รายละเอียด :
| "วีระ สมความคิด" เผยฮุน เซน เตรียมเดินเท้าเข้าไทย ไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง 6-8 กุมภา.นี้ พร้อมควง "ทักษิณ" เหยียบเขาพระวิหาร ก่อนไปปราสาทตาเมือนธมที่เป็นของชาติไทย เชื่อทั้งสองวางแผนเขย่าความมั่นคง-ก่อความวุ่นวายในช่วงการเมืองไทยกำลังระอุ ขณะที่ "มาร์ค" เรียก สมช.ถกทันที
นายวีระ สมความคิด ประธานภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหาร กล่าวเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ถึงกระแสข่าวการเดินทางมายังประเทศไทยของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า เป็นความจริง เพราะได้รับข้อมูลจากนายทหารระดับในกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ว่าในวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์นี้ สมเด็จฮุน เซน จะเข้ามายังพื้นที่พิพาทไทย-กัมพูชา
"โดยใช้วิธีเดินเท้าเข้ามาจากชายแดนกัมพูชาเพื่อจงใจจะไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองตามกฎหมาย จากนั้นมีการวางแผนจะเดินทางไปในสถานที่สำคัญๆ ในพื้นที่ทับซ้อน อาทิ วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ช่องโอบก ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทยโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนทางกฎหมาย"
นายวีระกล่าวต่อว่า การกระทำเช่นนี้หวังผลต่อการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เพราะเมื่อสมเด็จฮุน เซน เดินทางเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวโดยที่ไม่ต้องผ่านขั้นตอนทางกฎหมาย จะเปรียบเสมือนว่าพื้นที่ตรงส่วนนั้นเป็นของกัมพูชา ซึ่งถือเป็นการหยามศักดิ์ศรีประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ เมื่อตนได้รับข้อมูลมาว่ากองทัพได้ส่งหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอให้ติดต่อไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อให้ระงับการเดินทางของสมเด็จฮุน เซน ในครั้งนี้แล้ว แต่กระทรวงการต่างประเทศยังนิ่งเฉยไม่ยอมกระทำการใดๆ เลย
ประธานภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหารบอกว่า ตนไม่ได้หมายความว่าสมเด็จฮุน เซน ไม่สามารถเหยียบพื้นที่ดังกล่าวได้ แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ที่คนต่างชาติจะเหยียบแผ่นดินไทย ดังนั้นในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ตนพร้อมคณะจะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีพร้อมกับทวงถามว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อกรณีนี้
"ทราบด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณที่ขณะนี้อาศัยในประเทศกัมพูชา จะเดินทางมาพร้อมสมเด็จฮุน เซน ด้วยเช่นกัน ซึ่งเชื่อได้ว่าพฤติกรรมเช่นนี้เป็นความตั้งใจที่จะกระทบกับเรื่องความมั่นคงและสร้างความปั่นปวนให้กับสังคมไทย เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาในขณะนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน รวมถึงสอดรับกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่วางแผนจะก่อความวุ่นวายในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ด้วย" นายวีระกล่าว
นายวีระกล่าวด้วยว่า ได้กระแสข่าวมาว่านอกจากรัฐบาลจะพยายามปิดข่าวไม่ให้ประชาชนรับทราบแล้ว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยังจะเดินทางไปรับสมเด็จฮุน เซน ด้วยตัวเองอีกด้วย ทั้งนี้ในวันดังกล่าวตนจะขึ้นไปสังเกตการณ์ด้วยตัวเอง ส่วนสมาชิกรายอื่นๆ จะชุมนุมกันที่บริเวณกันทรลักษ์ ในเวลา 08.00 น. เนื่องจากตกลงกับเจ้าหน้าที่ว่าจะไม่นำผู้ชุมนุมเข้าไป เพราะหลายฝ่ายเกรงว่าจะเกิดการปะทะกับชาวบ้านอีก
วันเดียวกัน ที่ดอนเมือง เวลา 21.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยด่วน แต่นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธว่าการหารือด่วนวันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับกระแสข่าวว่าฮุน เซน นายกฯ กัมพูชา มีกำหนดการเดินทางมาบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาบริเวณพื้นที่ทับซ้อน และข่าว พ.ต.ท.ทักษิณจะมาปรากฏตัวด้วย
เขาบอกว่า ที่เรียกประชุมสามทุ่มครึ่ง เพราะตลอดสัปดาห์นายกฯ มีวาระงานมากยาวเหยียด จึงต้องเลือกเวลาสามทุ่มครึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วนายกฯ นัดประชุมต้นสัปดาห์หน้า ประกอบกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ติดภารกิจ ไม่สามารถประชุมได้เพราะต้องเดินทางไปปฏิบัติราชการสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวตลอดช่วงเย็นว่า สมเด็จฮุน เซน และ พ.ต.ท.ทักษิณมีกำหนดการเดินทางมาบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยทางสมเด็จฮุน เซน แจ้งมาว่าจะพา พ.ต.ท.ทักษิณไปยังเขาพระวิหาร ซึ่งทางไทยไม่ติดใจ แต่ที่มีปัญหาคือสมเด็จฮุน เซน ขอเข้ามาที่ปราสาทตาเมือนธม ช่องเขาตาเมือน จ.สุรินทร์ ซึ่งทางการไทยถือว่าอยู่ในเขตไทย และได้ปฏิเสธไม่ให้เข้าพื้นทื่ ทำให้นายกฯ ต้องเรียกประชุม สมช.ด่วน
นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม สมช.กรณีสมเด็จฮุน เซน นายกฯ กัมพูชา จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.ว่า ไทยเตรียมพร้อม ส่วนเหตุผลอะไรที่นายกฯ กัมพูชาเข้าพื้นที่นั้น ให้ไปถามทางนั้น ทั้งนี้นายกฯ กัมพูชาได้แจ้งมาเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ว่าจะเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. บอกก่อนประชุมว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ นายกฯ เรียกประชุม ประชุมเสร็จเดี๋ยวจะบอก
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลงานด้านความมั่นคง กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมว่า การเรียกประชุม สมช.ครั้งนี้ สืบเนื่องจากตนได้ประชุมฝ่ายความมั่นคงไปแล้วในช่วงเช้า และต้องนำมารายงานนายกฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงอื่นต้องร่วมรับทราบด้วย จึงต้องหาเวลาที่ตรงกัน นายกฯ ก็สะดวกในช่วงเวลานี้เลยนัดประชุม ยืนยันไม่มีเรื่องอะไรที่น่าตื่นเต้น เราทำงานทั้งกลางวันกลางคืนอยู่แล้ว
ถามว่าการเรียกประชุม สมช.กลางดึกแบบนี้ ทำให้สังคมรู้สึกสถานการณ์ไม่ปกติหรือเปล่า นายสุเทพกล่าวว่า ไม่หรอก สังคมอย่าตื่นเต้นไป สื่ออย่าทำให้ตื่นเต้นมาก ธรรมดา เพราะเวลามีจำกัด ต่างคนต่างมีภารกิจ วันศุกร์ที่ 5 ก.พ.นายกฯ มีงานเต็ม ตนก็งานเต็ม ทำงานไม่ได้ลืมหูลืมตา
เมื่อถามว่า มีเรื่องด่วนอะไรที่ต้องพิจารณาให้ได้ในวันนี้ นายสุเทพปฏิเสธว่า ไม่มี เป็นการทำงานตามปกติธรรมดา ตนก็ทำงานกลางคืนกันบ่อย ซักว่าเกี่ยวกับกรณีที่สมเด็จฮุน เซน จะเดินทางมาตรวจบริเวณพื้นที่ทับซ้อนหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ เป็นเรื่องทั่วๆ ไป ไม่ได้มีการนัดหารือล่วงหน้า และ ผบ.ทบ.ก็จะเดินทางไปต่างประเทศด้วย เลยอยากให้ท่านร่วมประชุมด้วย
ส่วนกรณีที่สมเด็จฮุน เซน ออกมาเคลื่อนไหวเวลานี้จะมีผลอะไรหรือไม่ นายสุเทพ บอกว่า ในส่วนที่เป็นพื้นที่ของเขา เขาก็มาได้ ซักอีกว่าจับตาอะไรพิเศษหรือไม่ เพราะมีข่าว พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมาด้วย รองนายกฯ ตอบว่า มาไม่ได้หรอก
"ทั้งหมดไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แต่เป็นเรื่องที่เราต้องเตรียมมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงที่จะส่งผลกระทบเสียหายต่อประเทศชาติ ประชาชน"
ต่อข้อถามว่า พื้นที่ชายแดนต้องมีการวางมาตรการป้องกันเหมือนครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ นายสุเทพบอกว่า ยังไม่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมากับสมเด็จฮุน เซน
ถามอีกว่า การเคลื่อนไหวนอกประเทศนี้มีความเชื่อมโยงกับในประเทศหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า อย่ารีบสรุปไป แต่เราต้องเตรียมรับสถานการณ์ให้ดีที่สุด และยังมั่นใจกับแนวทางการรับมือในสิ่งที่จะเกิดขึ้น
ซักถึงการเดินทางมาพื้นที่ทับซ้อน แสดงว่าสมเด็จฮุน เซน แสดงความเป็นเจ้าของ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ได้ และทางเขาก็ยังไม่ได้เชิญทางการไทยไปร่วมด้วย แต่ในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ไทยต้องอยู่ด้วย ยืนยันเรามีวิธีการปฏิบัติอยู่แล้วหากสมเด็จฮุน เซน มาในพื้นที่นั้น เขามาได้เราก็ไปได้ ซึ่งต้องดูกันก่อน เรามีหน้าที่ดูแลไม่ให้เสียเปรียบ หากคนในรัฐบาลจะไปก็ต้องเป็นตนเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม สมช.ประกอบด้วย นายกฯ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ., พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร., นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ, นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เป็นต้น
|