คำถาม :  ฮุนเซ็น แทงหวยผิดเบอร์ ผู้นำไร้อารยธรรม
รายละเอียด : ไม่น่าเชื่อว่า นักการเมืองที่อยู่ในอำนาจมายาวนานที่สุดคนหนึ่งของโลก อย่าง สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเตโชชัย ฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่คนไทยบางคนยกย่องว่า "เก๋า" กว่าใครๆ ตลอดลำน้ำโขง จะมาเกยฝั่งเจ้าพระยา ตายน้ำตื้นอย่างง่ายๆ

คำแถลงของ รัฐบาลกัมพูชา ผ่านสำนักข่าวต่างประเทศ ว่า นช. ทักษิณ ชินวัตร ได้ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่นี้ให้สมบูรณ์ คือ การสิ้นสุดของละครลวงโลก และการทูตชั้นต่ำ ที่ดำเนินมาเกือบจะครบ 1 ปีเต็มของนายฮุนเซ็น คือ การยกธงขาว ยอม "ปรองดอง" กับรัฐบาลไทย หลังจากความพ่ายแพ้ในเวทีการประชุมมรดกโลก เมื่อเดือนที่แล้วที่บราซิล ที่ไม่สามารถผลักดันแผนบริหารพื้นที่อนุรักษ์ รอบๆปราสาทพระวิหาร เข้าสู่ที่ประชุมได้ เพราะฝ่ายไทยคัดค้าน เนื่องจาก พื้นที่ดังกล่าวยังมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนอยู่ จนทำให้ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ต้องเลื่อนการประชุมในเรื่องนี้ไปอีก 1 ปี

แผนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกอย่างสมบุรณ์ จึงสะดุดลง ส่งผลไปถึง เจตนาที่ต้องการยึดครองพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร โดยใช้แผนการบริหารพื้นที่อนุรักษ์รอบปราสาทพระวิหารเป็นเครื่องมือก็พลอยเป็นหมันไปด้วย

ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งต่อไปที่บาห์เรน ไม่มีหลักประกันใดๆเลยว่า กัมพูชา จะสามารถผลักดัน ให้ที่ประชุมรับรองแผนบริหารพื้นที่อนุรักษ์ได้ หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ต่อไป และไม่มีใครรู้ว่า เมื่อถึงเวลานั้น นายอภิสิทธิ์ จะยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่หรือไม่ และถ้าไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ จะเป็นใคร

ฮุนเซ็นคงไม่อยากแทงหวยผิดอีกครั้ง หลังจากแทงผิดมาตลอดว่า นายอภิสิทธิ์ จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่นาน เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นช. ทักษิณ จะกลับมามีอำนาจ อีกครั้งหนึ่ง เขาจึงทุ่มสุดตัว เดินเกมดิสเครดิต แสดงความเป็นปฏิปักษิ์อย่างเปิดเผยกับนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ

กว่าจะรู้ว่า แทงหวยผิดเบอร์ แทงม้าผิดตัว ก็เสียเชิง เสียหน้าไปหมดแล้ว ในเวทีการฑูตระหว่างประเทศ การยอมปลด นช. ทักษิณ ออกจากที่ปรึกษา โดยอ้างว่า เป็นการลาออกเองนั้น คือ การขอคืนดีกับประเทศไทย เพราะรัฐบาลไทยตั้งเงื่อนไขว่า จะยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตขึ้นสู่ระดับปกติ ส่งเอกอัคราชทูตกลับไปประจำที่กรุงพนทเปญ ก็ต่อเมื่อ ฮุนเซ็น ปลด นช. ทักษิณ ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาเท่านั้น

ทันที่ที่มีการปลด นช. ทักษิณออกจากที่ปรึกษา ทั้งไทยและกัมพูชา ต่างก็ส่งเอกอัครราชฑูตของตนกลับไปทำหน้าที่ตามเดิม ฮุนเซนยังมีของแถมว่า จะส่งตัวคนไทย 3 คนที่ล้ำแดนเข้าไป จนถูกทหารกัมพูชาจับ คืนมาให้

หวังว่า ฮุนเซน คงไม่ส่งผิดตัว เอานายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กลับมาให้แทน

ความขัดแย้งระหว่างฮุนเซ็น กับประเทศไทย เริ่มปะทุอย่างดุเดือดแหลมคม เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลังพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ในฐานะประธานพรรคเพื่อไทย เดินทางไปพบกับนายฮุนเซ็นพร้อมกับพลเอกวิชิต ยาทิพย์ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมปีที่แล้ว โดยบอกว่า ไปตามคำเชิญ ของฮุนเซ็นในฐานะเพื่อนเก่า

สองวันหลังจากนั้น ในวันที่ 23 ตุลาคม 2552 ฮุนเซ็น นั่งเครื่องิบนส่วนตัวมาประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ทันทีที่มาถึง โรงแรมดุสิต รีสอร์ท ชะอำ สถานที่จัดประชุม ก็เดินรี่เข้าหาผู้สื่อข่าวทันที เพื่อให้สัมภาษณ์ว่า จะไม่ส่งตัว นช. ทักษิณ กลับไทยตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ถ้านช.ทักษิณ ขอพักพิงในกัมพูชา จะตั้ง นช.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ และยังวิพากษ์วิจารณ์ กระบวนการยุติธรรมของไทยว่า ไม่ให้ความเป็นธรรมกับ นช. ทักษิณ

นายอภิสิทธิ์ ตั้งโต๊ะตอบโต้ทันที พร้อมกับสั่งสอนฮุนเซ็นว่า เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีความอาวุโส อย่าไปเป็นเหยื่อและเป็นเบี้ยให้ใครเลย

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 รัฐบาลกัมพูชา ออกแถลงการณ์แต่งตั้ง นช. ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวอย่างเป็นทางการ ทำให้ไทยประท้วงด้วยการเรียกทูตกลับประเทศทันที เป็นการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตลง หลังจากนั้น ไม่กี่วัน นช. ทักษิณ ก็เดินทางไปรับตำแหน่งที่กรุงพนมเปญ มีการจัดฉากประชุมรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจของกัมพูชา เพื่อให้ นช. ทักษิณ เล่นบทที่ปรึกษา บรรยายเรื่องเศรษฐกิจให้ฟัง

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 ละครลวงโลก ฉากที่ 2 เริ่มขึ้น เมื่อทางการกัมพูชาจับกุมนายศิวรักษ์ โชติพงศ์ วิศวกรคนไทยที่ทำงานกับบริษัทควบคุมการจราจรทางอากาศ ของกัมพูชา ข้อหาเป็นสายลับขโมยข้อมูล ตารางการบินของ นช. ทักษิณ ไปให้อัครราชทูตไทยคนที่ 1 ประจำกรุงพนมเปญ ศาลกัมพูชา ตัดสินจำคุก 7 ปี ปรับ 10 ล้านเรียล แต่บิ๊กจิ๋ว ส่งหนังสือขออภัยโทษไปก่อนที่ศาลจะพิพากษา หลังจากนั้น กษัตริย์กัมพูชา อภัยโทษให้นายศิวรักษ์ มีการจัดฉาก ให้ฮุนเซ็นทำพิธีส่งตัวนายศิวรักษ์ ให้ นช. ทักษิณ ที่บินไปรับด้วยตัวเอง

วันที่ 1 ธันวาคม 2552 ในการกล่าวปราศรัยกับประชาชนชาวกัมพูชา ตอนหนึ่งฮุนเซ็นกล่าวว่า กัมพูชา จะไม่มีความสุข หากคนกลุ่มนี้ ( นายอภิสิทธิ์, นายกษิต) ยังมีอำนาจอยู่

การโจมตีนายอภิสิทธิ์ ยังมีต่อมาเป็นระยะๆ และรุนแรงขึ้น หลังจากกัมพูชาไม่สามารถนำแผนการบริหารพื้นที่อนุรักษ์รอบปราสาทพระวิหารเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก มีการออกแถลงการณ์ กล่าวหานายอภิสิทธิ์ ว่า ไม่มีภาวะผู้นำ ทำความเสื่อมเสียให้อาเซียน กัมพุชายังทำหนังสือฟ้องไปยังองค์การสหประชาชาติว่า นายอภิสิทธิ์ขู่จะใช้กำลังเข้าแก้ไขปัญหาข้อพิพากชายแดน และฟ้องไปยังประธานอาเซียน ให้เข้ามาแก้ไขปัญหา เพื่อยกระดับปัญหาให้ขึ้นสู่โต๊ะเจรจาระดับพหุภาคี หรือเรียกร้องให้องค์การระหว่างประเทศเข้ามาเป็นคนกลาง อันเป็นกลยุทธเดียวกับที่ นช. ทักษิณ ใช้กับคดีความของตนเอง และคดีก่อการร้ายของคนเสื้อแดง

แต่แล้ว จู่ๆ ฮุนเซ็นก็ยอมเสียสละ ความสุขของกัมพูชา ยอมง้อ ขอคืนดีไทย ด้วยการปลด นช. ทักษิณ ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษา ทำให้ความสัมพันธ์ทางการทูตของสองประเทศคืนสู่ระดับปกติทันที

การเปิดศึกกับนายอภิสิทธิ์ โดยไม่คำนึงถึงมารยาททาวการทูต ของฮุนเซ็น เป็นการยอมให้ นช. ทักษิณ ใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมือง โดยการเปิดแนวรบด้านต่างประเทศขึ้นอีกแนวรบหนึ่ง ตามยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศ และอาจจะหลงเชื่อ "เพื่อนเก่า" ว่า นช. ทักษิณ จะกลับมา เหมือนทหาร ตำรวจ ข้าราชการ นักการเมือง สื่อ กลุ่มหนึ่งที่แทงหวย ทักษิณ มาโดยตลอด แต่ฝันที่มีคนไปขายให้ฮุนเซนก็ไม่เป็นจริงเสียที มีแต่จะริบหรี่ลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะ หลังการพ่ายแพ้ชนิด พังทลายทั้งเครือข่ายของคนเสื้อแดง เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และความพ่ายแพ้ของกัมพูชาในที่ประชุมยูเนสโก คงทำให้ ฮุนเซน ฉุกคิดได้ว่า ขืนแทวงหวยเบอร์แม้วต่อไปเรื่อยๆ มีแต่จะเข้าเนื้อตัวเอง จึงหันมาตั้งสติทบทวนว่า เรื่องไหนจริง เรื่องไหนลวง

ทั้งๆที่เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง พลเอกชวลิต " เพื่อนเก่า" ของฮุนเซ็น ให้สัมภาษณ์อีกแล้วว่า ปลายปีนี้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่ฮุนเซ็นไม่เชื่อบิ๊กจิ๋ว อีกแล้ว

ผู้ถาม : ตอบหน่อย
ส่งคำถามเมื่อ : วัน พุธ ที่ 25 สิงหาคม 2553   เวลา 7 นาฬิกา 55 นาที