คำถาม : สพล.กระบี่(วพ.กระบี่เดิม)
รายละเอียด : ทนไม่ไหวกับสถานศึกษาแห่งนี้มากจึงอยากจะนำมาเล่าให้คนอื่นๆได้รับรู้ถึงว่าอุบาทว์ของสถาบันแห่งนี้ให้ได้รับรู้กันเพื่อจะได้รู้กันว่าสถาบันแห่งนี้มันอุบาทว์แค่ไหน
อยากแรกเลยเรื่องการเรียนการสอน ในเรื่องวิชาเลือกซึ่งในแต่ละคณะก็จะมีการกำหนดมาจากส่วนกลางว่า ในส่วนที่เป้นวิชาเลือก ให้ผู้เรียนมีอิสระในการเลือกแต่ต้องมีอาจารย์ผู้สอนในสถาบันที่สามารถสอนวิชานั้นๆได้ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นวิชากีฬาและในสถาบันก็มีครฦที่สอนกีฬาต่างๆได้รวมแล้วประมาณ20กีฬา แต่คณะต่างๆเหล่านั้นรวมถึงฝ่ายวิชาการกลับจัดการดรียนการสอนแบบปิดหูปิดตาผู้เรียนโดยบังคับให้ผู้เรียนเรียนวิชาที่คณะกำหนดมาเท่านั้น ไม่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เลือกวิชาเรียนทั้งๆที่ระเบียบจากส่วนกลางกำหนดแล้วว่าวิชาเหล่านั้นเป็นวิชาเลือกซึ่งผุ้เรียนจะเรียนหรือไม่ก็ได้หรือจะเลือกเรียรนวิชาอื่นก็ได้แต่ต้องมีผู้สอนและต้องเลือกเรียนจำนวนรารยวิชาให้ครบจำนวนที่กำหนดไว้ เช่น คณะศึกษาศาสตร์วิชากีฬาเลือกลุ่ม1 ผู้เรียนจะต้องเรียนให้ครบ 8วิชาเป็นอย่างน้อย แต่คณะดังกล่าวกลับบังคับให้ผู้เรียนเรียนวิชาเลือกกลุ่มดังกล่าว6วิชาเข้าไปแล้วให้เด็กมีโอกาสเลือกแค่2วิชาเท่านั้น โดยอ้างว่าไม่มีอาจารย์สอนซึ่งความเป้นจริงถ้ารนับจำนวนอาจารย์ผู้สอนวิชาต่างๆในคณะดังกล่าว ก็มีอาจารย์ที่สอนได้ประมาณ15กีฒาไปแล้ว ซึ่งตามหลักสูตรให้เด็กเลือกเพียง8กีฬาเท่านั้น แต่กลับอ้างว่าไม่มีผู้สอน เก็นได้ชัดว่าสถาบันแห่งนี้ได้ทำการปิดหูปิดตาผู้เรียน และละเมิดสิทธิของผู้เรียนในการเรียนวิชาเลือกใกรประชุมแต่ละครั้งครูผู้ที่มีความคิดทางพัฒนาที่ต้องการให้ผู้ดรียนได้เลือกวิชาเรียนอย่างแท้จริงนั้นก็พยายามที่จะต่อสู้เพื่อผุ้เรียนมาตลอดแต่ด้วยความที่คนที่คิดทางพัฒนานั้นมีน้อยบวกกับส่วนใหญ่เป็นผู้น้อยในที่ทำงานจึงไม่สามารถทำอะไรได้ แต่สังเกตให้ดีว่าคนเหล่านั้นมักพูดหรือทำอะไรอย่างมีเหตผลผิดกับครูส่วนใหญ่ที่เป็นจำพวกหัวขึ้นสนิมแล้ว มักจะอ้างว่าเมื่อตอนที่เค้าเรียนเค้าก็โดนบังคับให้เรียน ซึ่งนั้นมันเป็นสมัยเมื่อ40กว่าปีที่แล้วที่ครูพละยังมีน้อยซึ่งผิดกับปัจจุบันที่ครูพละมีล้นตลาดไม่รู้กี่เท่าตัว บ้างก็ดู๔กผู้เรียนในสถาบันตัวเองว่าไม่รู้เรื่องไม่มีความคิด แต่กลับไม่ได้คิดต่อว่าการพูดแบบนั้นเท่ากับดูถูกการสอนของตัวเองด้วย เพราะถ้าเด็กไม่มีคุณภาพจริงๆเท่ากับว่าคนสอนก็สอนอย่างไม่มีคุณภาพด้วยเช่นกันเวลาประชุมแต่ละครึ่งพวกหัวขึ้นสนิมพวกนั้นเวลาที่ไม่สามาถหาเหตผลชี้แจงกับพวกครูกลุมหัวพัฒนานั้รนก็มักจะอ้างตำแหน่งหน้าที่บ้าง หรือความาวุโสบ้าง หรืออ้างนู้นอ้างนี่ข้างๆคูๆเช่น หลักสูตรลอกมากจากราชภัฏ วิชานั่นเอารวมกับวิชานี้แล้วบอกว่าจะทำเรื่องส่งขึ้นไปที่ส่วนกลาง แต่พอจริงๆก็ไม่ได้ทำเพียงเพื่อต้องการเอาชนะครูกลุ่มฟัวพัฒนาเท่านั้นเพื่อไม่ต้องการให้ตัวเสียหน้า ตอนสอนผู้เรียนมันสอนกันว่าให้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย แต่ตัวเองกลุบทำไม่ได้ตามที่สอน หน้าอานาจใจจริที่สถาบันแห่งนี้ผิดหูผิดตาผุ้เรียนแถมยังละเมิดสิทธิของผู้เรียนในการเลือกเรียนวิชาเลือกอีกต่างหาก ทั้งๆที่ระเบียบกำหนดว่าวิชาเลือกผู้เรียนต้องได้เลือก ตามใจชอบโดยต้องมีอาจารย์สอนและสถาบันแห่งนั้นมีความพร้อม และผู้เรียนต้องมีส่วนในการจัดการศึกษษด้วยแต่ที่ผ่านมาไม่เคยเป็นแบบนั้นเลย แล้วต่อไปคนที่เรียนจบออกไปจะคิดเป็นทเป้นได้อย่างไร ในเมื่อไปเคยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีสิทธิที่ตะพูด คิด หรือทำเองเลยบ้าง
เรื่องต่อมายังคงเป้นเรื่องการเรียน ครูที่นี้มักจะบอกว่าที่นี่เป็นอุดทศึกษาแล้ว แต่พวกคนเหล่านั้นยังาสอนผู้เรียนแบบประถมศึกษา ไม่ให้ผู้เรียนได้คิก เอง ทำเอง แก้ปัญหาเอง ตามหลักการของอุดทศึกษา บางวิชาถึงขั้นในผู้เรียนชี้นิ้วอ่านตัวหนังสือในหนังสือที่เรียนเเหมือนเด็กป.1 เลย ทั้งๆที่ระดับอุดมศึกษาเค้าให้ผู้เรียนค้นคว้าด้วยตัวเองแล้ว แต่กลัยังสอนแบบป้อนใส่ปากเหมือนเด็กประถม พฤติกรรมผู้เรียนก็ไม่เคยควบคุมปล่อยให้คนดีถูกรังแก ถูกละเมิดสิทธิโดยตลอดอ เมื่อคนดีบางคนที่ทนไม่ไหว จึงได้ออกมากพูดหรืออกมาด่าคนเหล่านั้น วึ่งยังถือว่าน้อยไป กลับมีครูบางส่วนที่เรียกเด็กคนที่ดีแต่ทนไม่ไหวคนดังกล่าวเหล่านั้นเรียกไปคุยอยู่หลายครั้งทั้งที่เด็กคนนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะการที่เค้าออกมาพูดก็เป็นเพียงการเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานของเขาเท่านั้น เรียกไปคุยไม่เท่าไหร บางวคนเรียกไปด่าเลยก็มี แต่คนที่ทำตัวไม่มีกลับไปเคยเรียกไปคุยหรือไปด่าเลย เหตุผลเพราะกลัวเด็ก กลัวไม่มีคนมาเรียน แสดงว่าคนเหล่านั้นยอมรับไปในตัวแล้วว่า สถานศึกษาแห้งนี้ไม่มีคุณภาพเพราะถ้ามีคุณภาะจะกล้วเด็กออกกันืทำไม ถึงเด็กออกจริงก้ต้องมีคนเข้ามทารอที่จะเข้าแทนอยู่แล้ว ถ้ามีคุณภาพ เมื่อ2ปีก่อนสงสารลูกอาจาร์ในสถาบันแห่งนี้คนนึงมาก ทั้งพ่อและลูกคู่นี้เป้นคนหัวพัฒนา กล้าคิดกล้าทำโดยไม่สนใจและไม่กลัวกับสิ่งืที่ไม่ถูกต้องเหมือนครูส่วนมากที่นี้ที่เก่งต่ปากแต่ใจเท่ามด หลายครั้งที่ลูกอาจารย์ผู้นี้เรียนกร้องสิทธิของตนในหลายๆครั้งเช่น เพื่อนในห้องคุยเสียนงดังจนเขาเรียนไม่รุ้เรื่อง การที่เพื่อนในห้องมักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เป้นต้น แต่เขาถูกกลับครูบางส่วนเรียกไปคุยหรือเรียกไปด่าทั้งๆที่เค้าไม่ได้ผิดอะไรเลย จะบอกอะไรให้นะถ้ามีครูหรือผู้เรียนในสถานศึกษาแห่งนี้เหมือนเค้ากับพ่อของเค้าซักครึ้งหนึ่ง สถานบันแห่งนี้จะเจริญและหน้าอยู่กว่านี้มาก
วันนี้เอาแคตนี้ก่อนก็แล้วกันเดี๋ยววันหลังจะมาเขียนให้หมดทุกเรื่องเลย ยังมีเรื่องอีกมากมายที่ส่อถึงความอุบาตของสถาบันแห่งนี้
ผู้ถาม : เบื่อๆๆๆๆๆ
ส่งคำถามเมื่อ : วัน อาทิตย์ ที่ 26 กันยายน 2553 เวลา 15 นาฬิกา 4 นาที
คำตอบที่ 11
รายละเอียด : แล้วผลงานตอนน้ำท่วม ควรเป้นของผุ้ช่วยฝ่ายบริหาร
เพราะถ้าไม่มีผุ้ช่วยฝ่ายบริหารในตอนนี้
งานนั้นคงไม่สำเร็จ
แต่กลับเป็นผลงานของรองอธิการ
ทั้งๆที่ตอนนั้นเจ้าตัวไม่รุ้หายหัวไปไหน ไม่สั่งการอะไรไม่มาดุแลเลย
แต่กลับได้ผลงาน ทั้งๆที่งานนี้เป้นของผุ้ช่วยฝ่ายบริหารเต็มๆ
น่าจะให้ผู้ช่วยฝ่ายบริหารเป้นรองแทน
ผู้ตอบ : คนในเหตุการณ์
ส่งคำตอบเมื่อ : วันศุกร์ 8 กรกฏาคม 2554 เวลา 10 นาฬิกา 25 นาที