส่วนใหญ่ทางยุโรป และเอเชียบางส่วน และในยุคต่อมาชาวยิวก็ได้รับการยอมรับของคนทั่วโลกในทุก

6. อิสราเอลจะกลับมารวมกันเป็นประเทศอีกครั้งและเป็นสัญญาณเตือนถึงวันพิพากษา

Luke 21:29-31
พระองค์ตรัสคำอุปมาแก่เขาว่า "จงดูต้นมะเดื่อและต้นไม้ทั้งปวงเถิด เมื่อผลิใบออกแล้ว ท่านทั้งหลายก็เห็นและรู้อยู่เองว่าฤดูร้อนจวนจะถึงแล้ว เช่นนั้นแหละ เมื่อท่านทั้งหลายเห็นเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น ก็ให้รู้ว่าอาณาจักรของพระเจ้าใกล้จะถึงแล้ว 32เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนในชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงลับไปจนกว่าสิ่งทั้งปวงนี้จะสำเร็จ ฟ้าและดินจะล่วงไป แต่ถ้อยคำของเราจะสูญหายไปหามิได้เลย
อิสราเอลได้กลับมาเป็นประชาชาติอีกครั้ง เมื่อ 2000 ปีก่อนอิสราเอลได้ถูกปกครองโดยโรมัน อิสราเอลไม่มีอำนาจในการปกครองตนเองในยุคนั้น จนกระทั่งหลังยุคของการเนรเทศ ชาวยิวได้กลับสู่แผ่นดินอิสราเอลอีกครั้งและได้ฟื้นฟูอำนาจอธิปไตยและรวมกันเป็นประเทศในปี 1948 AD เมื่อไม่นานมานี้เอง !! นั่นหมายความว่านี่เป็นสัญญาณว่าเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว...

7. พระวจนะของพระเยซูจะดำรงอยู่เป็นนิจ

Luke 21:33
ฟ้าและดินจะล่วงไป แต่ถ้อยคำของเราจะสูญหายไปหามิได้เลย
คุณเคยเห็นใครที่กล้าอ้างเช่นนี้บ้างรึป่าวว่าถ้อยคำของเขาจะไม่ถูกลืมเลือน กว่า 2000 ปีมาแล้วที่ถ้อยคำของพระเยซูถูกบันทึกมาตลอด และคริสเตียนนั้นก็มีอยู่ทั่วโลก ดังนั้นไม่มีทางเลยที่พระวจนะของพระเยซูจะถูกลืมไปจากโลกนี้


8. จะเกิดภัยพิบัติแก่โลกและแหล่งน้ำของโลกจะมีสารปนเปื้อน

Revelation 8:7-11
เมื่อทูตสวรรค์องค์แรกเป่าแตรขึ้น ลูกเห็บและไฟปนด้วยเลือดก็ถูกทิ้งลงบนแผ่นดิน ต้นไม้ไหม้ไปหนึ่งในสามส่วน และหญ้าเขียวสดไหม้ไปหมดสิ้น
เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่สองเป่าแตรขึ้น ก็มีสิ่งหนึ่งเหมือนภูเขาใหญ่กำลังลุกไหม้ถูกทิ้งลงไปในทะเล และทะเลนั้นได้กลายเป็นเลือดเสียหนึ่งในสามส่วน สัตว์ทั้งปวงที่มีชีวิตอยู่ในทะเลนั้นตายเสียหนึ่งในสามส่วน และบรรดาเรือกำปั่นแตกเสียหนึ่งในสามส่วน
เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่สามเป่าแตรขึ้น ก็มีดาวใหญ่ดวงหนึ่งเป็นเปลวไฟลุกโพลงดุจโคมไฟตกจากท้องฟ้า ดาวนั้นตกลงบนแม่น้ำหนึ่งในสามส่วน และตกที่บ่อน้ำพุทั้งหลายดาวดวงนี้มีชื่อว่าบอระเพ็ด รสของน้ำกลายเป็นรสขมเสียหนึ่งในสามส่วน และคนเป็นอันมากก็ได้ตายไปเพราะน้ำนั้นกลายเป็นน้ำรสขมไป
เมื่อทูตสวรรค์องค์ที่สี่เป่าแตรขึ้น ดวงอาทิตย์ก็ถูกทำลายไปหนึ่งในสามส่วน ดวงจันทร์และดวงดาวทั้งหลายก็เช่นเดียวกันจึงมืดไปหนึ่งในสามส่วน กลางวันก็ไม่สว่างเสียหนึ่งในสามส่วน และกลางคืนก็เช่นเดียวกับกลางวัน

ในพระธรรมตอนนี้ได้บรรยายไว้เหมือนกับการทำสงครามยุคใหม่ หรืออาจจะเป็นฝนดาวตก พระธรรมตอนนี้ได้พูดถึงวัตถุที่ตกลงมาจากท้องฟ้าและลงมาทำลายโลกและเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำมีรสขม ในภาษาเดิมนั้น คำว่าขมยังสามารถแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า ไม่บริสุทธิ์ อีกด้วย จะมีคนตายจำนวนมากเพราะน้ำนั้นมีรสขม นักวิชาการได้ใคร่ครวญดูแล้วก็กล่าวได้ว่านี่เป็นการอ้างอิงถึงอนาคตที่อาจจะมีการปนเปื้อนของสารกัมมันตภาพรังสีของแหล่งน้ำในโลก

9. จะมีการรวบรวมทหาร 200 ล้านคนRevelation 9:16

จำนวนพลทหารม้ามีสองร้อยล้าน นี่คือจำนวนที่ข้าพเจ้าได้ยิน

พระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่าจะมีการรวมทหาร 200 ล้านคน คำทำนายนี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ประชากรของโลกมีประมาณ 6,000 ล้านคนแล้ว และทำให้เพิ่มความเป็นไปได้ที่จะมีการร่วมมือกันระหว่างประเทศในการรวมกองทหารเข้าด้วยกันเป็นจำนวน 200 ล้านคน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินกว่าจินตนาการของเราในอนาคต
10. ประชาชาติจะได้เห็นการตายของพยานทั้งสองพร้อมกันทั่วโลก
Revelation 11:9-10
คนหลายชาติ หลายตระเราล หลายภาษา หลายประชาชาติ จะเพ่งดูศพเขาตลอดสามวันครึ่ง และจะไม่ยอมให้เอาศพนั้นใส่อุโมงค์เลยคนทั้งหลายซึ่งอยู่ในแผ่นดินโลกจะยินดีเพราะเขา และจะสนุกสนานรื่นเริง

เหตุการณ์นี้ยังไม่เกิดขึ้น คือมีพยาน 2 คน ลงมาจากสวรรค์เพื่อประกาศข่าวประเสริฐ คือ โมเสสและเอลียาห์และจะมีสัตว์ร้ายที่ขึ้นมาจากบาดาลสู้กับพยานทั้งสองและฆ่าเค้าเสีย แต่เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในสมัยที่ยุคพระคัมภีร์ถูกเขียนขึ้นที่คนทั่วโลกจะเห็นศพของทั้งสองคนพร้อมกันในเวลาเพียงแค่ 3 วัน แต่ใน
ปัจจุบันนี้เรามีทั้งโทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่คนทั่วโลกจะเห็นเหตุการณ์นี้พร้อมกันในเวลา 3 วันได้อย่างไร

11. คนทั่วโลกจะถูกบังคับให้ติดเครื่องหมายแห่งสัตว์ร้าย

Revelation 13:16-18
และมันยังได้บังคับคนทั้งปวง ทั้งผู้น้อยผู้ใหญ่ คนมั่งมีและคนจน ไทยและทาส ให้รับเครื่องหมายไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผากของเขา เพื่อไม่ให้ผู้ใดทำการซื้อขายได้ นอกจากผู้ที่มีเครื่องหมายนั้น หรือชื่อของสัตว์ร้ายนั้น หรือเลขชื่อของมัน ในเรื่องนี้จงใช้สติปัญญา ถ้าผู้ใดมีความเข้าใจก็ให้คิดตรึกตรองเลขของสัตว์ร้ายนั้น เพราะว่าเป็นเลขของบุคคลผู้หนึ่ง เลขของมันคือหกร้อยหกสิบหก พระธรรมตอนนี้ได้บอกเราว่าจะมีการบังคับให้ติดเครื่องหมายของสัตว์ร้ายไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผาก หากผู้ใดที่ไม่มีเครื่องหมายนี้ก็จะไม่สามารถทำการซื้อขายได้ เมื่อพระธรรมตอนนี้ได้ถูกเขียนขึ้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้คนทุกคนติดเครื่องหมาย แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเรื่องที่ง่ายมาก เป็นไปได้ที่จะมีการฝังไมโครชิปไว้ที่ใต้ผิวหนังเพื่อใช้งานในการติดต่อซื้อขายกัน

12. แม่น้ำยูเฟรติสจะแห้งเพื่อเป็นทางสำหรับข้ามไป

Revelation 16:12
ทูตสวรรค์องค์ที่หกเทขันของตนลงที่แม่น้ำใหญ่ คือแม่น้ำยูเฟรติส ทำให้น้ำในแม่น้ำนั้นแห้งไป เพื่อเตรียมมรรคาไว้สำหรับบรรดากษัตริย์ที่มาจากทิศตะวันออก

พระธรรมตอนนี้ได้บอกไว้ว่าเมื่อน้ำยูเฟรติสจะหยุด หรือแห้งไป เพื่อเตรียมทางไว้สำหรับ กษัตริย์ที่มาจากทิศตะวันออก นักวิชาการบางท่านได้ เชื่อมโยงไปถึงการทำสงครามในอิสราเอล ในสมัยที่พระคัมภีร์ถูกเขียนขึ้นนั้น การที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ได้จะต้องมีภัยพิบัติทรงธรรมชาติขั้นรุนแรง หรือใช้แรงงานคนมหาศาลจึงจะสามารถทำให้สายน้ำเบี่ยงเบนหรือหยุดไปได้ แต่ปัจจุบันมีเขื่อนมากมายที่ทำให้การหยุดหรือเบี่ยงเบนน้ำกลายเป็นเรื่องง่ายไปเสียแล้ว

ในพระคัมภีร์ไบเบิลของคริสเตียน มีคำทำนายมากมายเป็นพันๆเลยทีเดียว และส่วนใหญ่ได้เกิดขึ้นและสำเร็จไปแล้ว แต่ก็มีอีกหลายข้อที่ยังไม่เกิดขึ้นและกำลังรอเหตุการณ์นั้นอยู่ โดยเฉพาะสัญญาณบางอย่างที่เป็นตัวบ่งบอกว่าใกล้จะถึงวันพิพากษานั้นแล้ว เช่น การที่อิสราเอลเองรวมตัวกันขึ้นเป็นประเทศซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อไม่นานนี้เอง หรือว่านี่จะเป็นการสำแดงสัญญาณเตือนของพระเจ้ามาสู่โลกมนุษย์จริงๆ? ไม่มีใครสามารถบอกได้ จนกว่าวันสุดท้ายของโลกจะมาถึง
ผู้ถาม : คนรู้
125.25.245.103-
ส่งคำถามเมื่อ :  วัน เสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2551   เวลา 13 นาฬิกา 40 นาที

 คำตอบที่  1 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
ผู้รู้เคยอ่านพระไตรปิฎก หรือ ฮัลกุรฮาน แล้วเอามาเปรียบเทียบกันบ้างไหมครับ. เราสามารถชะลอสิ่งเลวร้ายถ้าทุกคนร่วมคิดร่วมทำแต่สิ่งดี คนจนก็ต้องรู้จักขยัน คนรวยก็ต้องรู้จักแบ่งปันอบายมุขก้ให้ถอยห่าง
ผู้ตอบ : <.-.>
58.8.193.159-
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันอาทิตย์ 1 มิถุนายน 2551   เวลา 18 นาฬิกา 24 นาที

 คำตอบที่  2 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
เราจะทำดี

ไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น

ถึงแม้บางทีเราเป็นคนพูดจาปากหนัก

เหมือนเป็นคน ร้ายๆ

แต่ลึกลงไปในจิตใจลึกๆ

ทุกคนก็รู้ดีว่าตัวเองเป็นอย่างไร
ผู้ตอบ : -*-
125.24.239.196-
 Mail to -*-  -*- 's Web Site
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันจันทร์ 22 กันยายน 2551   เวลา 15 นาฬิกา 51 นาที

 คำตอบที่  3 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ความเชื่อ ความรัก ความศรัทธาอย่างแท้จริงในตัวพระผู้เป็นเจ้า จะนำพามาซึ่งความอยู่รอด
ผู้ตอบ : LOVE
222.123.59.194-
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 23 มกราคม 2552   เวลา 11 นาฬิกา 5 นาที

 คำตอบที่  4 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
อย่าปลอบใจตัวเองให้เสียเวลาเลยเพราะคำทำนายในพระคัมภีร์ทุกอย่างจำเป็นจะต้องสำเร็จ ร้อยเปอร์เซนต์ ที่พระเยซูยังไม่มาก็เพราะพระองค์รอคอยและให้โอกาสให้คนกลับมาหาพระองค์เพราะพระองค์ทรงรักมนุษย์ทุกคน ท่านต้องเชื่อเท่านั้นท่านจึงจะรอดการพึ่งความดีไม่มีประโยชน์
ผู้ตอบ : รอการกลับมา
61.7.171.62-
 Mail to รอการกลับมา
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 20 กุมภาพันธ์ 2552   เวลา 10 นาฬิกา 34 นาที

 คำตอบที่  5 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
ใครที่ระบุเวลาที่พระเยซูเสด็จมาก็ถือว่าสอนผิดเพราะไม่มีใครรู้ว่าพระเยซูจะเสด็จมาเวลาไหน
ผู้ตอบ : รอการกลับมา
61.7.171.62-
 Mail to รอการกลับมา
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 20 กุมภาพันธ์ 2552   เวลา 10 นาฬิกา 37 นาที

 คำตอบที่  6 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
ที่เรารอดก็โดยพระคุณและความเชื่อในพระเยซูคริสต์ พระเจ้าของเรานะคะ

ไม่ใช่ด้วยความดี แต่การรอดนำมาซึ่งการทำความดี

เราอาจทำดีโดยปราศจากความรักได้ แต่เราจะรักโดยปราศจากการทำความดีด้วยไม่ได้
ผู้ตอบ : คริสเตียน
125.27.199.169-
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันอาทิตย์ 15 มีนาคม 2552   เวลา 11 นาฬิกา 13 นาที

 คำตอบที่  7 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
ช่วยด้วยแต่ก่อนเคยเป็นคริสเตียนแล้วตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้วเคยลองกลับไปที่โบทถ์แล้วก็ไม่ได้กลับไปอีกเป็นเพราะเราไม่เข้มแข็งใช่ไหมค่ะ
ช่วยตอบทีนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

maggie_may1979@hotmail.com
ผู้ตอบ : may
116.58.231.242-
 Mail to may
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันพฤหัสบดี 30 เมษายน 2552   เวลา 0 นาฬิกา 3 นาที

 คำตอบที่  8 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
ความรู้สึกมักนำให้เราออกห่างจากพระเจ้า เชื่อมั่นและทำตามพระวัจนะของพระเจ้าดีกว่าค่ะ ไม่จำเป็นต้องสนใจความรู้สึกของตัวเองมากนักถ้ามันทำให้เราท้อแท้ สนใจว่าพระเจ้ามองเรายังไงนะคะ พระองค์ไม่เคยดูถูกผู้เล็กน้อย แล้วก็ไม่เคยตัดสินใครว่าอ่อนแอ
ผู้ตอบ : ซุป
124.121.186.6-
 Mail to ซุป
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันจันทร์ 4 พฤษภาคม 2552   เวลา 23 นาฬิกา 14 นาที

 คำตอบที่  9 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
ถึงคุณเมย์

ไม่ต้องกลัวนะคุณเมย์ พระเจ้าอยู่กับคุณเสมอ ตั้งแต่วันที่คุณขอให้พระเยซูเข้ามาในชีวิต พระองค์สัญญาว่า " เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย " ฮีบรู 13 : 5
ยึดพระสัญญาเอาไว้ให้มั่น ความรู้สึกเป็นยังไงไม่ต้องสนใจนัก เพราะมันก็คือเนื้อหนังที่คอยดึงเราออกจากพระเจ้า
การเป็นคริสเตียนเข้มแข็งหรือไม่เข้มแข็งพระเจ้าจะเป็นคนตัดสินเอง
ถ้าชีวิตคริสเตยนดูเหมือนไม่มีชีวิตชีวา ก็ไม่ต้องกลัวนะคะ เชื่อว่าเป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่คอยเตือนให้เรากลับมาเอาจริงกับความสัมพันธ์กับพระเจ้าได้แล้ว
ในระหว่างที่เราหายตัวไปจากการดำเนินชีวิตคริสเตียน เราคงทำหลายอย่างที่ไม่ใช่น้ำพระทัยพระเจ้า
ถ้าอยากรื้อฟื้นความสัมพันธ์ขึ้นใหม่ ก็โดยการกลับมาหาพระเจ้า สารภาพบาป ขอการอภัยจากพระองค์ในทุกสิ่งที่เราทำที่ไม่ใช่น้ำพระทัยพระเจ้า พระองค์สัญญาว่า " ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อ ก็จะทรงโปรดยกโทษบาปของเราและจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น " ยอห์น 13 : 9 ( ต้องเชื่อและมั่นใจในคำพูดของพระเจ้านะคะ )
หลังจากนั้นก็ขอให้พระเยซูกลับขึ้นมาครอบครองบัลลังก์ชีวิตอีกครั้ง เป็นจอมเจ้านายของเรา ( หลังจากที่เราปลดพระองค์ลงจากเก้าอี้คนขับแล้วเรแย่งตำแหน่ง ของพระองค์มาทำซะเอง ชีวิตก็เลยหลงทางไป ) หลังจากอธิษฐานแล้ว ก็ต้องแสดงการกลับใจด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนใหม่ด้วยค่ะ

เรายังไม่พูดถึงเรื่องการไปโบสถ์นะ
ชีวิตคริสเตียนเป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของเรากับพระเจ้า เหมือนเรารู้จักเพื่อนกว่าจะสนิทสนมมีความสัมพันธ์ที่ดี รู้ใจกัน ก็ล้วนแต่ต้องให้เวลา ให้ความสำคัญกับคนคนนั้น ถ้าเราอยากรู้จักคนนั้นมากเท่าไหร่ก็จะพยายามทุกวิถีทางที่จะได้พูดคุย ได้ใช้เวลากับเค้าใช่มั๊ยคะ

ตอนนี้จะพูดถึงการไปโบสถ์แล้ว
การได้ไปร้องเพลงนมัสการ
ฟังเทศนาคำสอนจากพระคัมภีร์ ( พระคัมภีร์เป็นเหมือนจดหมายที่พระเจ้าเขียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระองค์เอง ให้เราได้อ่าน เพื่อที่เราจะได้รู้จักพระองค์มากขึ้น )
ได้พบปะคริสเตียนคนอื่นเพื่อเราจะได้รู้จักพระองค์ผ่านทางชีวิตคนอื่นด้วย

พระเจ้ารักคุณเมย์มากนะคะ พระองค์ยอมตายเพื่อให้เรากลับคืนดีกับพระเจ้าและมีความสัมพันธ์เป็นส่วนตัวกับคุณ พระองค์ทุ่มเทด้วยชีวิตค่ะ
อย่าเพิ่งท้อแท้ในการติดตามพระเจ้านะคะ เราอ่อนแอแต่พระเจ้าเข้มแข็ง ขอพระองค์ช่วยให้เรามีกำลังในการติดตามพระองค์นะคะ

ด้วยรักในพระคริสต์



ผู้ตอบ : ซุป
124.121.186.6-
 Mail to ซุป
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันจันทร์ 4 พฤษภาคม 2552   เวลา 23 นาฬิกา 16 นาที

 คำตอบที่  10 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
ไม่เจ้าไม่เคยทอดทิ้งคนของพระองค์ พระองค์ให้อภัยเสมอสำหรับคนที่กลับใจ ดูอย่างโจรที่ถูกตรึงพร้อมพระเยซูสิครับ คนหนึ่งกลับใจขอให้พระเยซูช่วย พระเยซูก้อยังรับเขาขึ้นไปสวรรค์เลยครับ เคยมีคนถามว่ากลับใจก่อนจะตายได้ไหม ได้ครับ แล้วเราจะรู้หรือเปล่าวละครับว่าจะตายตอนไหน ในยุคสุดท้ายเราเองก็ไม่รู้ว่าพระเจ้าจะกลับมาเมื่อไร ตอนนี้ยังมีโอกาศเราก็ควรรีบกลับใจซะก่อนที่มันจะสายไปครับ

ผู้ตอบ : ขอนไม้
125.26.108.69-
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันพฤหัสบดี 7 พฤษภาคม 2552   เวลา 8 นาฬิกา 37 นาที


Pages [1 of 2] : 1 2 Next>
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1.โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฏหมาย ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หรือกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
รายละเอียดคำตอบ   
* รายละเอียด :  
การสร้าง Link และเน้นข้อความ
คลิกเพื่อเลือก สีเน้น

คลิกเพื่อเลือก Smilly
       

       

       

         
* ผู้ตอบ :     
E-Mail :  
WebSite :  
 
Captcha :   
*
ถ้าคุณเป็นสมาชิก คุณจะไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวครับ
เลือก Icon แทนบุคลิกของคุณ