คำถาม : กรณีศึกษาห้างเทสโก้โลตัส
รายละเอียด : เทสโก้ โลตัส ค้ากำไรบนซากโชว์ห่วยจนรวยติดอันดับ4ของโลก
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 ตุลาคม 2550 18:59 น.
ผู้จัดการรายวัน โฆษกกรรมาธิการพาณิชย์ เผยเทสโก้ โลตัส ดูดเงินจากผู้บริโภคชาวไทยส่งกลับบริษัทแม่ที่อังกฤษปีละหลายหมื่นล้าน หนุนส่งให้เทสโก้ ไต่ทะยานขึ้นเป็นบริษัทร่ำรวยที่สุดอันดับสี่ของโลกในชั่วพริบตา สวนทางกับผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยของไทยที่ล้มตายอย่างรวดเร็วเหลือรอดไม่ถึงครึ่ง แจงประเทศในเซาท์อีสต์เอเชียล้วนควบคุมการขยายสาขาของค้าปลีกค้าส่งต่างชาติมีเพียงไทยที่ปล่อยอิสระ
ว่าที่ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โฆษกกรรมาธิการพาณิชย์ ฉายภาพให้เห็นถึงการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกในโลกที่ขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วโลกรวมถึงไทย กระทั่งส่งผลกระทบมายังผู้ประกอบการค้าปลีกในไทยมหาศาล โดยเฉพาะค้าปลีกดั้งเดิมที่อยู่คู่สังคมไทย เช่น ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว โชว์ห่วย ร้านชำ ร้านค้าเร่รวมไปถึงตลาดสด ซึ่งขณะนี้แทบทุกจังหวัดได้ร้องเรียนต่อสนช. เพื่อให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น
ว่าที่ ร.อ.จิตร์ กล่าวในงานประชุมเปิดตัวจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระของคนไทย ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสมาพันธ์คนไทยต้านค้าปลีกต่างชาติ โดยมีมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินและสื่อเครือผู้จัดการให้การสนับสนุนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าธุรกิจค้าปลีกไต่ทะยานแซงหน้าธุรกิจอื่นๆ มายืนอยู่ในอันดับหนึ่งของโลกในขณะนี้
นิตยสารฟอร์จูน ฉบับเดือนกรกฎาคม พซศ. 2550 ระบุว่า บริษัทวอลล์มาร์ท กลายเป็นบริษัทธุรกิจเอกชนที่มีมียอดขายสูงสุดอันดับหนึ่งของโลกแซงหน้าบริษัทน้ำมันอย่างเอ็กซอน-โมบิล ติดต่อกันเป็นปีที่ 7 ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2549 มียอดขายรวม 351,139 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ผลกำไร 11,284 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วยกลยุทธ์การขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุดทั้งในเขตเมือง อำเภอ ตำบล และเจาะลึกลงถึงระดับหมู่บ้าน
แนวทางการขยายธุรกิจของวอลล์มาร์ท สหรัฐฯ ที่เริ่มต้นจากร้านเล็กๆ สู่การขยายสาขาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จนกลายเป็นธุรกิจการค้าใหญ่ที่สุดในโลกภายในหนึ่งชั่วอายุคน ถือเป็นต้นแบบที่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเทสโก้-โลตัส, คาร์ฟูร์ ฯลฯ ดำเนินรอยตามและต่างเร่งขยายสาขาทั้งในประเทศแม่และประเทศต่างๆ ทั่วโลก
โฆษกกรรมาธิการพาณิชย์ กล่าวว่า หากกล่าวถึง เทสโก้-โลตัส บริษัทค้าปลีกสัญชาติอังกฤษ ซึ่งกำลังรุกขยายสาขาอย่างหนักในไทยขณะนี้ สามารถทำยอดขายจากอันดับที่ 8 ของโลก เมื่อปี พ.ศ. 2548 ที่ผ่านมาขึ้นสู่อันดับ 4 ในปี 2549 โดยมียอดขายรวม 79,978 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ประเด็นที่น่าตกใจก็คือ สัดส่วนยอดขาย 3.7% เป็นยอดขายจากสาขาในประเทศไทย นั่นเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมเทสโก้ จึงเร่งขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ว่าที่ ร.อ. จิตร์ กล่าว
ขณะที่ เจฟฟ์ อดัมส์ ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส ประเทศไทย ยอมรับว่า เทสโก้ เป็นโมเดิร์นเทรดที่ครองอันดับหนึ่งในไทย และเทสโก้ ในไทย มียอดขายเป็นอันดับ 2 ของเทสโก้ในต่างประเทศ
ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ได้อ้างข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ว่าเมื่อปี 2544 เทสโก้ โลตัส มีสาขาในไทย เพียง 33 สาขา ส่วนเทสโก้ โลตัส เอ็กซเพรส มีเพียง 2 แห่ง แต่เมื่อถึงปี 2549 เทสโก้ โลตัส ขยายสาขาเพิ่มเป็น 91 แห่ง ขณะที่โลตัส เอ็กซเพรส ได้เพิ่มสาขาเป็น 200 แห่ง และในปี 2550 ยังตั้งเป้าเพิ่มเป็น 118 แห่ง และ 300 แห่งตามลำดับ ซึ่งกลยุทธ์การสร้างยอดขายด้วยการขยายสาขาลงถึงระดับหมู่บ้าน เป็นการเดินตามรอยวอลล์มาร์ท
ทั้งนี้ หลังจากเครือซีพี ได้ขายหุ้นโลตัส 75% ให้กับเทสโก้ ยักษ์ค้าปลีกจากอังกฤษ เมื่อปี 2541 ในปีถัดมา เทสโก้ ได้ขยายสาขาในไทย จำนวน 24 แห่ง มียอดขายรวม 21,740 ล้านบาท จากนั้นจำนวนสาขาและยอดขายของเทสโก้ ก็ไต่อันดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปี 2543 มียอดขาย 33,340 ล้านบาท, ปี 2544 มียอดขาย 45,087 ล้านบาท, ปี 2545 ยอดขาย 54,340 ล้านบาท, ปี 2546 ยอดขาย 64,695 ล้านบาท และปี 2547 ยอดขาย 72,736 ล้านบาท
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เทสโก้ ได้ทุ่มทุนปีละประมาณ 5,000 - 7,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อขยายสาขาให้ได้ตามเป้าหมาย ส่งผลให้เทสโก้ สามารถครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นประมาณ 39% ขณะที่ บิ๊กซี มีส่วนแบ่งตลาด 25% และ แมคโคร 24% ตามลำดับ
ภาพรวมการค้าปลีกค้าส่งของไทย ข้อมูลของบริษัทเอซี นีลเส็น และสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ระบุว่า ส่วนแบ่งการตลาดของค้าปลีกสมัยใหม่ ในปี 2549 มีมูลค่าหรือยอดขายรวม 4.8 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 34.2% ของมูลค่าทางธุรกิจการค้าปลีกค้าส่งรวมทั้งหมดประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท โดยจำนวนลูกค้าของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ตกประมาณ 80 ล้านรายต่อเดือน (นับจากจำนวนใบเสร็จ)
ข้อมูลข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ซึ่งกำส่วนแบ่งตลาดอยู่ 34.2% นั้น ตกอยู่อยู่ในมือของกลุ่มทุนต่างชาติที่เป็นผู้นำในธุรกิจนี้ 4 รายหลัก คือ เทสโก้โลตัส, บิ๊กซี, แมคโคร และคาร์ฟูร์,
โฆษกกรรมาธิการพาณิชย์ กล่าวว่า ยอดขายที่เพิ่มสัดส่วนขึ้นทุกปีของทุนค้าปลีกข้ามชาติมาจากการเร่งขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากปี 2544 ที่บรรดาค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรด ซึ่งประกอบด้วย เทสโก้-โลตัส, เทสโก้ - เอ็กเพรส, บิ๊กซี, แมคโคร, คาร์ฟูร์, เซเว่น อีเลฟเว่น, แฟมิลี่ มาร์ท, วัตสัน และอื่นๆ รวมกันมีจำนวนสาขา 1,821 สาขา ได้เพิ่มขึ้นเป็น 3,712 สาขาในปี 2548 และในปี 2550 จำนวนสาขาของโมเดิร์นเทรดเหล่านั้นขยายตัวเป็น 5,720 สาขา
"กล่าวได้ว่าเพียง 2 ปีนับจากปี 2548 ถึงปี 2550 มีการเพิ่มสาขามากถึง 2,008 สาขา หรือเพิ่มขึ้น 54% หากไม่วางแผนชะลอการขยายสาขาห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ รวมถึงร้านสะดวกซื้อ อนาคตประเทศไทยจะมีสาขาของค้าปลีกต่างชาติเข้าไปตั้งทุกหนทุกแห่ง ผูกขาดทั้งบนและล่าง ฮั้วกันทำกำไร ทำลายร้านค้าเล็ก ผู้ประกอบการอิสระจะไม่มีเหลือ ว่าที่ ร.อ. จิตร์ กล่าว
เขายังชี้ว่า ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังเช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ต่างควบคุมการขยายสาขาของห้างค้าปลีกต่างชาติเพื่อปกป้องผู้ประกอบการในชาติ มีเพียงไทยเท่านั้นที่ปล่อยอิสระ (ดูรายละเอียดในตาราง)
เขายังชี้ว่า การเร่งขยายสาขามีความหมายถึงการเพิ่มกำไร ลดต้นทุน เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด และยิ่งเพิ่มสาขามากขึ้นเท่าใดก็จะสามารถเพิ่มรายได้ช่องทางอื่นๆ ที่ไม่ใช่การขายสินค้าเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย รวมทั้งการสร้างอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ สร้างความคุ้มค่าการลงทุนในศูนย์กระจายสินค้าและเทคโนโลยีที่ลงไป
ส่วนเล่ห์เหลี่ยมหรือกระบวนการประกอบการค้าที่ไม่เป็นธรรมทำลายร้านเล็กให้ล้มหายตายจากนั้น กลุ่มค้าปลีกต่างชาติจะใช้วิธีการขายสินค้าต่ำกว่าทุน (ในบางสินค้าและจำกัดจำนวนซื้อ) เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาภายในห้างให้มากที่สุด ขณะเดียวกันทางห้างก็สามารถใช้ปริมาณลูกค้าไปต่อรองในการสร้างรายได้อื่นๆ ที่มากกว่ารายได้จากการขายสินค้าที่ซื้อมา - ขายไป
นอกจากนั้น ยังทำสัญญาทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ไม่ได้ยึดถือคุณธรรมและจริยธรรมทางการค้าดังเช่นที่ปฏิบัติในประเทศแม่ เช่น กรณีแมคโคร ถมที่และสร้างห้างขวางทางระบายน้ำท่วมในจังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น
อนึ่ง เมื่อต้นปี 2550 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์สากล และศูนย์วิจัยพฤติกรรมบริโภค คณะบริหาธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม สำรวจและวิจัยผลกระทบจากการเติบโตของร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีต่อร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมในเขตกรุงเทพฯ โดยสุ่มตัวอย่างจากร้านโชว์ห่วยที่เปิดดำเนินการมา 1 ปีขึ้นไปจำนวน 400 ร้าน พบว่าร้านค้าปลีกสมัยใหม่ประเภทไฮเปอร์มาร์ท ส่งผลกระทบต่อร้านโชว์ห่วยมากที่สุดร้อยละ 34% รองลงไปเป็นร้านสะดวกซื้อ ร้อยละ 26 และซูเปอร์มาร์เก็ต ร้อยละ 14
ผลสำรวจยังระบุว่า ในเขตกรุงเทพฯ ขณะนี้ร้านโชว์ห่วย ต้องเลิกกิจการ คิดเป็นสัดส่วน 40% ในจำนวนนี้กว่าครึ่งหนึ่งปิดตัวเองและอีกครึ่งหนึ่งหันไปทำธุรกิจอื่น ส่วนพฤติกรรมการซื้อสินค้าจากโชว์ห่วยและโมเดิร์นเทรด ขณะนีมีสัดส่วนเท่ากัน 50:50 แต่คาดว่าภายใน 3-5 ปี โมเดิร์นเทรดจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 80%
////////////////////////////////////////////////
การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 2007
ไฮเปอร์มาร์ท ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม
เทสโก้ 91 10 - - -
คาร์ฟูร์ 26 10 24 - -
แมคโคร 31 8 18 15 -
คาสิโน+บิ๊กซี 54 - - - 4
********************
ที่มา : กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
ผู้ถาม : Richman
ส่งคำถามเมื่อ : วัน พุธ ที่ 10 ตุลาคม 2550 เวลา 13 นาฬิกา 16 นาที
คำตอบที่ 1
รายละเอียด : ร้านโชว์ห่วย อยากเอาของห่วยๆมาโชว์ดีนัก สมควร
บริการห่วย สินค้าห่วย ราคาก็ห่วย หน้าตาคนขายก็ห่วย สมควรแล้ว มาเทอร์ โวค ไปกันให้หมด ลูกค้าต้องการอะไร หัดไปดูเสียบ้างที่เทสโก้ อะ กระทู้นี้ต้องตั้งชื่อว่า กรณีศึกษาร้านโชว์ห่วยมากกว่า แค่นี้ก็ไม่เข้าใจ แสดงว่าคนตั้งกระทู้นี้ก็ห่วย แน่จริงคนตั้งกระทู้สาบานซิว่าไม่เคยเข้าเซ่เว่น โลตัส หรือบิ๊กซี ส๊าธุ ขอให้ฟ้าผ่า (คนตั้งกระทู้)ตาย
ผู้ตอบ : ออม
ส่งคำตอบเมื่อ : วันพุธ 10 ตุลาคม 2550 เวลา 19 นาฬิกา 7 นาที
คำตอบที่ 2
รายละเอียด : เห็นด้วยกับเจ้าของกระทู้นะเพราะถ้าเราปล่อยให้ห้างใหญ่มากอบโกยคนไทยลูกหลานไทยก็ต้องเป็นได้แค่ลูกจ้าง ฮะ ผมเองก็เบื่อระบบนายทุน
ผู้ตอบ : ขุนพล
ส่งคำตอบเมื่อ : วันพุธ 10 ตุลาคม 2550 เวลา 21 นาฬิกา 56 นาที
คำตอบที่ 3
รายละเอียด : ผมคนนึงครับ ไม่เห่อ เทสโก้
ผู้ตอบ : 1
ส่งคำตอบเมื่อ : วันพฤหัสบดี 11 ตุลาคม 2550 เวลา 0 นาฬิกา 32 นาที
คำตอบที่ 4
รายละเอียด : xxxความเห็นที่ 1 เอาหัวแม่ตีนคิดป่าวอ่ะครับ
ผู้ตอบ : iamjoe
ส่งคำตอบเมื่อ : วันพฤหัสบดี 11 ตุลาคม 2550 เวลา 9 นาฬิกา 17 นาที
คำตอบที่ 5
รายละเอียด : อนาตคเยาวชนคนไทยระยะยาวการหาเลี้ยงชีพคือ รับราชการ และทำไรทำสวน ความยากจนจะถูกยัดเยียดมาเรือยๆ สุดท้ายความกดดันมีมากขึนๆ ก็จะก่อเกิดความไม่สงบสุขทั่วไปทุกย่อมหญ่า
ผู้ตอบ : PPTL
ส่งคำตอบเมื่อ : วันพฤหัสบดี 11 ตุลาคม 2550 เวลา 9 นาฬิกา 53 นาที
คำตอบที่ 6
รายละเอียด : คนที่ไม่เห็นด้วยด่าคนอื่นมันก็xxxพวกนายทุนหน้าแห้งไม่มีทางหาแดกมันก็เลยต้องออกมาเห่าด่าคนอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับพวกมันที่เคยขูดรีดผู้อื่นโดยวิธีการไม่ต่างกับมหาโจรหรอก
ผู้ตอบ : พ่อคุณ
ส่งคำตอบเมื่อ : วันพฤหัสบดี 11 ตุลาคม 2550 เวลา 14 นาฬิกา 26 นาที
คำตอบที่ 7
รายละเอียด : ใครที่เข้ามาอ่านกรทู้นี้ขอให้ช่วยกันสาบ(......)ให้กระทู้ที่หนึ่งให้มันเป็นจุด((.............)) ดูมันคิดซิ
แม้น่าจะมาจากโลกที่ (((()))))))))ไม่รู้
ความคิดอย่างนี้นะ((((()))))))น่าจะส่งไปอยู่อังกฤษ((((((((())))))))))))อิ หรอยจังมั้นคิดได้พรือ(((((((((())))))ไป ๆ ๆ กระทู้ที่ 1 ผมจะพาไปอยู่อังกฤษ ไป ๆ
ผมก็เคยเข้า โลตัส เซเว่น และก็เป็นลูกค้าด้วย
แต่ความเป็นไทย บางครั้งเราก็ต้องช่วยกันทำนุบำรุงรักษา
แต่ไม่ใช่จะมาว่ากันอย่างนี้
เราคนไทย
ต้องมีเอกลักษณ์บ้าง
อันใหนที่เราผิดพลาด
เราก็น่าจะช่วยกันแก้ไข
แต่คุณ เล่นมาว่า คนไทยด้วยกันเองอย่างนี้
ผมรับ บได้ รับ บ.ได้
ไป ๆ จะไปใหนก็ไป
ประเทศไทย ไม่ต้อนรับคุณแล้ว
อืม
คิดได้ไง
คิดได้ไง
สงสัย
หัวล้าน
ไม่มีผม
ถ้าใช่คอนเฟิมด้วย
อยากเห็นหน้าวะ








ผู้ตอบ : หมั่นไส้กระทู้1
E-mail : nowra
ส่งคำตอบเมื่อ : วันพฤหัสบดี 11 ตุลาคม 2550 เวลา 22 นาฬิกา 52 นาที
คำตอบที่ 8
รายละเอียด : อ้ายกระบือกระทู้ที่ 7 ประเทศนี้ของมืงคนเดียวหรืออย่างไร โง่เง่า เบาปัญญา แถมซื่อบื่อขนาดนี้ เปงฟายโดนคนอื่นเอาเปรียบก้อสมควรแล้ว ปากดีจังว่าคนอื่นอย่างโน้นอย่างนี้ อย่างมืงไม่ต่างอาไรกับพวกพม่า สานดานปากว่าตาขยิบ อย่างมืงต้องไปอยู่กะไดโนเสาร์หรือพวกมังกรโคโมโด โลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว มืงทำพุงปลาสู้โลตัสไม่ได้ก็เงียบปากไป อย่ามาทำเกรียน เข้าออกโลตัส เซเว่น วันละกี่รอบละมืง อย่าสะเอะมาอ้างความเปงไทย ที่อยู่หน้าเคาเตอร์มืงนึกว่าญวนอพยพหรือไงxxxฟาย เง่านักก็กลับไปซ่อนปลาอยู่บ้านอย่ามาทำเนียนก็อปงานคนอื่นเขามาโพส มีคนอย่ามืงบ้านเมืองมันเลยวุ่นทำเปนปากกล้า เหม็นขี้ฟันอะ ทางออกมันก็มีแต่ต้องลงมือทำxxxป้า ไม่ใช่เอาปากทำแล้วอะไรมันจะดีขึ้นเกลียดนักพวกสมองหม่า ปัญญากระบือ มืงจะหยุดโลตัส บิ๊ก C หรือ คาฟูร์ หรือเซเว่น แล้วเอาปากยาวๆ ของมืงมาพูด กรูว่ารอชาติหน้าตอนดึกๆ ก็ไม่มีทาง ไม่อยากให้ต่างชาติรวยก็ต้องสู้เซ่อ้ายแต๋ว รู้จักปะคำว่าแข่งขัน หรือจะให้กรูสาธยายให้ฟังมะ นี่ยางไม่สู้ก็โวยวายอีแบบนี้มืงจะผูกขาดคนเดียวหรืออย่างไรละไอ่ประเทศนี้อะ นึกจะพูดอะไร ดูคนรอบตัวบ้างxxxแต๋ว ถ้าคนกระบี่เขาไม่เอาจริงๆ แล้วพวกมืงจะมีบุญเข้าไปเหยียบกับเค้าใหม ไอ่ตอสระอุดเอ๋ย ชิชะ อยากเหงหน้ากรู กรูพร้อมทุกเมื่อมาดูได้ กรูก็อยากเหงหน้ามืง เหมือนกันว่าหม่ามีเขานี่มันหน้าตาเปงอย่างไร (ขอโทษท่านอื่นๆ ที่อ่านกระทู้ด้วย คนเรามันหลากหลายความคิดควรยอมรับความคิดห็นคนส่วนใหญ่และรับฟังความคิดเห็นคนส่วนน้อย สำหรับไอ่กระทู้ที่เจ็ด ผมขอสั่งสอนแทนคุณพ่อคุณแม่มานหน่อย จะได้เลิกดีแต่ปากสักที)
ผู้ตอบ : ใ
ส่งคำตอบเมื่อ : วันศุกร์ 12 ตุลาคม 2550 เวลา 0 นาฬิกา 29 นาที
คำตอบที่ 9
รายละเอียด : โชว์ห่วย ห่ยจริง ร้านแถวๆหน้าอำเภอผมไปซื้อกระดาษ1 รีม พอดีขับผ่านเลยแวะ บอกว่า ขอ ดับเบิ้ล เอ ทางร้านบอกไมยี่ห้ออื่น เอา 70 แกรมให้ผม บอกว่า 110 บาท โห ผมซื้อดับเบิลเอ 80 แกรม 115 บาท แม่ง โครตกินกำไรเลย เลยแกล้งถามว่า ดับเบิ้ลเอ ไม่มีเหรอ 80 แกรม เขาบอกไม่มี แพงนะ แล้วถามผมว่า ซื้อประจำเท่าไหร่ ผมแกล้งบอกไม่รู้ ดันมาหลอกผมอีก ว่า โห แพงคูณไปซื้อเลย 130 ขึ้นไป แม่ง โครตแนะนำจิงๆ เลย ผมเลยไม่เอาเลยครับ ไม่จริงใจกับลูกค้า คิดว่าลูกค้าโง่ คนไหนโง่ก็หลอก คนไหนฉลาดก็ไม่กล้าหลอก นี่ไง ห่วย แล้วคุณจะโวยวายทำไม เออ ลืมบอกไป ผมแกล้งพูดภาษากลางด้วย โครตเลย คิดว่าคนต่างถิ่น นี่แหละหนา ห่วยห่วยห่วย
ผู้ตอบ : เห็น ห่วย ห่วย
ส่งคำตอบเมื่อ : วันพุธ 17 ตุลาคม 2550 เวลา 18 นาฬิกา 37 นาที
คำตอบที่ 10
รายละเอียด : การจะหยุดห้างเหล่านี้ ไม่ยาก แต่ต้องทำเป็นกระบวนการ ใครๆก็รู้ว่าต่างชาติกล้าลงทุน เพราะความมั่นคงและค่าแรงถูก ง่ายๆเลย ค่าแรงเราควบคุมไม่ได้ เพราะเราวิ่งโร่ไปเป็นลูกจ้างเค้าเอง แต่ความมั่นคง และความปลอดภัยเราทำได้ พูดแค่นี้คงเข้าใจใช่มั๊ย ถ้ายังง บอกให้ก็ได้ ก็ใช้การต่อสู้แบบกองโจรงัย.......ลองมันโดยวางระเบิดห้างของมัยพร้อมๆกันหลายๆจุดดูซี มันไม่เจ๊งม่วนเสื่อกลับบ้านให้มันรู้ไป เมื่อไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคง ใครจะกล้าไปเดินซื้อของ...เมื่อลูกค้ากลัวตายไม่ไปซื้อ..และเห็นว่าเค้าต้านมันจริงๆมันจะกล้าลงทุนเพิ่มมั๊ย.....ของเดิมที่ลงไปแล้วก็ต้องม้วนเสื่อแน่นอน....เมื่อเรามีน้อย...เราต้องรบแบบกองโจร

ผู้ตอบ : ไม่ยากเลย
ส่งคำตอบเมื่อ : วันอังคาร 23 ตุลาคม 2550 เวลา 10 นาฬิกา 42 นาที