คำถาม :  กระทู้นี้ ขอเป็นเรื่องราว ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา ล้วนๆ
รายละเอียด : ครับ กระทู้นี้ผมขอเป็นการเอาข้อมูล ที่ต่างก็อ้างว่าถูกต้องน่าเชื่อถือของแต่ละฝ่ายมาโต้แย้ง

ผมขอเริ่มที่การตัดสินของศาลโลก
วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ได้ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 นอกจากนั้นยังตัดสินด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 5 ให้ประเทศไทยส่งคืนโบราณวัตถุที่นำออกมาจากปราสาทเขาพระวิหารก่อนหน้านั้นคืนกลับกัมพูชา
และการตัดสินในครั้งนี้ได้ตัดสินภายใต้แผนที่ ที่ฝรั่งเศษทำขึ้นในสมัยนั้นมาประกอบในคดี ผมขอเริ่มต้นแค่นี้ก่อนเพื่อไม่ให้ยาวมากไปแบบที่นายตอบบหน่อยโพส เชิญ ต่อประเด็นหรือเสริมแย้งในกระทู้ข้างล่าง นะครับ
ผู้ถาม : ยึดกติกา
ส่งคำถามเมื่อ : วัน เสาร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554   เวลา 8 นาฬิกา 32 นาที
คำตอบที่ 1
รายละเอียด :  ต่อ .. แต่ จากการเล่นกระแสคลั่งชาติรักชาติ ของ พธม และ ปชป ที่ผ่านมาตั้งแต่ ก่อนการปฎิวัติ โดยบอกกะสังคมว่า คำพิพากษาศาลโลกมีผลต่อตัวปราสาทเท่านั้น ไม่มีผลต่อพื้นที่โดยรอบปราสาท แม้นแต่ตัวนาย อถิสิทธ์เองยังเคยพูดในสภา ถึงขนาดบอกว่า พื้นดินใต้ตัวปราสาท ก็เป็นของไทย ตรรกะ คิดแบบนักวิชาเกิน ที่นายอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตร พยายามอธิบายว่าเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้นที่เป็นของกัมพูชา แต่พื้นที่รอบตัวปราสาทหรือแม้แต่พื้นที่ใต้ปราสาทเอง ล้วนเป็นของไทย จึงเป็นการจงใจแกล้งทำเป็นไม่รับรู้ข้อเท็จจริงเพื่อหวังที่จะปลุกความคิดชาตินิยมแบบคลั่งชาติขึ้นมา โดยไม่คำนึงว่าจะเกิดผลเสียหายตามมามากน้อยเพียงใด

หากใช้ตรรกะแบบ พธม และ ปชป เท่ากับว่าตัวปราสาทเป็นของเขมร แต่ อยู่ๆมันก็ลอยมาอยู่ยนแผ่นดินไทย และวันนี้ แนวคิดสุดโต่งของ พธม ร้ายไปกว่านั้นยังบอกว่าต้องให้ ทหารไทยรบและบุกยึดเอาตัวปราสาทกลับมาเป็นของไทยด้วยซ้ำ หากมีการสู้รบกันเกิดขึ้น โอกาสที่เรื่องนี้จะไปสู่การพิจารณาของที่ประชุมใดที่ประชุมหนึ่งของสหประชาชาติก็จะมีสูงขึ้นทันที และผลที่คาดเดาได้คือการที่ไทยต้องเสียเปรียบ

หากมีการนำเรื่องปราสาทพระวิหารและพื้นที่พิพาท รวมทั้งเรื่องเขตแดน เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอาเซียนหรือสหประชาชาติ ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่ไทยจะสูญเสียดินแดนอย่างเป็นทางการ ทั้งบริเวณปราสาทและพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร ดีไม่ดี ถ้ามีการยกเรื่องเขตแดนขึ้นมาพิจารณาด้วย ก็ยิ่งทำให้ไทยเราอาจเสียดินแดนมากกว่านั้นอีกด้วย


ผู้ตอบ : ยึกกติกา
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันเสาร์ 19 กุมภาพันธ์ 2554   เวลา 10 นาฬิกา 32 นาที
คำตอบที่ 2
รายละเอียด :  บอกตรงๆว่าขี้เกียจอ่าน นอกจากยาวแล้ว ผมว่าทั้ง ๒ ประเทศต่างก็ต้องอ้างเหตุผลที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศตัวเอง
ทั้งนั้น ถ้าเรามาถามว่าเราไม่รักประเทศไทยเหรอแล้วคนกัมพูชาเขาไม่รักประเทศเขาหรือไง

สรุปว่าเรื่องนี้ยังไงก็คงไม่มีใครยอมใคร



โลกนี้ยังมีอีกหลายดินแดน อีกหลายแห่งที่เป็นปัญหาพิพาท แต่เขาจัดการด้วยการ "ร่วมกันบริหารพื้นที่" ซึ่งก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวของโลกอีกหลายแห่ง ทั้งทางธรรมชาติและทางประวัติศาสตร์


เรื่องนี้ถ้าไม่มีพวกบ้าเอาเรื่องนี้มายุยงให้เกิดความแตกแยก เกิดความเกลียดชังเพื่อให้เป็นประเด็นทางการเมือง ประชาชนก็อยู่กันอย่างปกติสุข

ผู้ตอบ : abc
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันเสาร์ 19 กุมภาพันธ์ 2554   เวลา 11 นาฬิกา 47 นาที
คำตอบที่ 3
รายละเอียด :  อ่านดูแล้วก็ งง กับนายเหมือนกัน
เดี๋ยวเสียเดี๋ยวไม่เสีย แต่ถ้านายยึดหลักสันปันน้ำ มันก็จบ.

ตอบนายยึดกติกาในข้อความแรก ถึงยาวหน่อยก็ควรที่เอาข้อมูลใส่สมองน๊ะ อย่าใช้นิสัยหรือสันดานที่แขวะใส่ข้อความคนอื่นยาวบ้าง ขี้เกียจอ่านบ้าง แต่คนอื่นอ่านของมันเขาไม่พูดแม้แต่นิดเดียว อย่าใช้นิสัยไม่ดีกับข้อความใครต่อใครอีกน๊ะ....นายยึดกติกา สันขวาน ถ้าอ่านไม่จบก็ไร้ประโยชน์น๊ะนายยึดกติกา เราคิดเสียว่านายมันไม่มีราคาก็แล้วกัน

มันตลกสิ้นดีที่นายยึดกติกามันหลงในคำตัดสินของศาลโลกที่พิลึกกึกกือ และมีแค่สมองที่อยู่ในกะโหลกเท่านั้น เดี๋ยว เดี๋ยวขอหัวร่อให้สะใจก่อน 555555....ที่มันโง่

ขอแย้งหน่อยน๊ะ นายไม่ต้องอ้างวันที่ และคะแนนเสียงเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ข้อความของนายหรอกน๊ะ มันไม่ได้เพิ่มราคาให้กับข้อความนายเลย

ถ้านายแน่นด้วยข้อมูลการปักปันเขตแดนแล้วละก็ ไม่ต้องหยิบข้อความอย่างนี้มาอวดรู้อวดฉลาดหรอกน๊ะ อันนี้ดูแล้วมันเล็กยิ่งกว่ากึ๋นที่นายมีเสียอีก ตามหลักสากลทั่วโลก (ไปหาข้อมูลมาน๊ะนายยึดกติกา) เขายึดถือการปักปันเขตแดน โดยถ้าเป็นเขตแดนธรรมชาติที่เป็นหน้าผา เขาจะยึดหลักสันปันน้ำ (เข้าใจมั๊ย นายยึดกติกา สันขวาน ไปหาข้อมูลมาก่อนน๊ะ)

ส่วนเรื่องการตัดสินนายก็บอกไม่หมด (ถามจริงเถอะ ไปอ่านข้อมูลมาจากไหน ตามนักวิชาการ 7.1 ล้านที่รัฐบาลอนุมัติให้กระทรวงต่างประเทศ ว่าจ้างนักวิชาการใจเขมร นายเอาข้อมูลมาจากนั้นเหรอ 555)

นายบอกว่าศาลโลกพิพากษาให้ตัวปราสาทเป็นของเขมร....ถูกต้องครับ ถูกต้องไม่เถียง(แต่จะอธิบายเรื่องการตัดสินพิลึกกึกกือให้เข้าใจอีก) แต่นายพูดไม่หมด ที่ว่าพื้นที่โดยรอบเขาตัดสินให้เป็นของไทย (ทำไมไม่พูดหรือไม่รู้) ตามประวัติศาสตร์หรือตามหลักแวดล้อม บรรไดขึ้นปราสาทหันไปทางไหน?
นายยึดกติกา ตอบ................................

เมื่อเขาตัดสินตัวปราสาทเป็นอย่างนั้น ไทยก็ได้ไปขึงลวดหนามรอบปราสาทเอาไว้ ห้ามออกนอกพื้นทีลวดหนามโดยเด็ดขาด ในสมัยนั้นเป็นรัฐบาลที่ปกป้องชาติในอธิปไตยไทยโดยแท้ เหลือไว้แค่ช่องหมาคลานเท่านั้น (ปัจจุบันรัฐบาลมันตัดลวดหนามให้เดินเข้าออก อย่างสบาย) ไปหาข้อมูลหน่อยน๊ะ แล้วมาพูดให้หมดด้วย

ทีนี้จะอธิบายหลักสันปันน้ำบนปราสาทเขาพระวิหารให้ตาสว่างน๊ะนายยึดกติกา สันขวาน
ตามภูมิศาสตร์ ที่ตั้งของปราสาทเขาพระวิหารตั้งอยู่บนพื้นที่เหนือหน้าผาลงมาก็เป็นพื้นที่เขมร

แสดงว่า..บนหน้าผาเป็นประเทศไทยใช่หรือไม่?
นายยึดกติกา สันขวาน ตอบ..........................................

ข้างล่างเป็นประเทศกัมพูชา ใช่หรือไม่?
นายยึดกติกา สันขวาน ตอบ..........................................

ถ้าตอบว่า "ใช่" ก็ไม่ต้องพูดอะไรอีก พิสูจน์ได้ชัดแล้วว่ามันอยู่บนแผนที่ประเทศไทยแน่นแน

แต่ถ้าตอบว่า"ไม่ใช่" ก็คิดได้เลยว่านายยึดกติกา เสียชาติเกิด ใจเขมร

เพราะฉะนั้น การตัดสินของศาลโลก จึงตัดสินให้ตัวปราสาทเป็นของเขมร พื้นที่โดยรอบเป็นของไทย มันพิลึกกึกกือมั๊ยครับ

ยกตัวอย่าง นายยึดกติกามีที่ดิน นาย ก มาสร้างบ้านบนพื้นที่ของนายยึดกติกา แล้วนายยึดกติกาไปฟ้องร้องศาลให้ตัดสินในพื้นที่ ศาลบอกว่าตัวบ้านเป็นของนาย ก แต่พื้นที่โดยรอบเป็นของนายยึดกติกา นายยึดกติกาจะว่าอย่างไร ? 555555 นี่นายมันเชื่อคำตัดสินที่พิลึกกึกกือ นายมันไม่มีสมองแล้วจะให้ว่ายังไงละเนี่ย

ฝรั่งเศสเป็นประเทศล่าอาณานิคม โดยมีกัมพูชาเป็นประเทศอาณานิคม แล้วมัน เศือก วาดแผนที่เองโดยไม่ถามไทยแม้แต่คำเดียวตามมาตรา 1 : 200,000 ถามว่ามันจะใช้ได้อย่างไรในเมื่อมันเป็นหน้าผา เขายึดหลักสันปันน้ำ เขมรเลยได้ใจใหญ่ยึดดมาตรส่วนดังกล่าวแล้วบุกรุกเอาบุกรุกเอา จนมาถึงปัจจุบันนี้

ตรรกะที่นายกล่าวหา พธม. มันคงไม่เกิดขึ้นในความเข้าใจของนายหรอก ถ้านายเข้าใจหลักสันปันน้ำ โธ่...นายสันขวาน


ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันอาทิตย์ 20 กุมภาพันธ์ 2554   เวลา 16 นาฬิกา 10 นาที
คำตอบที่ 4
รายละเอียด :  ลด ฐิฑิ

ผู้ตอบ : เชา
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันอาทิตย์ 20 กุมภาพันธ์ 2554   เวลา 16 นาฬิกา 55 นาที
คำตอบที่ 5
รายละเอียด :  รู้สึกว่าผู้ที่ใช้นามว่า ตอบหน่อย จะใช้สันดาน มากกว่าใช้ข้อมูล และไม่ค่อยใช้เหตุผลมาโต้แย้ง เกริ่นนำก็ใช้คำหยาบ เจ้าของกระทู้เขาเปิดประเด็นเพื่อให้มีการแย้งข้อมูล แถมมีการพูดถึงนายตอบหน่อย อยู่ แบบไม่ใช้คำหยบ เรียก สรรพนามนายตอบหน่อย เป้น นาย ไม่ได้เรียก มัน หรือสันขวาน หากมีข้อมูลที่ถูกก็เอามาแย้ง ไม่ใช่เอาคำหยาบ เอาแต่สันดานของ นายตอบหน่อยมาแย้งแบบนี้ ความเห็นที่ 4 สั่งให้ลดฐิทิ คงไม่ได้ ต้องสั่งให้นายตอบหน่อย ลดสันดาน น่าจะดีกว่า

ผู้ตอบ : คนเหนือคลอง
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันอาทิตย์ 20 กุมภาพันธ์ 2554   เวลา 19 นาฬิกา 46 นาที
คำตอบที่ 6
รายละเอียด :   อิอิ นาย ตอบหน่อย ดีก็มั่วได้ใจ แถมเอาข้อมูลเอเอสทีวี มาเดี๊ยะ
เอาละ ผมจะตอบให้ทีละประเด็น เพื่อไม่ให้ ข้อความยาวจนคนไม่อยากอ่าน
เริ่มที่ข้อความท่อนนี้ของนายตอบหน่อย ((ตามหลักสากลทั่วโลก (ไปหาข้อมูลมาน๊ะนายยึดกติกา) เขายึดถือการปักปันเขตแดน โดยถ้าเป็นเขตแดนธรรมชาติที่เป็นหน้าผา เขาจะยึดหลักสันปันน้ำ (เข้าใจมั๊ย นายยึดกติกา สันขวาน ไปหาข้อมูลมาก่อนน๊ะ)

เห้อ หนักใจ เล่นเป็นหลักสากลโลกเลยเหรอ แค่มั่วเขตแดนยังพอใหวเล่นมั่วอ้างเป้นหลักสากลโลก ขำสติปัญญาของนายจริงๆ

เป็นการแบ่งเขตแดนระหว่างไทย กะกัมพูชาก่อนหน้านั้นโดยหยาบๆโดยอาสัยเส้นแบ่งเขต ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติไม่ว่าแม่น้ำภูเขาหรือหน้าผา ซึ่งไม่เกี่ยวกะ การตัดสินของศาลโลกและยูเนสโก้ ที่รับการยื่นมรดกโลกของกัมพูชาเลย ที่เขมรได้ผนวก แผนที่ของฝรั่งเศษในเวลานั้นเพื่อยื่นให้ศาลโลก

แต่ พันธมิตรและผู้สนับสนุนมีความเห็นโดยสรุปคือ การแบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชานั้นให้ใช้เส้นสันปันน้ำตลอดแนว ซึ่งหมายความว่าตัวปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบปราสาท รวมทั้งพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้นล้วนเป็นของไทย
ซึ่งก็เหมือนในอดีตฝ่ายไทยในระหว่าง พ.ศ. 2477-2478 มีการสำรวจพบว่ามีความแตกต่างระหว่างเส้นพรมแดนในแผนที่และแนวสันปันน้ำจริง และได้มีการทำแผนที่อื่น ๆ ซึ่งแสดงว่าปราสาทดังกล่าวอยู่ในประเทศไทย แต่ประเทศไทยก็ยังคงใช้และจัดพิมพ์แผนที่ที่แสดงว่าพระวิหารตั้งอยู่ในกัมพูชาต่อไป[2] เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิจารณาว่า รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้ยอมรับ (acquiese) ว่า ฝรั่งเศส มีอำนาจอธิปไตยเหนือเขาพระวิหารเป็นเวลายาวนานถึง 50 ปีมาแล้ว ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

ตรงนี้ต่างหากที่จะทำให้พวกแถ พวก คลั้งรักชาติ เกิดความอยากทวงคืน ในเร็วๆนี้ หากมีการยื่นของกัมพูชาให้ศาลโลกตัดสินอีกเที่ยวมีหวังหมดแน่ แทนทีจะยื่นเป็นมรดกโลกร่วมกัน ที่ นายนพดลเคยทำมาไม่ว่าการบริหารจัดการหรือการใช้ผลประโยชน์ร่วมกันบนพื้นที่ทับซ้อนนั้น


ผู้ตอบ : ยึดกติกา
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันจันทร์ 21 กุมภาพันธ์ 2554   เวลา 8 นาฬิกา 52 นาที
คำตอบที่ 7
รายละเอียด :  เถียงกันไป เถียงกันมาทั้ง 2 ฝ่าย

ต่างยกเหตุผลของตัวเองเป็นข้ออ้าง

ถามว่าจะเชื่อใคร ย้อนประวัติศาสตร์ถอยไปอีกกี่ร้อยไปก็เถียงกันไม่รู้จบ

ดินแดนแถวนี้สู้รบ แย่งชิงดินแดนกันไปมานับร้อยปี

ถ้าจะมายึดถือว่าของใคร อย่างนี้ต้องไปตัดสินเรื่องพระแก้วมรกตว่าเป็นของไทยหรือลาว ตัดสินว่าจังหวัดทางภาคเหนือเป็นของใคร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นของใคร เพราะพื้นที่เหล่านี้เปลี่ยนมือกันไปมาตั้งแต่สงครามสมัยโบราณ


ถ้ามัวแต่คิดอย่างนี้ก็คงมีแต่การสู้รบแย่งชิงดินแดนกันทั่วโลก แทนที่จะปรองดองใช้พื้นที่หาประโยชน์ร่วมกัน อย่างน้อยก็ถือเป็นดินแดนถือครองร่วม


ไม่ใช่ไปเชื่อพวกคลั่งชาติ ยุยงปลุกปั่นพยายามให้เกิดสงคราม xxxพวก 7 ตัวที่เดินไปให้เขาจับจะบอกให้นะ ว่ามีคนไทยเกินครึ่งสมน้ำหน้า และก็ไม่สนใจด้วยว่ามันจะโดนปล่อยหรือไม่ พื้นที่พิพาทก็ยังส.ใส่เกือกไปหาเรื่องใส่ตัว เสียเวลาบริหารบ้านเมืองไปกับคนพวกนี้เปล่าๆปี้ๆ

ผู้ตอบ : ยึดทางสายกลาง
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันจันทร์ 21 กุมภาพันธ์ 2554   เวลา 9 นาฬิกา 45 นาที
คำตอบที่ 8
รายละเอียด :  คนไม่รู้จริง แหลงไปก็เท่านั้น

คนไร้ความคิดจะแหลงแบบฝาซาก

คนไร้สำนึกความเป็นไทยหม้ายแหลงใครกะว่าหม้ายบ้า

เรื่องนี้ขอหม้ายให้ความคิดเห็น

มันอยู่ไกลตัว.......เพราะแต่ละคนมีอุดมการณ์ความบ้าที่แตกต่างกันออกไป

ผู้ตอบ : คนไม่มีสวนปาล์ม
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันจันทร์ 21 กุมภาพันธ์ 2554   เวลา 10 นาฬิกา 57 นาที
คำตอบที่ 9
รายละเอียด :  นายเชื่อคำพูดสมัคร ผู้ล่วงลับไปแล้ว
นายเชื่อนักวิชาการขายชาติ 7.1 ล้านบาท
นายเชื่อกับคำพูดที่แค่พูดมาที่ใช้เวลานาน 50 ปี (แสดงข้อเท็จจริงได้หรือ)

นายเชื่อว่านายหัวใจเขมร นายไปศึกษาประวัติศาสตร์มาให้ดีก่อนดีกว่าน๊ะ

มันต้องหลักสันปันน้ำ ที่นายยึดกติกา สันขวาน ไม่รู้จัก

"""ยกตัวอย่าง นายยึดกติกามีที่ดิน นาย ก มาสร้างบ้านบนพื้นที่ของนายยึดกติกา แล้วนายยึดกติกาไปฟ้องร้องศาลให้ตัดสินในพื้นที่ ศาลบอกว่าตัวบ้านเป็นของนาย ก แต่พื้นที่โดยรอบเป็นของนายยึดกติกา นายยึดกติกาจะว่าอย่างไร ? 555555 นี่นายมันเชื่อคำตัดสินที่พิลึกกึกกือ นายมันไม่มีสมองแล้วจะให้ว่ายังไงละเนี่ย""""


ถ้านายมีสมองจริงๆๆๆๆๆ ตามข่าวที่ชาวบ้านเข้าพบนายกเกี่ยวที่ดินทำกินที่โดนทหารเขมรเข้ามารุกล้ำ(บ้านหนองจาน ที่ที่ 7 คนไทยถูกจับ โดยมีนายพนิชเพื่อนนายกเข้าไปถูกจับด้วย แต่พอออกมาก็พูดเต็มปากว่า "เป็นพื้นที่ของไทย" )ให้ช่วยเหลือให้เอาคืนมา โดยเขาถือสิทธิ์มีโฉนดพร้อมเสียภาษีที่ดินครั้งล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

นายยึดกติกาจะว่าอย่างไร? เราว่านายก็คงสันดานเดิม แถอีกละ ไม่ได้จำ จำไม่ได้ ไม่สนใจ ไม่อยากสนใจ เพราะใจเขมร เสียชาติเกิด.

ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันจันทร์ 21 กุมภาพันธ์ 2554   เวลา 20 นาฬิกา 31 นาที
คำตอบที่ 10
รายละเอียด :   คิดใว้ไม่มีผิด ว่าต้องโดน สาวก พธม ไล่หรือโอนสัญชาติให้เป็นเขมร
เวลา สาวก พธม แบบนายตอบหน่อยเริ่มหมดข้อมูลจากเอเอสทีวี ที่จะนำมาแย้ง ก็เริ่มใช้แนวทางของศาสดาลิ้ม บอกกรูรักชาติมรึงไม่รักชาติ

และดูการยกตัวอย่างเรื่องการสร้างบ้านสิ หัวกวงไม่ละ นั้นมันที่ดินมีเอกสิทธ์ระบุว่าชัดว่าเป็นที่ดินใคร ต่างกับที่ดินที่มีปันหาที่ไมสามารถยืนยันสิทธ์ เนื่องจากต่างก็อ้างว่าเป็นของตน พอเข้าใจไม่เปิดกระโหลกเอาขี้เลื่อย เอเอสทีวี ออกบ้าง เติมข้อมูลที่จริง ข้อมูลที่มีเหตุมีผลใส่สมอง บ้าง

หากให้ผมยกตัวอย่างแบบกวนส้น ผมก็จะยกสักตัวอย่าง

สมมุติ นะสมมุติผมกะนายตอยหน่อยเป็นเพื่อนบ้านกัน บังเอิญเมียนายตอบหน่อยแอบมามีชู้กับผม จนนายตอบหน่อยรู้ แต่ก็ไม่ทำไรปล่อยให้ผมกะเมียนายตอบหน่อยได้เสียกัน เป็น 10 ปี 20 ปี และเมียนายตอบหน่อยติดใจผมไม่กลับไปหานายตอยหน่อยเลย อยู่ๆ เมียนายตอบหน่อยดูสวยขึ้นอิ่มเอิบขึ้น นายตอบหน่อยจะมาทวงคืน ผมถามว่า เมียนายตอบหน่อยเป้นของใคร รูปถ่ายคู่วันแต่งงานแต่ไม่จดทะเบียน ของนายตอบหน่อยนะเป็นของนายตอบหน่อย แต่ตัวเมียของนายตอบหน่อย เป็นของผมมมมม

ผู้ตอบ : ยึดกติกา
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันอังคาร 22 กุมภาพันธ์ 2554   เวลา 8 นาฬิกา 33 นาที