คำถาม :  สอบถามเกี่ยวกับถนนคนเดิน ยังไม่ได้รับความกระจ่างเลยค่ะ
รายละเอียด : 1.ถนนคนเดินพื้นที่เท่าเดิมในขณะที่ผู้ค้ามีความประสงค์จะขายมากขึ้น การให้ผู้ที่ประสงค์จะขายไปลงทะเบียน ก็เพื่อจะได้คัดเลือกโดยคณะกรรมการฯ มี 10 คน โดยการให้ดาว รายใดได้ดาวมากกว่าก็จะได้ขายในพื้นที่ที่เจ้าเดิมหมดสิทธิ์ (1 ปีขาดเกิน 6 ครั้ง ลาเกิน 18 ครั้ง) และจะต้องตรงกับโซนนั้นๆ เช่น พื้นที่ขายอาหารก็พิจารณาผู้ค้าที่จะประสงค์ขายอาหาร

2.เป็นธรรมดาเมื่อมีผู้ต้องการขายมาก ในขณะที่พื้นที่มีน้อยมาก ผู้ที่ไม่ได้ย่อม "คิดไปเอง" ว่าไม่โปร่งใส อุปถัมภ์ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว คิดว่าหากผู้ร้องติดใจ ไปขอดูได้ทุกๆราย

3.พื้นที่ลานกิจกรรม ทราบว่าเป็นข้อตกลงระหว่างหอฯกับผู้ค้า หากมีการจัดอีเวนท์ของสนง.พาณิชย์หรือจัดงานคุ้มครองผู้บริโภค ช่วงที่ผ่านมา ผู้ค้าต้องเสียสละหยุดขาย เพราะเป้าประสงค์เดิมลานกิจกรรมจะไม่ให้มีการจำหน่ายสินค้าเป็นการถาวร แต่เนื่องจากมีผู้ค้าจำนวนมากร้องขอมาขอใช้พื้นที่ขาย หอฯจึงจำยอม

4. ทำเลพื้นที่ราคาแตกต่างกันหรือไม่ ทราบว่าพื้นที่สำหรับผู้ค้ารายเดิมๆ (ที่กล้าเสี่ยงทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะติดหรือไม่อยู่กับถนนคนเดินมาคาดว่าจะมีประมาณ 163 ราย จัดเก็บ 30 บ. ตั้งแต่วันเปิดถนนเป็นค่าขยะ 10 บ. ค่าไฟ 20 บ. ส่วนผู้ค้ารายอื่นๆที่มาทีหลังหรือเป็นผู้ค้าขาจรจัดเก็บ 100 บ. แม้ราคาจะแตกต่าง แต่ถามว่าผู้ค้าพอใจหรือไม่กับยอดขาย คิดว่าเกือบ 100% พอใจ

5. ทราบมาว่าหอฯได้ตั้งรางวัลให้กับผู้ใดก็ได้ ที่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่า มีการเก็บเงินใต้โต๊ะหรือไม่ออกใบเสร็จ หรือจัดเก็บแล้ว นำเงินเข้ากระเป๋า (ของผู้เก็บเอง)

6. งบประมาณปีแรก 2 ล้าน จังหวัดให้ 1.8 ล้านบาท เทศบาลสมทบ 2 แสน นำไปใช้ในเรื่องของการพัฒนาตลาดเป็นงบลงทุน เช่น สร้างเวที ระบบไฟฯ ซึ่งการจัดจ้างผ่านคณะกรรมการตรวจรับ หอฯไม่ได้จับเงิน แม้แต่บาทเดียว ลงทุนครั้งเดียวทำให้คนมีงานทำ มีรายได้ เกือบ 300 คน เงินสะพัดจากการขายเดือนหนึ่ง 12 - 14 วัน 10 กว่าล้าน คิดว่าสุดจะคุ้มค่า

7. ที่บอกว่าเป็นถนนเปิดท้ายขายอาหาร ผมก็คิดว่าอาจจะจริง เพราะมีผู้ขายอาหารจำนวนมาก แต่ทราบหรือไม่ผู้ขายอาหารที่ถนนคนเดิน หอฯจะห้ามไม่ให้ใช้กล่องโฟม เพราะให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทราบหรือไม่ว่า เป็นอีกแห่งหนึ่งที่นำร่องการประหยัดพลังงาน เป็นถนนคนเดินที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในระดับประเทศ จากกระทรวงพาณิชย์ และเป็นตลาดต้นแบบที่มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนมาดูงาน เพื่อจะนำไปทำที่จังหวัดของเขา

ผมทราบมาว่าช่วงที่หอฯได้รณรงค์เชิญชวนผู้ค้าให้ไปลงทะเบียนเพื่อขายของที่ถนนคนเดิน มีคนสนใจน้อยมาก ในส่วนของสินค้า OTOP สินค้าแฮนเมค หอฯให้ความสำคัญมาก กำหนดไว้เบื้องต้น 20 ล็อค ทั้งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาคนมาขาย แต่ไม่มีใครเอา สุดท้ายต้องประสานกับคุณนที แดงหนำ ประธาน OTOP กระบี่ อยู่ที่ศูนย์ OTOP อบจ.ถ.ท่าเรือ จัดคนมาลง ซึ่งจาก 20 ล้อค คุณนที รับเพียง 9 ล้อค อยู่มาจนถึงวันนี้ จริงเท็จอย่างไร ลองสอบถามดู จะได้กระจ่างชัดขึ้นบ้าง ครั้นตลาดติดแล้วจะเอาแม่ค้าเดิมออก เพื่อให้มีพื้นที่ OTOP ก็คิดว่าไม่น่าจะถูกต้อง แต่อย่างไรเสียหอฯก็ได้แก้โดยจัดพื้นที่โซนกลางถนนบริเวณปากทางเข้าถึงสามแยกหน้าโรงรับจำนำเดิม เพื่อสินค้าแฮนเมค สินค้าทำมือที่มีการสาธิตพร้อมฝึกสอนให้กับผู้สนใจ และเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินเปิดหมวก ของ นร. นศ. ที่มาแสดงดนตรีไทย ฯลฯ ซึ่งไม่ได้จัดเก็บค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด รวมไปถึงโซนกลางถนนที่ นร. นศ.ที่นำอาหารมาขายด้วย
ตอบไปแล้ว เท่าที่จะจำได้ และมีข้อมูลคิดว่าคง “สว่าง” ขึ้นบ้าง แล้ววันหลังขอระเบียบที่หอฯได้กำหนดเป็นแนว ทางปฏิบัติของผู้ค้า นำมาลงเพื่อจะได้รับทราบรายละเอียดมากไปกว่านี้

จากไททอน สอนมวย

ผู้ถาม : นกน้อย
ส่งคำถามเมื่อ : วัน อังคาร ที่ 1 มิถุนายน 2553   เวลา 14 นาฬิกา 13 นาที
คำตอบที่ 1
รายละเอียด :  ขอเสนอแนวทางขยายพื้นที่ออกไปทางด้านหน้าห้างโวคตั้งแต่สี่แยก
ไฟแดงจนถึงสุดถนนแต่ให้รถยังสามารถวิ่งสวนกันทั้งซ้ายขวา
เหมือนกับที่สี่แยกไฟแดงหน้าห้างโวค รถที่มาจากตลาดเป็น
one way จนถึงสี่แยกไฟแดงก็สามารถวิ่งเลี้ยวขวาและตรง
ไปที่ร้านแมลงป่องได้ปกติ ส่วนรถที่สวนมาจาก Green House
ก็ผ่านสี่แยกไฟแดงได้เหมือนเดิม แต่ให้เลี้ยวซ้ายได้อย่าง
เดียวก็พอจะแก้ไขให้มีพื้นที่มากขึ้น ส่วนที่เวทีกิจกรรมต่าง
ก็ไม่ต้องไปยุ่งอะไรเพียงแต่ให้เปิดขายได้เฉพาะร้านค้าขาย
อาหารต่างได้เหมือนเดิม ขายเสื้อผ้าให้ย้ายออกไปที่ถนน
ใหญ่หน้าโวค ให้เป็นสัดส่วนที่มีระเบียบเรียบร้อยมากที่ซู้ด

ผู้ตอบ : เหยี่ยวถลาลม
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันอังคาร 1 มิถุนายน 2553   เวลา 22 นาฬิกา 10 นาที