รายละเอียดของคำถาม ไปหน้ารายการคำถาม    แก้ไขคำถาม   พิมพ์หน้านี้  ส่งหน้านี้ให้เพื่อน  
คำถาม :  คนไทยทั้งหลายสูญเสียความสุขในชีวิตและความเป็นปรกติแห่งการดำรงชีพเพราะ.
รายละเอียด :  

   
คนไทยทั้งหลายสูญเสียความสุขในชีวิตและความเป็นปรกติแห่งการดำรงชีพ...เพราะคนชั่วที่ชอบชี้หน้าด่ากราด...กล่าวหาฝ่ายตรงกันข้ามว่าคิดร้ายต่อสถาบันคนดีคนแล้วคนเล่า...ถูกบดขยี้ทำร้ายทำลาย...เพราะเขาเหล่านั้นคิดชั่วไม่เป็นเล่นบทชั่วไม่ได้...คนดีคนแล้วคนเล่า...ถูกป้ายสีกล่าวหา...เพียงเพราะ

เขากล่าวเท็จไม่เป็น...จอมใจแห่งทวยราษฎร์...คือจิตวิญญาณแห่งแผ่นดิน...ทาบพระบาทแห่งพระองค์ท่านยํ่าเหยียบทั่วทุกหัวระแหงแปลงทุกข์ให้เป็นสุข บนสุดของขุนเขาเข้าไปถึงใต้ถุนสลัม...ราชูปถัมภ์แห่งพระองค์ท่าน...ดั่งรั้วแก้วกำแพงเพชร...ปกป้องอภิบาลทวยราษฎร์พสกนิกรจึงไม่บังควรอย่างยิ่ง...ที่ผู้ชั่วช้าทั้งหลาย...จะแยกสลายพสกนิกรออกจากกัน...พระองค์ท่านคือพระผู้คุ้มภัยแห่งมหาประชาชน...มโนสำนึกโฉดชั่วเท่าใด จึงแอบอ้างว่าคุ้มภัยองค์เทวัญถ้าหยุด

ได้จงหยุดเสีย...ความดีนั้นเพียงหนึ่งเดียวทำได้แต่ความชั่วร้ายต้องเริ่มจากสองขึ้นไป...พระผู้เป็นเจ้าสร้างโลกไว้...ไม่มีที่ใดที่ความชั่วจะเร้นกายไม่ปรากฏอยากจะรบก็จงรบกันตามกำลังฝีมือ...อยากจะเล่นก็ให้เป็นเกมมีกติกา...แต่วิธีชั่วช้า...ป้ายสีกล่าวหานอกจากจะไม่สามารถทำลายล้างได้แล้ว...วันหนึ่งข้างหน้า...มันจะผลาผลาญผู้ก่อกรรม
ผู้ถาม : นึกว่าปิดไปแล้ว
117.47.207.14-
ส่งคำถามเมื่อ :  วัน ศุกร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 12 นาฬิกา 47 นาที

 คำตอบที่  1 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
ห่า ห่า ห่า5555555......

หัวเราะให้ฟันร่วง ไปอยู่นรกขุมไหนมาที่ไม่ค่อยจะเอาอ่าวอะไรเลย ข้อมูลไม่ได้กรอกสมอง

นายจำคำนายเอาไว้นะว่า"วันหนึ่งข้างหน้า...มันจะผลาผลาญผู้ก่อกรรม"

แล้วจะได้เห็นกัน. 5555555. ไอ่แดงเม็น เผาบ้านเผาเมือง ตีวัวกระทบคราด ไร้หลัก ลอยไปลอยมา หาเรื่องนั้นที หาเรื่องนี้ที 5555. ข้างวัดพระแก้วมันก็แหกปากไม่เว้น ไร้ศีลธรรมจริยธรรม

เอาไปอ่าน เรื่องของพ่อมรึงที่ตอแหลไปวันๆ

“นช.แม้ว” นั่งไม่ติดโต้ข่าวมีแผนมาเยือนเขาพระวิหาร เพื่อพบปะ “ฮุนเซน” แค้นฝังหุ่นโยนบาปพันธมิตรฯ เป็นต้นตอปล่อยข่าว เป่าหูสาวกอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อ กรรมตามทันหลุดปากชอบโกหกจนคิดว่าเป็นเรื่องจริง ไม่วายอวดบารมี เตรียมเป็นประธานเปิดทำธุรกิจเหมืองทองที่อูกานดา

วันนี้ (5 ก.พ.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี ได้เขียนข้อความลงบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ดอตคอม โต้ตอบกับผู้ใช้ทวิตเตอร์เกี่ยวกับการถือหุ้นใน ปตท.ว่า “ผมไม่มีแม้แต่หุ้นเดียว ใครพบว่าผมมีหุ้นยกให้ 10 เท่า จุดอ่อนของสังคมไทยโดยเฉพาะคนที่กลัวคนอื่นจะว่าไม่ฉลาด มักเชื่อคนง่ายโดยไม่ตรวจสอบ กระทรวงคลังถือหุ้นใหญ่ และมีนักลงทุนทั่วไปทั้งไทยและเทศ บางส่วนผมเคยอนุมัติให้เอาที่ดินทรัพย์สินฯ มาแลกหุ้น ปตท.ไว้ คงยังน่าจะถืออยู่” นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังทวีตข้อความถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะเดินทางไปที่เขาพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนพร้อมกับสมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาด้วยว่า “แกนนำพันธมิตรฯ บอกว่าผมจะไปทัวร์ชายแดน และไปเขาพระวิหารร่วมกับนายกฯ ฮุนเซน โถยังไม่เลิกข่าวมั่วและโกหกอีกหรือ ผมอยู่ดูไบไกลกัน 7 ชม.ไร้ความคิด? บางทีคนที่โกหกอยู่เป็นประจำมักจะเป็นโรคจิต ในที่สุดคิดว่าสิ่งที่ตนโกหกเป็นเรื่องจริงและเชื่อเองตามนั้น สำคัญคนฟังอย่าหลงเชื่อไปด้วย เรื่องเล็กๆ ทำเป็นเรื่องใหญ่ สร้างข่าวเพราะไม่มีผลงาน?แต่ละเรื่องเพิ่มความแตกแยกได้ทุกมิติ ไหนบอกว่าจะสร้างความปรองดองไง ตกภาษาไทยมั้ง”

ทั้งนี้ มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้พยายามคาดคั้นให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดให้ชัดเจนว่าไม่ได้สนิทสนมกับสมเด็จฯ ฮุนเซน และจะไม่เดินทางไปที่เขาพระวิหารด้วย โดย พ.ต.ท.ทักษิณได้ทวีตข้อความโต้ตอบกลับไปว่า “สนิทครับแต่ไม่ไป ชัดแล้วยัง ให้ชัดอีกหน่อยก็ได้ อยู่ดูไบและกำลังจะไปเป็นประธานเปิดธุรกิจที่อูกานดาพร้อมกับไปดูการสำรวจทำเหมืองทอง”
ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
210.246.86.131-10.11.3.198
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 13 นาฬิกา 56 นาที

 คำตอบที่  2 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
สมองโง่ตามเกมส์ ฮุนเซ็นไม่ทัน แบบนี้เหระ อย่าว่าแต่ปกป้องอธิปไตย์เหนือแผ่นดินไทย เลย เสียชาติเสียศักดิ์ศรี เสียความเป็นไทย และจะเสียอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายในวันข้างหน้า พธม. สาวกเหลือง รัฐบาลมาร์ค ที่ชอบแอบอ้างว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน คราวนี้บรรดาพวกทั้งหลายจะแก้ตัวอย่างไร หากเป็นพื้นที่ทับซ้อนจริง
รัฐบาลไทยต้องมีสิทธิ์เข้าไปดูแลพื้นที่ร่วมกับประเทศกัมพูชา หากท่านฮุนเซนเชิญแขก ที่ประเทศไทยต้องการตัว
ขึ้นไปเดินเล่นด้วย รัฐบาลกล้าจะส่งกองกำลังเข้าไปจับกุมหรือไม่ ? อย่าบอกนะว่าจะส่งวีระ สิ้นความคิดไปประท้วง
ที่เมืองโบราณอีก คราวนพดลเป็น รมว กระทรวงการต่างประเทศได้ทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อยื่นเป็นมรดกโลก พวกโง่อยากจะเล่นเกมส์การเมืองไม่สนผลประโยชน์ที่จะสูนย์เสีย อ้างขายชาติ ผิด รธน ที่รมวไปเซ็นยินยอมโดยไม่ผ่านมติ ครม ในที่ประชุม สุดท้าย ฮุนเซ็นยื่นแต่ฝ่ายเดียว นักศึกษากัมพูชาโบกธงเฮ พี่ไทยเสียน้ำตา แบบที่ผมพูดใว้เมื่อครั้งกระนู้นเดี๊ยะ
ผู้ตอบ : นึกว่าปิดไปแล้ว
117.47.87.192-
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 14 นาฬิกา 43 นาที

 คำตอบที่  3 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
จะบอกอะไรไว้อย่างหนึ่งนะ ใครที่สมควรเอาเขาใส่หัวตนเองมากกว่า คิดดูให้ดีนะแดงเม็น เมื่อคราวสมัครเป็นนายก นพดลกับสมัครสองคนนี้แหละที่เดินเกมส์ยกเขาพระวิหารให้กับเขมร โดยการทำข้อตกลงระหว่างประเทศนอกรัฐธรรมนูญ (ถามว่านายเข้าใจมั๊ย ข้อตกลงนอกรัฐธรรมนูญ) ถ้าไม่มีข้อมูลในสมอง ก็เอาข้อมูลกรอกสมองเพิ่มดีกรีความฉลาดทดแทนความโง่เสีย การที่รัฐบาลในยุคสมัครและนพเหล่เป็น รมต.ต่างประเทศ ซึ่งได้ไปแอบทำข้อตกลงระหว่างประเทศ โดยไม่ผ่านรัฐสภา ซึ่งผิดกฏหมาย ตามมาตรตรา 190 เรื่องการว่าการข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่พวก ส.ส. แดงเม็นทั้งหลายอยากจะแก้ไข รธน.ไง ไอ่ฟาย ซึ่งขณะนั้นนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สว. กทม. ได้ยื่นเรื่องให้ศาลตีความ การทำข้อตกลงเถื่อนของรัฐบาลสมัครว่าผิดหรือไม่ ซึ่งศาลได้มีคำตัดสินออกมาว่า จำไว้ใส่สมองเลยนะ "การที่รัฐบาลได้ทำการข้อตกลงระหว่างประเทศให้เขมรได้ขึ้นจดทะเบียนมรดกโลกเขาพระวิหารเพียงฝ่ายเดียวนั้น เป็นข้อตกลงโดยมิชอบและมิได้ผ่านกระบวนการรัฐสภา จึงมีคำตัดสินว่าข้อตกลงดังกล่าวผิดต่อกฏหมาย" ไปหาข้อมูลได้นะ ถ้าหากยังตะแบงว่าตังเอวฉลาดพอ คำพิพากษามีอยู่ให้เห็น แต่ก็ธรรมดานะที่พวกแดงเม็นทั้งหลายไม่เคยยอมรับคำตัดสินของศาล ไอ่พวกนี้ชอบเห็นความชั่วเป็นความสวยงามเสมอ

ส่วนนายวีระ สมความคิด ที่เขาได้ขึ้นไปบนพื้นเขาพระวิหารนั้น เขาได้ไปถ่ายทำแนวเขตพื้นที่ที่เขมรได้เข้ามาบุกรุกโดยทีทางการไปไม่ปฏิบัติการรักษาอธิปไตยไว้อย่างถุกต้อง จึงได้เก็บหลักฐานของการถูกบุกรุกอธิปไตยไว้เป็นหลักฐานอย่างประจัก์ไว้ไงละ ไอ่ฟาย เขาทำตามหน้าที่ ขปงประชาชนี่อยู่ภายใต้กฏหมายรัฐธรรมนูญ ที่ว่าประชาชนต้องรักษาอธิปไตย แต่นายมือไม่พาย เอาตีนราน้ำ(และยังเอามาทำตีนตบชูสูงกว่าหัว) ดูแล้วผิดมนุษย์ที่เขาทำกัน ไร้ภาวะผู้บรรลุทางปัญญาเสียจริง
ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
210.246.86.131-10.11.3.198
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันจันทร์ 8 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 9 นาฬิกา 3 นาที

 คำตอบที่  4 แก้ไขคำตอบโดยเจ้าของคำตอบเท่านั้น  กลับด้านบน  
รายละเอียด :  

   
หากไม่มี การเคลื่อนไหวคัดค้านของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อกลางปี 2551 ที่ต่อต้านรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ที่มีมติสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่เพียงฝ่ายเดียว และคัดค้านที่นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย- กัมพูชา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551 สนับสนุนการขึ้นทะเบียนของฝ่ายกัมพูชาแล้ว ป่านนี้พื้นที่ทับซ้อน 4.7 ตารางกิโลเมตร รอบๆ ปราสาทเขาพระวิหาร อาจจะกลายเป็นของกัมพูชาไปแล้วก็ได้

เพราะในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ที่นายนพดลไปลงนามร่วมกับนายซก อาน รัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชาที่กรุงปารีส แบบเงียบๆ ไม่ยอมบอกให้ใครรู้ ไม่ขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ มีข้อตกลงข้อหนึ่ง ที่ระบุว่า ทางกัมพูชาและไทยจะร่วมกันจัดทำแผนการบริหารจัดการพื้นที่ด้านเหนือและด้านตะวันตกรอบๆ ปราสาทเขาพระวิหาร

แผนการบริหารจัดการดังกล่าวนี้จะบรรจุไว้ในแผนการบริหารจัดการสุดท้ายสำหรับ ปราสาทพระวิหารและบริเวณรอบๆ ปราสาท ซึ่งจะยื่นเสนอต่อศูนย์กลางมรดกโลก (World Heritage Centre) ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 เพื่อการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณามรดกโลก ในการประชุมครั้งที่ 34 ใน พ.ศ.2553

พื้นที่ด้านเหนือและด้านตะวันตกรอบๆ ปราสาทเขาพระวิหารนี้ ก็คือ พื้นที่ทับซ้อน 4.7 ตารางกิโลเมตรนั่นเอง หากกัมพูชาสามารถผลักดันให้แผนการบริหารจัดการนี้เดินหน้าไปได้ ก็หมายความว่า พื้นที่ทับซ้อน4.7 ตารางกิโลเมตรนี้ จะถูกผนวกเป็นมรดกโลกกับปราสาทเขาพระวิหารไปด้วย แต่เป็นมรดกโลกของกัมพูชาฝ่ายเดียว ไม่ได้เป็นมรดกโลกร่วมกันของกัมพูชาและไทย

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังขอให้ศาลปกครอง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้แถลงการณ์นี้เป็นโมฆะ และเพิกถอนมติ ครม.วันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่อนุมัติแถลงการณ์ฉบับนี้ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ส่งผลให้แถลงการณ์ ร่วมไทย- กัมพูชา ไม่มีผลผูกพันประเทศไทย

หลังจากนั้น พรรคประชาธิปัตย์นำเรื่อง แถลงการณ์ร่วมมาเป็นประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายนพดล ข้อมูลที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในเวลานั้น นำมาอภิปราย เป็นการชำแหละนายนพดลกลางสภา ให้ประชาชนเห็นถึงเงื่อนงำในแถลงการณ์ที่ทีเจตนายกพื้นที่ 4.7 ตารางกิโลเมตรให้กัมพูชา จนทำให้นายนพดล จำใจต้องลาอออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2551 และต่อมาได้เขียนหนังสือชื่อ “ผมไม่ได้ขายชาติ” เพื่ออธิบายว่า ทำไมเขาจึงไม่ได้เป็นคนขายชาติ

ถึงแม้ว่า ยูเนสโก จะอนุมติให้ขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2551 แต่เป็นการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น และเป็นการขึ้นทะเบียนที่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะกัมพูชา ต้องไปจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบๆ ปราสาทเขาพระวิหาร โดยตั้งคณะกรรมการ 7 ชาติเป็นผู้บริหาร ซึ่งยูเนสโกให้เวลา 2 ปี จะครบกำหนดในปีนี้ ที่กัมพูชาจะต้องเสนอต่อที่ประชุมยูเนสโก ในเดือนกรกฎาคมปีนี้ ที่บราซิลให้พิจารณา

หากกัมพูชา ไม่สามารถจัดทำแผนฯ ได้ การขึนทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก อาจถูกระงับ ซึ่งจนถึงบัดนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าเลย เพราะหลังจากยูเนสโกอนุมัติการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกเพียงไม่กี่วัน ก็เกิดการปะทะกันในพื้นที่ทับซ้อน 4.7 กิโลเมตร เมื่อกองทัพไทยส่งทหารเข้าไปในพื้นที่ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 เพื่อตรึงกำลังกับทหารกัมพูชา ที่เข้ามาอยู่ก่อนแล้ว เป็นการรักษาสิทธิในพืนที่ทับซ้อนเอาไว้

ในวันที่นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเดินทางมาที่ปราสาทเขาพระวิหาร เขากล่าวกับพลโทวีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย บนปราสาทเขาพระวิหารว่า อยากให้ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชากลับไปเหมือนก่อนวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ที่ยังไม่มีเหตุปะทะกัน

นายฮุนเซนย่อมต้องการย้อนเวลาให้ถอยหลังกลับไป 2 ปีแน่ เพราะก่อนวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 นั้น เขามีอิทธิพลเหนือรัฐบาลนอมินีของ นช.ทักษิณ ชินวัตรทุกอย่าง อยากขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว โดยพ่วงเอาพื้นที่ทับซ้อน 4.7 ตารางกิโลเมตรไปด้วย รัฐบาลในขณะนั้นก็จัดให้ นายสมพงษ์ อมรวิวิวัฒน์ ที่มาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศแทนนายนพดล เดินทางไปพบนายฮุนเซน ขากลับเครื่องบินยังไม่ทันถึงสนามบินสุวรรณภูมิ นายฮุนเซนให้สัมภาษณ์ด่าประเทศไทยเป็นข่าวออกไปทั่วโลก แต่นายสมพงษ์ และรัฐบาลนอมินีไม่กล้าตอบโต้สักแอะ
ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
210.246.86.131-10.11.3.198
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันจันทร์ 8 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 9 นาฬิกา 14 นาที


โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1.โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฏหมาย ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หรือกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
รายละเอียดคำตอบ   
* รายละเอียด :  
การสร้าง Link และเน้นข้อความ
คลิกเพื่อเลือก สีเน้น

คลิกเพื่อเลือก Smilly
       

       

       

         
* ผู้ตอบ :     
E-Mail :  
WebSite :  
 
Captcha :   
*
ถ้าคุณเป็นสมาชิก คุณจะไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวครับ
เลือก Icon แทนบุคลิกของคุณ