รายละเอียดของคำถาม ไปหน้ารายการคำถาม    แก้ไขคำถาม   พิมพ์หน้านี้  ส่งหน้านี้ให้เพื่อน  
คำถาม :  ระวัง"รวยแต่โกง"หลุดคดีชั้นอุทธรณ์
รายละเอียด :  

   
สังคมยุติธรรม วันนี้ อยากย้ำเตือนความทรงจำของประชาชน ผู้รักความเป็นธรรม ว่าเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2551 ศาลอาญา ได้มีคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์ "นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์(จำเลยที่ 1) คุณหญิงพจมาน ชินวัตร (จำเลยที่ 2)และ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน(จำเลยที่ 3) "ฐานจงใจเลี่ยงภาษีบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่า 546 ล้านบาท โดยศาลพิพากษาจำคุก นายบรรณพจน์ และ คุณหญิงพจมาน คนละ 3 ปี ส่วน นางกาญจนาภา จำคุก 2 ปี

วันนี้คดีดังกล่าวได้ต่อสู้ในชั้นศาลอุทธรณ์ มาเป็นเวลากว่า 2 ปี 1 เดือน 9 วัน และมีข่าวแว่วว่า...คดีนี้ใกล้ถึงวันที่ศาลอุทธรณ์ จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว ส่วนศาลจะพิพากษาเป็นคุณ หรือ เป็นโทษ กับ จำเลยทั้ง 3 หรือไม่ อย่างไร? คงจะต้องรอฟังในวันพิพากษาแบบเต็มๆ

แต่สำหรับนาทีนี้...หากถอดรหัสการเมือง กรณี"คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร (ชินวัตร)"ว่าความจริงเขากลัวคดีนี้หรือไม่?หากศาลอุทธรณ์ พิพากษาเป็นโทษกับเขา อะไรจะเกิดขึ้น?
และหากทั้งศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษาไปในทางเดียวกัน ถือเป็นการปิดทาง การเข้าสู่ผู้นำทางการเมืองของ คุณหญิงพจมาน ใช่หรือไม่?

ขณะที่ความจริงของการเมืองพรรคเพื่อไทย คงไม่มีใครปฎิเสธว่า ตัวจริง เสียงจริง คือ "พจมาน ณ ป้อมเพ็ชร (ชินวัตร)"โดยที่เขาเป็นทั้ง ตัวเปิด และตัวปิด ในเกมการเมือง ไปในคราวเดียวกัน

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ได้เห็นข่าว"หญิงอ้อ"นำทีมเจรจาลับแทน "แม้ว"...หลังพบเบื้องหลังการแถลงข่าวแนวทางยุติความขัดแย้งตามแผนปรองดอง เกิดจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ประสานผ่านแกนนำสายชินวัตร ในพรรค ให้ร่างแถลงการณ์ข้อเสนอการปรองดอง ก่อนแจ้งมาที่นายปลอดประสพ สุรัสวดีโดยผู้ที่เป็นแกนนำหลักในพูดคุยคือ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งประสานเจรจาทางลับกับผู้มีอำนาจฝ่ายรัฐบาลมาตลอด และล่าสุดได้รับสัญญานที่ดี จึงเป็นที่มาของแถลงการณ์ดังกล่าว

ส่วนที่เกริ่นนำคดีประวัติศาสตร์ (จำคุกหญิงอ้อ)ในข้างต้น จะเกี่ยวโยง หรือเกี่ยวข้องกับ แผนปรองดองอย่างไร กล่าวคือ....ว่ากันว่า คดีที่คุญหญิงอ้อ และ พลพรรค(ชินวัตร)เพื่อไทย กลัวที่สุด ก็โทษจำคุก 3 ปี ในคดีนี้แหละ!

เพราะหากเขาหลุดพ้นโทษคุก 3 ปี ด้วยการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเป็นคุณ ด้วยการพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น หรือ ยกฟ้อง เขาก็มีคุณสมบัติสามารถเข้าสู่การเมือง นั่งเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยได้ แต่หากเขาถูกศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้น การต่อสู้ในชั้นฎีกา ยังต้องใช้เวลาอีกนาน และการเมือง สำหรับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่สามารถรอได้อีกแล้ว จึงทำให้แผนการปรองดอง ควบคู่กับ แผนต่อรองล้มคดี เลี่ยงภาษี ชินฯเดินตีคู่กันไปโดยปริยาย

เพื่อย้ำเตือนความทรงจำ จึงขอนำท้ายคำพิพากษาของศาลชั้นต้น มาเสนออีกครั้ง

"จำเลยทั้งสามเป็นผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะกระทำผิดฐานให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอากร จำเลยที่ 2 เป็นกริยาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับผู้บริหารประเทศ จำเลยทั้งสามจึงนอกจากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตนเยี่ยงพลเมืองดีทั่วๆ ไปแล้ว ยังควรดำรงตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีสมฐานะทางเศรษฐกิจ และสังคมด้วย แต่จำเลยทั้งสามกลับร่วมกันกระทำการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่เป็นธรรมต่อสังคมและระบบภาษี ทั้งๆ ที่จำนวนภาษีอากรที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระตามกฎหมาย และจำเลยที่ 2 จะเป็นผู้ชำระแทนในที่สุดนั้น เทียบไม่ได้กับจำนวนทรัพย์สินที่จำเลยที่ 2 และครอบครัวมีอยู่ในขณะนั้น การที่จำเลยที่ 1 จะชำระภาษีอากรไปตามกฎหมายเช่นพลเมืองดีทุกคน จึงมิได้มีผลกระทำต่อฐานะของจำเลยที่ 2 แต่อย่างใด การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามจึงร้ายแรง

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสาม มีความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (1) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 38 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันโดยความเท็จ โดยฉ้อโกง หรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน หลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 2 ปี ฐานโดยรู้อยู่แล้วหรือโดยจงใจ ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 3 ปี สำหรับคำขอให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษที่จำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ อม.1/2551 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ไม่ปรากฏว่าคดีดังกล่าวศาลมีคำพิพากษาแล้วหรือไม่อย่างไร จึงไม่อาจนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อตามที่ขอได้ ให้ยกคำขอส่วนนี้"

ดังนั้น หากท้ายสุดแผนปรองดองเกิดขึ้น คุณหญิงพจมาน หลุดพ้นคดีความ ประเทศแก้วิกฤติการเมืองได้ แต่ วิกฤติกฎหมาย จะเกิดตามมาหรือไม่? นี่คือ สิ่งที่ผู้มีอำนาจในบ้านนี้ เมืองนี้ โดยเฉพาะคนในกระบวนการยุติธรรม ต้องคิดให้หนัก และตีให้แตก
ผู้ถาม : ตอบหน่อย
210.246.86.131-10.11.3.199
ส่งคำถามเมื่อ :  วัน พฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน 2553   เวลา 11 นาฬิกา 46 นาที

 คำตอบที่  1 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบบบ
ผู้ตอบ : เห็นด้วย
118.173.53.13-
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 10 กันยายน 2553   เวลา 21 นาฬิกา 1 นาที


โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1.โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฏหมาย ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หรือกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
รายละเอียดคำตอบ   
* รายละเอียด :  
การสร้าง Link และเน้นข้อความ
คลิกเพื่อเลือก สีเน้น

คลิกเพื่อเลือก Smilly
       

       

       

         
* ผู้ตอบ :     
E-Mail :  
WebSite :  
 
Captcha :   
*
ถ้าคุณเป็นสมาชิก คุณจะไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวครับ
เลือก Icon แทนบุคลิกของคุณ