รายละเอียดของคำถาม ไปหน้ารายการคำถาม    แก้ไขคำถาม   พิมพ์หน้านี้  ส่งหน้านี้ให้เพื่อน  
คำถาม :  ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม ถึง ผบ.ในจังหวัด
รายละเอียด :  

   
http://files.thaiday.com/download/letter_to_army.pdf

ที่ พธม.พิเศษ/2553
วันที่ 29 เมษายน 2553
เรื่อง ขอให้เร่งดำเนินการจัดการกับกลุ่มการร้าย ขบวนการล้มเจ้าและภัยความมั่นคงของประเทศ
เรียน
สืบเนื่องจากสถานการณ์ ความเคลื่อนไหวของนักโทษชายทักษิณ และเครือข่ายกลุ่มคนเสื้อแดง ในขณะนี้ถือได้ว่า เป็นการเคลื่อนไหว อันเกิดจากการบงการของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร และเครือข่าย ปฐมเหตุแห่งการเคลื่อนไหวทั้งหมดเกิดจากคน ๆ เดียว ที่ใช้ทุนสามานย์ ซื้ออำนาจรัฐ แล้วใช้อำนาจรัฐต่อทุนสามานย์ ทุจริต แสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบ สร้างความร่ำรวยให้แก่ตนและพวกพ้องมหาศาล ใช้พลังทุนและอำนาจอันมหาศาล ทำให้เหิมเกริมคิดจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศ และยกฐานะของตนเองไปกระทบสถาบันอันเป็นที่เคารพของคนไทย จนก่อให้เกิดวิกฤตนำไปสู่การทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ภายหลังศาลมีคำพิพากษา นช. ทักษิณ ชินวัตร ถูกยึดทรัพย์ ต้องคำพิพากษาจำคุก หลบหนีคดีอาญา ขบวนการทวงคืนอำนาจและทรัพย์สิน จึงขับเคลื่อนอย่างมีความพยาบาทต่อสถาบันเบื้องสูง โดยแสดงออกซึ่งเป้าหมายในนามของ “อำมาตย์” แม้การขับเคลื่อนรอบแรก เมษายน 2552 จะพ่ายแพ้ ทั้งที่พยายามก่อการจลาจล แต่ก็ถูกสลายการชุมนุมโดยไม่มีผู้เสียชีวิตและตลอดปี 2552 กลุ่มคนเสื้อแดงได้นัดชุมนุมสร้างความวุ่นวายให้กับประเทศชาติเป็นระยะ
จนในที่สุด แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ประกาศให้มีการชุมนุมใหญ่โดยอ้างว่าเป็นสงครามครั้งสุดท้ายขึ้นในวันที่14 มีนาคม 2553 เป็นต้นมา โดยในการเคลื่อนไหว แต่ละครั้งก็ดำเนินการไปอย่างมีพัฒนาการ มียุทธศาสตร์ และยุทธวิธี ที่สามารถปรับเปลี่ยน เพื่อให้สอดรับกับ สถานการณ์ และปัญหาที่เกิดเฉพาะหน้าได้ ตลอดเวลา คือจากเดิมยุทธศาสตร์ที่จะใช้มวลชนกดดัน ก็ถูกยกระดับการเคลื่อนไหวมาตามลำดับ จนสู่การเชื่อมโยงกับกองกำลังติดอาวุธ เพื่อก่อความรุนแรง และเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ จนรัฐบาลต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับและแก้ไข
นช.ทักษิณและแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ยกระดับการต่อสู้โดยมีรูปแบบ 3 ประการ คือ
* ใช้พรรคเพื่อไทย เคลื่อนไหวในสภากดดันรัฐบาล สร้างความปั่นป่วนทางการเมือง เคลื่อนไหวนอกสภา รวบรวมจัดตั้งคนเข้าร่วมชุมนุม
* ใช้การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง กดดันรัฐบาล ยกระดับการกดดัน ยั่วยุ ให้เกิดความรุนแรง
* ใช้กองกำลังติดอาวุธสงคราม และก่อวินาศกรรม
โดยใช้ยุทธวิธีการเคลื่อนไหวดังต่อไปนี้
1. การจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันเบื้องสูง อย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ
2. การก่อความรุนแรงรายวัน ทั้งใต้ดิน และบนดิน
3. การสร้างความเชื่อ ให้กับมวลชนผู้ร่วมชุมนุมให้ไม่เกรงกลัว อำนาจรัฐ ท้าทายกฎหมาย
4. การแสดงออก เพื่อตอบโต้การดำเนินการของ รัฐในทุกรูปแบบ
5. เชื่อมโยงมวลชน กับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธได้เข้ามาอยู่ในสถานการณ์ และเวลาเดียวกันจนถึงขณะนี้ ถือได้ว่าในการเคลื่อนไหว ดังกล่าว มีกองกำลังติดอาวุธเป็นของตนเอง
สถานการณ์ในปัจจุบันวิกฤติความขัดแย้งที่ได้ลุกลามขยายตัวเป็นวิกฤติความมั่นคงของประเทศ แต่กลับพบว่ารัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงยังมิได้ดำเนินการตามที่ภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้อง ส่งผลให้สถานการณ์เข้าสู่วิกฤติมากขึ้น ผลกระทบและความเสียหายต่อภาคเศรษฐกิจและสังคมรุนแรงและขยายตัวอย่างน่าเป็นห่วง ความรุนแรงในรูปแบบของการท้าทายกฎหมายและกติกาของบ้านเมือง ได้กลายเป็นค่านิยมที่ลุกลามไปยังต่างจังหวัดไม่ว่าจะเป็นการซ่องสุมกองกำลังติดอาวุธ ตั้งด่านยึดรถทหารและตำรวจ ตรวจค้นเอาผิดกลุ่มประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นต้น
จึงกล่าวได้ว่าวิกฤตการณ์ประเทศไทยได้ขยายตัวรวดเร็วและรุนแรงจนเรียกได้ว่าเข้าสู่ มิคสัญญี แล้ว แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงกลับยังไม่มีมาตรการที่สามารถยับยั้งและหยุดความเลวร้ายของวิกฤติการณ์ลงได้ ปล่อยให้การชุมนุมที่ผิดกฎหมาย และมีลักษณะก่อการร้าย ตลอดทั้งการก่อวินาศกรรมคุกคามสังคมและประชาชน เสมือนจับประชาชนเป็นตัวประกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รัฐบาลในฐานะที่ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องประชาชนกลับไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ซ้ำร้ายรัฐบาลยังแสดงความอ่อนแอไม่บังคับใช้กฎหมาย จนเจ้าหน้าที่สับสน ฉวยโอกาสเฉื่อยงานกระทั่งเป็นไส้ศึกให้กับกลุ่มก่อการร้ายจนเกิดภาวะ สุญญากาศทางอำนาจ และความไร้ระเบียบทางทางการเมือง
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเห็นว่าสถานการณ์ในขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงได้ทำการยึดอำนาจรัฐในหลายพื้นที่ไปแล้วไม่ว่าจะเป็นการยึดรถทหารและตั้งด่านตรวจค้นที่จังหวัดขอนแก่น การบุกเผาที่ราชธานีอโศก การปิดถนนตรวจค้นประชาชนทั่วไปที่ถนนพหลโยธิน การก่อวินาศกรรมและความรุนแรงในหลายๆ พื้นที่ กลุ่มคนเสื้อแดงได้สถาปนาอำนาจรัฐเถื่อนขึ้นมาซ้อนอำนาจรัฐ แต่รัฐบาลกลับ
ปล่อยให้ประชาชนเผชิญหน้ากับอำนาจรัฐเถื่อนตามลำพัง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงขอเรียกร้องดังนี้
1. ให้รัฐบาลประกาศจุดยืนนโยบายและกรอบปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมต่อการเอาผิดการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและการจัดการกลุ่มก่อการร้าย โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศจะต้องชี้แจงต่อสาธารณะให้เห็นถึงมาตรการและแนวทางที่ชัดเจนต่อการกอบเรา้วิกฤติการณ์ของบ้านเมืองในขณะนี้ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีทราบดีว่าวิกฤติในขณะนี้เป็นวิกฤติความมั่นคงของประเทศ ซึ่งต้องใช้มาตรการทางการทหารและเป็นการยากที่จะแก้ด้วยวิถีทางการเมืองปกติ ซึ่ง ผบ.ทบ.ก็กล่าวยอมรับในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยว่าพร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลทุกประการ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้ประกาศมาตรการที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการกับกลุ่มกลุ่มการร้ายอย่างไร สร้างความสับสนให้กับประชาชน
จนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ แม้นายกรัฐมนตรีจะได้มอบอำนาจให้กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. รับผิดชอบศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการควบคุมสถานการณ์ก็ตาม แต่ทุกอย่างยังคงคลุมเครือไม่รู้ว่าใครมีอำนาจสูงสุดเด็ดขาดในการสั่งการและจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในขณะนี้
2. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาประกาศ พรก. สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในจังหวัดที่มีพื้นที่สุ่มเสี่ยงและมีการสถาปนาอำนาจรัฐเถื่อนซ้อนอำนาจรัฐไทย และเพื่อให้มาตรการในการกอบเรา้สถานการณ์บ้านเมืองเท่าทันและมีประสิทธิภาพ รัฐบาลและกองทัพจะต้องใช้มาตรการทางทหารโดยการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ที่จำเป็นเร่งด่วนเพื่อยุติการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย การจัดการกับกลุ่มก่อการร้าย ขบวนการล้มเจ้า และการพยายามสถาปนาอำนารัฐเถื่อนโดยเร็ว
3. ขอเรียกร้องให้บรรดาทหารหาญทุกเหล่าทัพทุกหน่วยทุกค่าย และทุกสังกัดได้ตื่นตัวและตระหนักในขบวนการล้มเจ้า ขบวนการก่อการร้าย และการสถาปนาอำนาจรัฐเถื่อนที่ขยายตัวไปตามจังหวัดต่างๆ ทั้งนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั่วประเทศพร้อมร่วมเป็นพลเมืองอาสาปกป้องชาติและราชบัลลังก์ร่วมกับบรรดาทหารหาญให้สังคมไทยปลอดจากอำนาจรัฐเถื่อนและนำความสงบ สันติสุขกลับคืนสู่สังคมไทยโดยเร็ว
สุดท้ายนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอน้อมนำพระบรมราโชวาทบางตอน แก่คณะผู้พิพากษาจำนวน 101 คนเมื่อเวลา 17.27 น วันที่ 26 เมษายน 2553 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราชเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองได้ทำหน้าที่เพื่อรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองดังนี้
...ถ้าท่านทำตามหน้าที่ปฏิญาณตนอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ประเทศชาติมีความเรียบร้อยได้อย่างแน่นอน การที่ประเทศนี้มีผู้ที่ตั้งใจทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่านอกจากความเรียบร้อยที่จะเกิดขึ้น เป็นการแสดงว่ามีเจ้าหน้าที่ในประเทศที่ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างแน่นอน อย่างชัดเจน และตั้งใจที่จะรักษาเอาไว้ซึ่งความเรียบร้อยของประเทศ ทำให้ประชาชนทั่วไปมีความตั้งใจในตัว ที่จะปฏิบัติงานของตนอย่างซื้อสัตย์สุจริตเหมือนกัน...
ขอแสดงความนับถือ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
29 เมษายน 2553
ผู้ถาม : ตอบหน่อย
210.246.86.133-10.11.3.198
ส่งคำถามเมื่อ :  วัน พุธ ที่ 28 เมษายน 2553   เวลา 10 นาฬิกา 52 นาที

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1.โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฏหมาย ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หรือกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
รายละเอียดคำตอบ   
* รายละเอียด :  
การสร้าง Link และเน้นข้อความ
คลิกเพื่อเลือก สีเน้น

คลิกเพื่อเลือก Smilly
       

       

       

         
* ผู้ตอบ :     
E-Mail :  
WebSite :  
 
Captcha :   
*
ถ้าคุณเป็นสมาชิก คุณจะไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวครับ
เลือก Icon แทนบุคลิกของคุณ