| | คำถาม : | มะรุมพืชสมุนไพรไทย สรรพคุณดีต่อสุขภาพอย่างไร คลิกที่นี่ค่ะ | รายละเอียด :
| สรรพคุณมะรุมจากหนังสือนิตยสารหมอชาวบ้านปีที่ 29 ฉบับที่ 338 มิถุนายน 2550
โดยสมุนไพรจำลองรัตน์ (จำลอง อรุณรัตน์) สาขาเภสัชกรรมยาแผนโบราณ ใบอนุญาตเลขที่ บ.ภ. 13162
มะรุม พืชมหัศจรรย์ มะรุมเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณในหลายด้าน เช่นรากจะมีรสเผ็ด หวานขม แก้อาการบวม บำรุงไฟธาตุเปลือกจะมีรสร้อน ช่วยขับลมใบช่วยแก้เลือดออกตามไรฟัน แก้อักเสบดอกช่วยบำรุงร่างกาย ขับปัสสาวะ ขับน้ำตาฝักรสหวาน แก้ไข้หรือลดไข้เป็นต้น
ส่วนที่ใช้ :เปลือกต้น ราก ฝัก ใบเนื้อในเมล็ด
แพทย์ตามชนบท ใช้เปลือกมะรุมสดๆ ตำบุบพอแตกๆ อมไว้ข้างแก้มแล้วรับประทานสุราจะไม่รู้สึกเมาเลยจากประสบการณ์ เนื้อในเมล็ดมะรุม ใช้แก้ไอได้ดี ใบสดมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆมีแคลเซียม วิตามินซี แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก การรับประทานเนื้อในเมล็ดและใบสดเป็นประจำสามารถเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกายได้
มะรุม มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Moringa oleifera Lam. วงศ์ Moringaceae เป็นพืชกำเนิดแถบใต้เชิงเขาหิมาลัย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่ถูกปลูกไว้ในบริเวณบ้านไทยมาแต่โบราณ กินได้หลายส่วน ทั้งยอด ดอก และฝักเขียว แต่ใครๆ ก็นิยมกินฝักมากกว่าส่วนอื่นๆ ต้นมะรุมพบได้ทุกภาคในประเทศไทย ทางอีสานเรียก ผักอีฮุม หรือผักอีฮึม ภาคเหนือเรียก มะค้อมก้อน ชาวกะเหรี่ยงแถบกาญจนบุรีเรียก กาแน้งเดิง ส่วนชานฉานแถบแม่ฮ่องสอนเรียก ผักเนื้อไก่ เป็นต้น
ผู้เฒ่าผู้แก่ นิยมกินมะรุมในช่วงต้นหนาวเพราะเป็นฤดูกาลของฝักมะรุม หาได้ง่าย รสชาติอร่อยเพราะสดเต็มที่ มีขายตามตลาดในช่วงฤดูกาลคนที่ปลูกมะรุมไว้ในบ้านเท่านั้นจึงจะมีโอกาสลิ้มรสยอดมะรุม ใบอ่อนช่อดอกและฝักอ่อน ช่อดอกนำไปดองเก็บไว้กินกับน้ำพริก ยอดมะรุม ใบอ่อน ช่อดอกและฝักอ่อนนำมาลวกหรือต้มให้สุก จิ้มกับน้ำพริกปลาร้า น้ำพริกแจ่วบ็อง กินแนมกับลาบก้อย แจ่วได้ทุกอย่าง หรือจะใช้ยอดอ่อน ช่อดอกทำแกงส้มหรือแกงอ่อมก็ได้
คุณค่าทางอาหารของมะรุม
มะรุมเป็นพืชมหัศจรรย์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด กล่าวถึงในคัมภีร์ใบเบิ้ลว่าเป็นพืชที่รักษาทุกโรค
ใบมะรุมมีโปรตีนสูงกว่านมสด 2 เท่า การกินใบมะรุมตามชนบทของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศโลกที่ 3 เป็นการเพิ่มโปรตีนคุณภาพสูงราคาถูกให้กับอาหารพื้นบ้าน
นอกจากนี้ มะรุมมีธาตุอาหารปริมาณสูงเป็นพิเศษที่ช่วยป้องกันโรค นั่นคือ
วิตามินเอ บำรุงสายตามีมากกว่าแครอต 3 เท่า
วิตามินซี ช่วยป้องกันหวัด 7 เท่าของส้ม
แคลเซียม บำรุงกระดูกเกิน 3 เท่าของนมสด
โพแทสเซียม บำรุงสมองและระบบประสาท 3 เท่าของกล้วย
ใยอาหารและพลังงาน ไม่สูงมากเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอีกด้วย
น้ำมันสกัดจากเมล็ดมะรุม มีองค์ประกอบคล้ายน้ำมันมะกอกดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง
ประโยชน์ของมะรุม
1. ใช้รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ และลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดได้ดี
2. ใช้รักษาผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
3. รักษาโรคความดันโลหิตสูง
4. ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์ เด็กที่เกิดมาจะไม่ติดเชื้อHIV นอกจากนี้ถ้ารับประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้งยังช่วยให้คนทั่วๆไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง
5. ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ การรักษาโรคเอดส์ที่ประสพผลสำเร็จในกลุ่มประเทศแอฟริกา
6. ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็ง แต่ถ้าหากเป็นก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้ ถ้าใช้ควบคู่ไปกับยาแพทย์แผนปัจจุบัน
หากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้การแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้นและมีร่างกายที่แข็งแรง
7. ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์ โรคกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม
8. รักษาโรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคตาต้อ เป็นต้น หากรับประทานสม่ำเสมอ จะทำให้ตามีสุขภาพที่สมบูรณ์
9. รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง ท้องเสีย ท้องผูก โรคพยาธิในลำไส้
10. รักษาปอดให้แข็งแรง รักษาโรคทางเดินของลมหายใจ และโรคปอดอักเสบ
11. เป็นยาปฏิชีวนะ
น้ำมันมะรุม
สรรพคุณ..ใช้หยอดจมูกรักษาโรคภูมิแพ้ ไซนัสโรคทางเดินหายใจ ใช้หยอดหูฆ่าและป้องกันพยาธิในหู รักษาอาการเยื่อบุหูอักเสบ รักษาโรคหูน้ำหนวก ใช้ทาผิวหนังรักษาโรคผิวหนังจากเชื้อราและเชื้อไวรัส รักษาโรคเริม งูสวัด รักษาและบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ใช้ทารักษาแผลสด หูด ตาปลา ใช้ถูนวดบรรเทาอาการบริเวณที่ปวดบวมตามข้อ รักษาโรคไขข้ออักเสบ เก๊าท์ รูมาติก เป็นต้น
ชะลอความแก่
กล่าวกันว่ามะรุมมีฤทธิ์ชะลอความแก่ เนื่องจากยังไม่พบรายงานการวิจัยเกี่ยวกับมะรุมในด้านนี้ คาดว่าเป็นการสรุปเนื่องจากมะรุมมีสารฟลาโวนอยด์สำคัญคือ รูทินและเควอเซทิน (rutin และ quercetin) สารลูทีนและกรดแคฟฟีโอลิลควินิก (lutein และ caffeoylquinic acids) ซึ่งต้านอนุมูลอิสระ ดูแลอวัยวะต่างๆ ได้แก่ จอประสาทตา ตับ และหลอดเลือดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ การกินสารต้านอนุมูลอิสระชะลอการเสื่อมสภาพในเซลล์ร่างกาย
ฆ่าจุลินทรีย์
สารเบนซิลไทโอไซยาเนตโคไซด์และเบนซิลกลูโคซิโนเลตค้นพบในปี พ.ศ. 2507 จากมะรุมมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ สนับสนุนการใช้น้ำคั้นจากมะรุมหยอดหูแก้ปวดหู
ปัจจุบันหลังจากค้นพบแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร Helicobactor pylori กำลังมีการศึกษาสารจากมะรุมในการต้านเชื้อดังกล่าว
การป้องกันมะเร็ง
สารเบนซิลไทโอไซยาเนตไกลโคไซด์ชนิดหนึ่งและสารไนอาซิไมซิน (niazimicin) จากมะรุมสามารถต้านการเกิดมะเร็งที่ถูกกระตุ้นโดยสารฟอบอลเอสเทอร์ในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
การทดลองในหนูพบว่าหนูที่ได้รับฝักมะรุมเป็นอาการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังจากการกระตุ้นน้อยกว่ากลุ่มทดลอง โดยกลุ่มที่กินมะรุมเนื้องอกบนผิวหนังน้อยกว่ากลุ่มควบคุม
ลดไขมันและคอลเลสเตอร์รอล
จากการทดลอง 120 วัน ให้กระต่ายกินฝักมะรุม วันละ 200 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวันเทียบกับยาโลวาสแตทิน 6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวันและให้อาหารไขมันมาก
ฤทธิ์ป้องกันตับ
งานวิจัยการให้สารสกัดแอลกอฮอล์ของใบมะรุมกรณีทำให้ตับหนูทดลองเกิดความเสียหายโดยไรแฟมไพซิน พบว่าสารสกัดใบมะรุมมีฤทธิ์ป้องกันตับ โดยมีผลกับระดับเอนไซม์แอสาเทตอะมิโนทรานสเฟอเรส อะลานีน ทรานมิโนทรานสเฟอเรส อัลคาไลน์ฟอสฟาเทส และบิลิรูบินในเลือด และมีผลกับปริมาณไลพิดและไลพิดเพอร์ออกซิเดสในตับ โดยดูผลยืนยันจากการตรวจชิ้นเนื้อตับ สารสกัดใบมะรุมและซิลิมาริน (silymarin กลุ่มควบคุมบวก) มีผลช่วยการพักฟื้นของการถูกทำลายของตับจากยาเหล่านี้
เอกสารอ้างอิง:
Natures Medicine Cabinet by Sanford Holst
The Miracle Tree by Lowell Fuglie
LA times March 27th 2000 article wrote by Mark Fritz. WWW.PUBMED.GOV. (Search for Moringa) (Antiviral Research Volume 60, Issue 3, Nov. 2003, Pages 175-180: Depts. of Microbiology, Pharmaceutical Botany, Pharmacology, Faculty of Pharmaceutical Science, Chulalongkorn University, Bangkok.
นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่ 29 ฉบับที่ 338 มิถุนายน 2550
ด้วยความปรารถนาดี จากสมุนไพรจำลองรัตน์ อำเภอเมือง
จังหวัดอุดรธานี โทร. 089-8411166 (คุณลำไย)ร้านสมุนไพรจำลองรัตน์ จังหวัดอุดรธานี
เภสัชกรยาแผนโบราณ อนุญาตที่ 13152
ผลิตภัณฑ์ที่แปรสภาพจากสมุนไพรของชาวบ้านที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาเป็นแคปซูลสมุนไพร ตามตำรับยาแผนโบราณ ทุกขั้นตอนของการบรรจุภัณฑ์ เราเน้นเรื่องความสะอาด ปลอดภัย ปราศจากความอับชื้น, เชื้อรา และฝุ่นละอองใด ๆ เจือปน เราจึงมั่นได้ว่า แคปซูลสมุนไพรที่เรานำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์นั้น จะยังคงสรรพคุณของสมุนไพรนั้น ๆ ไว้เกือบเต็ม 100% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์มะรุมแคปซูล 100% ของสมุนไพรจำลองรัตน์ นำเอาใบมะรุม 100% ที่เราคัดสรรว่า มีคุณภาพตัวยาสมุนไพรมากที่สุดนำมาตากผึ่งลมไม่ให้ถูกแสงแดด เมื่อแห้งกรอบ นำมาคลุกกับเมล็ดมะรุม บดและบรรจุแคปซูลด้วยเครื่องจักรที่สะอาดและทันสมัย ดังนั้น เราเชื่อแน่ว่า ผลิตภัณฑ์ทุกจะให้ตัวยาสมุนไพรมีประสิทธิภาพได้อย่างมาตรฐาน ภาพลักษณ์หรือรูปแบบของการบรรจุภัณฑ์จึงมีลักษณะ .-
1. กระปุกบรรจุแคปซูล เกรด A อย่างหนา สะอาด ปลอดภัย
2. เม็ดแคปซูลผลิตจากเนื้อเจลาตินใสอย่างดีที่ใช้สำหรับบรรจุยา มีคุณภาพมีใบรับรองอย. ปลอดภัย 100%
3. เม็ดแคปซูล บรรจุน้ำหนักสุทธิ 250 มิลลิกรัม (รับประทานง่าย)
4. ทุกกระปุกบรรจุสารดูดความชื้น (ซิลิกา เจล) สภาพภายในกระปุกแคปซูลจะแห้ง ปราศจากความอับชื่นหรือเชื้อราอย่างแน่นอน คงสภาพสมุนไพรไว้ 100%
5. ยึดด้วยฟอยด์ปิดฝากระปุกอย่างมิดชิด (ทุกกระปุก)
6. ห่อหุ้มด้วยฟิล์มหดทั้งกระปุก (จากก้นกระปุกถึงฝากระปุก)
7. ฉลากที่แสดงรายละเอียดสรรพคุณ และอื่น ๆ ไว้อย่างชัดเจน
**** ทางร้านฯ ขอแจ้งข่าวด่วนว่า 1.ขนาดแคปซูลได้เปลี่ยนขนาดจาก 500 มก.เป็น 250 มล. เพื่อให้ปริมาณอ้างอิงกับราคาตลาดได้ 2. สีผงมะรุมเราจะไม่มีสีเขียวจัดเนื่องจากเราได้บดเมล็ดมะรุมแก่กับใบมะรุมเข้าด้วยกัน ซึ่งให้สรรพคุณทางสมุนไพรมากกว่าเดิม......
สนใจติดต่อดูรายละเอียดได้ที่ http://rankarthai.com/kunlamyai หรือ โทร. 042-247329 042-247329 , 089-8411166 089-8411166 , 087-9446543 087-9446543 หรือติดต่อสั่งซื้อทางเว็บบอร์ดนี้ได้เลย เราบริการจัดส่งทางพัสดุไปรษณีย์ EMS ให้ฟรี ค่ะ
| ผู้ถาม : คุณลำใย 58.137.129.220-10.179.1.84, 10.176.253.226 |  | | ส่งคำถามเมื่อ : | วัน พุธ ที่ 27 มกราคม 2553 เวลา 15 นาฬิกา 35 นาที |
|