คำถาม :  เมื่อ "เสือแห่งกองทัพ" ขยับกรงเล็บ
รายละเอียด : มีประเด็นหนึ่งที่บางท่านอาจสงสัย และไม่แน่ใจ คือโลกทุกวันนี้คล้าย "รวมศูนย์" เรื่องในบ้านเราแท้ๆ ก็พยายามดึง "คนนอกบ้าน" ให้เข้ามาจุ้นจ้านเหมือนบ้านเมืองเสียเอกราช อย่างพวกกบฏแผ่นดินใกล้ตาย จตุพรก็แหกปากโวยวายให้ UN เข้ามาบ้าง จะไปฟ้องศาลโลกว่ารัฐบาลฆ่ากองโจรกบฏแผ่นดินอย่างพวกเขาบ้าง
ผมจะบอกให้เข้าใจ "ไม่ต้องไปสน" เพราะการปราบกบฏของ ศอฉ.ขณะนี้ ชอบธรรม และถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่าง จะพูดว่า ได้รับความเห็นชอบจาก "ศาลสถิตยุติธรรม" แล้วก็ย่อมได้ ฉะนั้น ยูเอ็น หรือองค์กรไหน ไปไกลๆ เลย!
คืออย่างนี้ครับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.นั่นแหละให้ทนายไปร้องต่อศาลแพ่งขอคุ้มครองชั่วคราว และขอให้ศาลมีคำสั่งไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าสลายการชุมนุมโดยใช้อาวุธสงคราม และห้ามไม่ให้มีการปิดกั้น หรือขัดขวาง ไม่ให้รถขนอาหารและน้ำดื่มเข้าไปบริเวณพื้นที่การชุมนุม บริเวณแยกราชประสงค์
แล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ คือศุกร์ที่ ๑๔ พ.ค.ตอน ๕ โมงเย็น ท่านศาลพิจารณาคำร้องแล้วก็มีคำสั่งออกมาดังนี้.....
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จำเลยที่ ๑-๒ ได้กำกับควบคุมสั่งการให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน มีประกาศศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เรื่องห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ ฉบับลงวันที่ ๑๓ พ.ค.๕๓
และต่อมามีปฏิบัติการตามประกาศฉบับดังกล่าว เพื่อสกัดกั้นมิให้ประชาชนที่อยู่นอกพื้นที่การชุมนุมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เข้ามาสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมเดิมบริเวณสี่แยกราชประสงค์นั้น เป็นมาตรการหนึ่งในการสลายการชุมนุมเพื่อให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง ไม่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ และไม่ส่งผลเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ อันเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารที่จำเป็นต้องดำเนินการ
แม้ปฏิบัติการดังกล่าวจะทำให้ผู้ชุมนุมได้รับความกระทบกระเทือนต่อความเป็นอยู่ตามคำร้อง ก็อยู่ในมาตรการการรักษาความสงบเรียบร้อยประการหนึ่ง ซึ่ง เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร ศาลจึงมิอาจก้าวล่วงไปพิจารณา หรือทบทวนการใช้ดุลพินิจของฝ่ายบริหารนั้นได้
ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองมีคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธสงครามต่อประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุมนั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความจากนายคารม พลทะกลาง ทนายความโจทก์ว่า เหตุการณ์ใช้อาวุธต่อบุคคลที่ระบุในคำร้องไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด ประกอบกับการที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการสลายการชุมนุมเพื่อให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมืองโดยมีอาวุธติดตัว ซึ่ง หากมีความจำเป็นก็สามารถนำมาใช้ เพื่อระงับยับยั้งได้ตามสถานการณ์หรือเหตุการณ์เฉพาะหน้า หรือป้องกันตนเองได้ อันเป็นไปตามหลักสากล กรณียังไม่มีเหตุผลอันสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามที่โจทก์ขอมาใช้บังคับได้
จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ครับ..ก็ชัดเจนว่า สิ่งที่รัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ ในนาม ศอฉ.ทำอยู่ขณะนี้ เป็นไปตาม ๗ ขั้นตอนสากล "เบาไปหาหนัก" ถูกต้อง ไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือเป็นอย่างที่พวกกบฏและพรรคการเมืองแก๊งกบฏพยายามแหกปากตะโกนบิดเบือนความจริงให้เห็นเป็นว่า "รัฐบาลฆ่าประชาชน"
เราทั้งหลาย ในฐานะสุจริตชนพลเมือง ถ้าไม่ให้กำลังใจรัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ ในการทำหน้าที่ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าทำตัวเป็นปฏิปักษ์-ขัดขวางเลย เพราะสิ่งที่เขาทำก็เพื่อประโยชน์สุขของบ้านเมือง ถ้าเขาหวังสุขเฉพาะตัวของเขา เพียงอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไร อย่างนั้นเขาจะสุขกว่าออกมาเหนื่อย-หนัก แถมถูกด่าอีกตะหาก!
เมื่อรัฐบาลและทหารรุก ดูจะรุกดุดันและต่อเนื่อง ก็ดูซี...ตัดท่อน้ำเลี้ยงชนิด "กระชากหน้ากาก" ให้เห็นหน้าเนื้อว่าใคร-เป็นใครจะแจ้งกันไปเลย ทั้งบริษัท-ห้างร้าน และบุคคลกว่าร้อยรายที่ถูกห้ามทำ "ธุรกรรมทางการเงิน" แบบนี้-พูดได้คำเดียวว่า...หน้าไหนยังซ่าต่อ ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ อยากลองของก็...เรียงหน้าเข้ามาเลย !!!
ปฏิบัติการนี้ "เคลียร์-คัท" กว่า ๑๙ กันยา ๔๙ เป็นไหนๆ.
ผู้ถาม : ตอบหน่อย
ส่งคำถามเมื่อ : วัน จันทร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2553   เวลา 10 นาฬิกา 2 นาที
คำตอบที่ 1
รายละเอียด :  เสธ แดง น้อยใจ อ็อฟ พงพัฒน์ที่ขับไล่ออกจากบ้านพ่อ เสธแดง ก็เลยไปซะ อิอิอิอิ.....

ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันจันทร์ 17 พฤษภาคม 2553   เวลา 10 นาฬิกา 15 นาที