คำถาม : ชายชุดดำฆ่าประชาชน ไขปริศนาศพหายไปไหน?
รายละเอียด : คำให้การของเด็กหนุ่มผู้ถูกจ้างไปทำบั้งไฟท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและหยาดน้ำตากลางสี่แยกราชประสงค์ เป็นการกระชากหน้ากากแกนนำก่อการร้ายแดงที่พยายามสร้างภาพให้ วัดปทุมวนาราม เป็นเขตอภัยทาน
ว่าเป็นเพียงฉากลวงโลกที่เสกสรรปั้นแต่งขึ้น โดยมีกลุ่มสันติวิธีอย่าง โคทม อารียา เป็นหนึ่งในฟันเฟืองนำสีขาวมาทาบทับสีแดง
ที่กล่าวเช่นนี้ มิได้กล่าวหาอย่างเลื่อนลอย แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในระหว่างที่ วัดปทุมวนาราม ถูกประกาศเป็นเขตอภัยทานให้ เด็ก สตรี และคนชราไปอาศัยอยู่นั้น ยังมีการ์ดแดงพร้อมอาวุธสงครามปะปนอยู่กับกลุ่มคนอ่อนแอเหล่านั้น
จนกระทั่งวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลากลางวัน (เวลาเท่าใดไม่ทราบแน่ชัด) ข้าฯ นายเล่ กับพวกอีก ๕ คน หมดความอดทน จึงหนีออกจากวัด จึงได้พากันหนีออกจากประตูวัดด้านใกล้แยกถนนอังรีดูนัง โดยนายเล่ กับพวกรวม ๕ คน นั้น นำหน้าออกประตูวัด ข้าฯตามหลังพบชายชุดดำใส่หมวกไหมพรมประมาณ ๕-๖ คน ถือปืนยาวทุกคนอยู่ที่บริเวณประตูวัดดังกล่าว ได้ยิงปืนใส่นายเล่ กับพวกต่อหน้าข้าฯ ข้าฯ จึงไม่กล้าออกไป และได้แอบดูเห็นชายชุดดำดังกล่าวได้ลากศพนายเล่ กับพวกไปเผายังบังเกอร์บนถนนบริเวณหน้าวัด
คำให้การของเด็กหนุ่มผู้เห็นเหตุการณ์สังหารโหดในวัดปทุมวนารามกับตา สะท้อนความจริงที่ว่า มีกลุ่มก่อการร้ายแดงติดอาวุธสงคราม พร้อมที่จะสาดกระสุนใส่คนที่ต้องการก้าวพ้นจากธรณีประตูวัดอย่างโหดเxxx้ยม ไร้ความปราณี
ไม่แน่ว่าศพที่เกิดในวัดปทุมวนารามอาจมีจำนวนมากเกินกว่าที่เราจะคาดถึง และศพเหล่านั้นอาจถูกเผาทำลาย หรือเคลื่อนย้ายทำลายหลักฐานในช่วงเหตุชุลมุน ก่อนที่เจ้าหน้าที่รัฐจะเข้าถึงพื้นที่ คงเหลือไว้แค่ 6 ศพที่ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง พยายามทำลายความชอบธรรม กล่าวหา ทหารและรัฐบาลอย่างเป็นระบบ สร้างน้ำหนักผ่านสื่อมวลชนบางฉบับที่ปวารณาตนเป็น
แก้วประการที่สี่ของ ทักษิณ
สิ่งที่น่าสนใจท่ามกลางควันไฟกลางสี่แยกราชประสงค์ที่ผู้คนอาจจะหลงลืมไปแล้ว คือ ในช่วงต้นที่มีการเข้าไปเคลียร์สถานที่บริเวณเซ็นทรัลเวิล์ด เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2553 มีการรายงานข่าวออกมาในช่วงแรกว่า พบศพถูกเผาเกรียมอยู่ในบริเวณดังกล่าว 9 ศพ และมีศพชายสำลักควันเสียชีวิตอีก 1 ราย บริเวณชั้นสี่ของเซ็นทรัลเวิล์ด
9 ศพ ที่ถูกเผาเกรียมจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำลายหลักฐานการฆ่าหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าค้นหา เพราะคำให้การของเด็กหนุ่มคนทำบั้งไฟระบุว่า กลุ่มคนที่หนีออกมาพร้อมกับเขา 5 คน ถูกยิงและลากไปเผาบริเวณบังเกอร์หน้าวัด แล้วศพเหล่านั้นหายไปไหน เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์กับ 9 ศพที่ถูกพบในเซ็นทรัลเวิล์ด?
ความจริงอีกประการหนึ่งจากคำให้การนี้ ที่ทำให้เราสามารถต่อภาพเหตุการณ์ภายในวัดปทุมวนารามวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ได้ คือ การสังหารหมู่ภายในวัดปทุมวนารามโดยการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายแดงเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย ซึ่งจากคำให้การของเด็กหนุ่มคนทำบั้งไฟที่ขณะนี้ถูกกันไว้เป็นพยานปากสำคัญระบุชัดว่า
การสังหารโหดเกิดขึ้นทันทีที่มีผู้พยายามจะก้าวเท้าออกจากวัด จึงมีความเป็นไปได้ที่กลุ่มของเด็กหนุ่มผู้นี้อาจไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ถูกฆ่าโหด เพราะหากเรานึกถึงสภาพข้อเท็จจริงท่ามกลางห่ากระสุนและเสียงระเบิดน่าจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่จิตตก เกิดความหวาดกลัวต่อสถานการณ์จนพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะออกจากวัดแห่งนั้น
แล้วจะมีสักกี่คนที่ออกจากวัดปทุมวนารามได้ โดยรอดพ้น มัจจุราชชุดดำที่ยืนดักฆ่าอยู่หน้าประตูวัด?
ส่วน 6 ศพ ที่ยังเป็นปริศนาว่าใครฆ่า มีการระบุถึงห้วงเวลาการเสียชีวิตว่าน่าจะอยู่ในช่วงตะวันตกดิน 4 ศพมีการชันสูตรแล้วพบว่าจาก วิถีกระสุนถูกยิงในระนาบเดียวกัน มิใช่มุมสูงจากสกายวอล์คหรือบริเวณรางรถไฟฟ้าบีทีเอส สำหรับอีก 2 ศพ ที่วิถีกระสุนเข้าบริเวณไหล่ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้เช่นเดียวกันว่าวิถีมาจากมุมสูง จนกว่าจะได้มีการจำลองสถานการณ์จริง
ที่น่าสนใจคือผลการตรวจดีเอ็นเอจากกองเลือดภายในวัดของคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ซึ่งพยานระบุว่าเป็นจุดที่ น.ส.กมนเกด อัคฮาค เสียชีวิต กลับพบว่า นอกจากดีเอ็นเอจะไม่ตรงกับของ น.ส.กมนเกดแล้ว ยังไม่ตรงกับศพใด ๆ ใน 6 ศพที่ถูกนำมาแห่เรียกร้องให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงไทยอยู่ตอนนี้อีกด้วย
แล้วเลือดปริศนาเหล่านั้นเป็นของใคร เจ้าของเลือดยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
น่าประหลาดใจไปกว่านั้น คือ จากหลักฐานและคำให้การข้างต้นน่าจะยืนยันได้ว่ามีผู้เสียชีวิตภายในวัดปทุมวนารามมากกว่า 6 ศพที่กำลังประโคมข่าวกันอยู่ในเวลานี้
แล้วศพเหล่านั้นอันตรธานหายไปไหน ทำไมจึงเหลือไว้เพียงแค่ 6 ศพกองสะเทือนใจอยู่บริเวณเต๊นท์พยาบาล แถมศพที่พบยังมีลักษณะเหมือนถูกเลือกเป้าให้เกิดความละเอียดอ่อนทางด้านจิตใจว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกทำร้ายอย่างอำมหิต โดยใช้ศพของ น.ส.กมมนเกด ซึ่งเป็นอาสาพยาบาลมาเป็นสัญลักษณ์ในการโจมตีทหารและรัฐบาล
คำถาม คือ หากทหารทำตัวเป็นเครื่องจักรสังหารหมู่ 6 ศพ จริง มีแรงจูงใจอะไรที่ทำให้ทหารต้องกระทำการดังกล่าว
คำตอบ คือ มีแต่ผู้บังคับบัญชาที่เสียสติเท่านั้นที่จะสั่งการให้ฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพราะทหารและรัฐบาลมิได้ประโยชน์ใด ๆ เลยจากการสังหารโหดครั้งนี้ มีแต่จะตกเป็นจำเลยสังคมตามข้อหาที่ทักษิณ พรรคเพื่อไทยและก่อการร้ายแดง พยายามยัดเยียดวลี ทรราชสั่งฆ่าประชาชนให้กับ อภิสิทธิ์ เวชชีวะ มาตั้งแต่เมษายนปีที่แล้ว แต่ล้มเหลวเพราะหาศพไม่เจอ
คนที่ได้ประโยชน์เต็มที่จากโศกนาฎกรรมวัดปทุมวนาราม คือ พรรคเพื่อไทย ก่อการร้ายแดง และทักษิณที่กำลังแห่ 6 ศพนี้ไปฟ้องศาลโลก
มันยังเลวไม่หยุดยั้งครับพี่น้อง
ผู้ถาม : ตอบหน่อย
ส่งคำถามเมื่อ : วัน ศุกร์ ที่ 4 มิถุนายน 2553 เวลา 8 นาฬิกา 2 นาที
คำตอบที่ 1
รายละเอียด : เพื่ออะไร...
ผู้ตอบ : คนไทย
ส่งคำตอบเมื่อ : วันเสาร์ 5 มิถุนายน 2553 เวลา 8 นาฬิกา 38 นาที
คำตอบที่ 2
รายละเอียด : มีคนตาย คุณก็อยู่ไม่ได้แล้ว ไม่ว่าฝ่ายไหนตาย แต่ที่สุดคือคนไทย ที่ตาย
ผู้ตอบ : คน
ส่งคำตอบเมื่อ : วันเสาร์ 5 มิถุนายน 2553 เวลา 9 นาฬิกา 57 นาที