คำถาม : ไพร่แดงเปลี่ยนสี นับถอยหลังสู่ความพ่ายแพ้
รายละเอียด : นับเป็นการถอยครั้งใหญ่ ของขบวนการไพร่แดง ที่ตัดสินใจเปลี่ยนสีเสื้อ ถอดเสื้อแดงทิ้ง คว้าเสื้อหลากสีมาใส่ โดยอ้างว่า เพื่อ ไม่ให้เป็นเป้า หากรัฐบาลลงมือสลายการชุมนุม
ในทางการตลาด นี่คือการ ปลดป้าย โละยี่ห้อทิ้ง เพราะสินค้ามีปัญหา ขายไม่ออก ผู้บริโภคไม่เชื่อถือ
ในทางการเมือง นี่คือ ความพยายามในการลบภาพลักษณ์ ละทิ้งสิ่งที่เป็นเครื่องหมายตัวแทนของขบวนการ เพราะว่า เสื้อแดง ไม่ชอบธรรม ยิ่งนานวัน ยิ่งแสดงธาตุแท้ให้สังคมได้เห็น ทำให้สีแดงซึ่งเป็นสีมงคล ต้องกลายเป็นความอัปมงคล
ในทางการทหาร นี่คือ การที่แม่ทัพนายกอง สั่งทหาร ทำลายบัตรประจำตัว สัญลักษณ์แสดงตน ถอดเครื่องแบบทิ้ง เพื่อเตรียมหลบหนีกองทัพข้าศึก
45 วันของการชุมนุมของขบวนการไพร่แดง นับว่ายาวนานเกินความคาดหมาย แต่ยิ่งนานวัน แทนที่การชุมนุมจะยิ่งเติบใหญ่ มีพลัง กลับยิ่งอ่อนล้า หมดพลังลงไปทุกทีๆ การชุมนุมที่เริ่มต้นขึ้นด้วยฝูงชนหลายหมื่นคน เต็มไปด้วยความฮึกห้าว เหิมหาญ ประกาศว่า จะโค่นอำมาตย์ จะเอาเลือดหัวใครต่อใครมาล้างตีน กลับเรียวเล็ก ฝ่อลงไปเรื่อยๆ
เพราะเป็นการชุมนุมที่ไม่มีความชอบธรรม ใครๆก็รู้ทันว่า กลุ่มคนเสื้อแดง หรือขบวนการไพร่แดงนั้น เป็นเครื่องมือของ นช. ทักษิณ ชินวัตร ในการทวงคืนอำนาจ และทรัพย์สิน ข้อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนนั้น ใครๆก็รู้ว่า เป็นเพียงข้ออ้าง เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่แท้จริง
ยิ่งชุมนุมไป ก็ยิ่งทำให้คนไทยได้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า เป้าหมายสูงสุดของ นช. ทักษิณนั้น ไม่ใข่เพียงเปลี่ยนอำนาจการปกครองเท่านั้น แต่ไปไกลถึงเปลี่ยนระบอบการปกครองเลย
การใช้ความรุนแรง สังหารทหาร และไพร่แดงด้วยกัน ที่สี่แยกคอกวัว เป็นยุทธวิธีหนึ่ง ที่ผู้บงการคาดหวังว่า ความสูญเสียที่เกิดขึ้น จะทำให้เกิดกระแสประณามนายอภิสิทธิ์ ว่า เป็นผู้สั่งการให้สลายการชุมนุม และเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก และยุบสภา เพื่อทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง
ความเคลื่อนไหวของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ที่เรียกร้อง ขอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นอีกยุทธิวธีหนึ่ง ที่มุ่งหมายต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง
แต่ทั้งการใช้ความรุนแรง และการจาบจ้วงสถาบัน กลับกลายเป็นกระแสตีกลับใส่ขบวนการไพร่แดงจนต้านไม่อยู่ การเคลื่อนไหวทั้งสองแนวทางนี้ ประสานกับการชุมนุมที่ผ่านฟ้า ราชประสงค์ และการก่อวินาศกรรม ยิงระเบิดใส่เสาไฟฟ้า แรงสูง คลังน้ำมัน และสถานที่ราชการ ทำให้คนไทยที่มีสติปัญญา ตระหนักถึงภยันตรายอันใหญ่หลวง ที่กำลังคืบคลานเข้ามาสู่สังคมไทย
กลุ่มพลังเงียบที่อดทนอดกลั้นมานาน ลุกขึ้นมาใส่เสื้อหลากสี แสดงเจตนารมณ์ต่อต้านการชุมนุมของขบวนการไพร่แดงกันอย่างกว้างขวาง จากจุดเริ่มต้นที่อนุสวารีย์ประชิปไตย ขยายไปตามจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ จากผู้ที่มาชุมนุมเพียงหลักพันคน เพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่น เป็นการชุมนุมที่ขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากการชุมนุมของขบวนการไพร่แดง ที่เริ่มต้นด้วยความใหญ่โต แต่หดตัวเล็กลงไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป
เหตุการณ์สังหารโหดทหาร และไพร่แดง ที่สี่แยกคอกวัว โดยกลุ่มก่อการร้ายที่แฝงตัวอยู่ในที่ชุมนุม เมื่อวันที่ 10 เมษายน ทำให้ ขบวนการไพร่แดงต้องถอยร่น ตกเข้าไปอยู่ในวงล้อมของทหาร ตำรวจ ที่สี่แยกราชประสงค์
การดึงฟ้าต่ำของพลเอกชวลิต และการยิงระเบิดใส่ประชาชนที่สี่แยกศาลาแดง โดยกลุ่มก่อการร้าย ที่แฝงตัวอยู่ในที่ชุมนุม จนมีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 22 เมษายน ทำให้ขบวนการไพร่แดง อยู่ในฐานะที่พ่ายแพ้ทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง จนต้องเปลี่ยนสีเสื้อ เพื่อเตรียมหลบหนี
การใช้ยุทธวิธีปลุกระดมให้ไพร่แดงในต่างจังหวัด ออกมาปิดถนน เป็นความพยายามครั้งล่าสุด ในการสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย เพื่อสร้างภาพว่า รัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ แต่ปฏิบัติการของ ตำรวจตระเวนชายแดน ที่พิษณุโลก และการสลายการปิดถนนพหลโยธิน บริเวณทางเข้าวัดธรรมกาย เป็นสิ่งที่แสดงว่า หากตำรวจ และทหารเอาจริง บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ทำตัวเป็นทหารแตงโม หรือตำรวจมะเขือเทศ ก็ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่างแรงที่จะจัดการกับขบวนการไพร่แดงเลย
ผู้ถาม : ตอบหน่อย
ส่งคำถามเมื่อ : วัน อังคาร ที่ 27 เมษายน 2553 เวลา 7 นาฬิกา 51 นาที