คำถาม :  ขอสักกระทู้ ผลของการเป็นตราชอบธรรมให้กับการปฎิวัติ
รายละเอียด : วันนี้ หลายคนคงประจักรแล้วนะ ว่าเสียดายการปราบปรามยาเสพติดของ ยุคนั้น เพราะวันนี้ ยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้ามันเข้ามาใกล้ลูกหลายเยาวชนของเราอีกชนิดที่หันไปทางไหนก็เจอแต่ข่าว แล้วไหนเรื่องอาญกรรม ปล้น ฆ่า อีก เพราะผลจากเศษรฐกิจ โกง คอรับชั่น ก็มีให้เห็นชนิดที่สื่อเฉลียร์ปิดแล้วช่วยอีก ก็ ยังผุดมาให้ได้รับรู้ เสียดายนะ ครับ ผลของกบเลือกนายที่ผมเคยโพสใว้เมื่อ ปี 49
ผู้ถาม : นึกว่าปิดไปแล้ว
ส่งคำถามเมื่อ : วัน พฤหัสบดี ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 15 นาฬิกา 15 นาที
คำตอบที่ 1
รายละเอียด :  เหตุผลแค่นี้ในการปฏิวัติ ฟังไม่ขึ้น
ทำไมตอนนี้เสื้องแดงถึงเรียกร้องการปฏิวัติเหลือเกิน ทั้งที่หลังจากได้รัฐบาลอภิสิทธิ์มาใหม่ๆ ก้ออกมาแหกปากต่อต้านการรัฐประหาร
แต่เดี๋ยวนี้เรียกร้อง มันมีจุดยืนอะไร หรือมีความคิดอะไรกันแน่ แดงหลักลอย.

ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 8 นาฬิกา 36 นาที
คำตอบที่ 2
รายละเอียด :  สรุปว่า คุณ ตอบหน่อยนี้ไม่รู้ไม่ติดตามข่าวเหตุการของกิจกรรมคนเสื้อแดงเลย เพราะเท่าเห็นตอนนี้แกนนำคนเสื้อแดง กำลังโจมตีและขัดขวางการการทำปฎิวัติ โดยให้เสื้อแดงแต่ละจังหวัด ให้ไปรวมตัวกันหน้าค่ายทหาร ทุกค่ายทั่วประเทศไทย ไม่ใช่ต้องการให้เกิดการปฎิวัตินะครับ กรุณาติดตามข่าวจากสื่อต่างๆบ้างจะได้ไม่มั่วข่าวแบบนี้อีกนะครับ


ผู้ตอบ : นึกว่าปิดไปแล้ว
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 9 นาฬิกา 28 นาที
คำตอบที่ 3
รายละเอียด :  คุณแน่ใจเหรอว่า คัดค้านการปฏิวัติ

ส่วนผมไม่ติดตามหรอกครับข่าวของคนเสื้อแดง ไร้หลัก ไร้แกน ปลุกระดมความรุนแรง ผมเห็นมาก็เยอะแล้วในเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่แดงเริ่มเผาบ้านเผาเมือง ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา จนมีคลิปต่างๆที่แดงทำขึ้นเพื่อใส่ร้ายต่างๆนาๆ เออ! คุณอย่าปฏิเสธนะว่าคุณไม่รู้เรื่องของการเผาบ้านเผาเมืองของคนเสื้อแดง ภาพเหตุการณ์มีอยู่ให้ดูเกลื่อนไป หาดูได้ไม่ยาก เพียงแต่ว่าแดงอย่างคุณจะยอมรับได้หรือเปล่า

ผมจึงไม่บริโภคข่าวสกปรกไร้สาระ ปลุกระดมกันแบบผิดๆ อย่างวันก่อนที่เชียงใหม่ ที่รายการรู้ทันประเทศไทยเขาไปทำรายการกันที่เชียงใหม่ คุณแดงทั้งหลายก็ระดมกันไปปิดล้อมบ้านปลุกระดมกันทางวิทยุ และกล่าวหาใส่ร้ายเขาแสดงภาวะของความถ่อยของ คุณแดงทั้งหลายว่า ที่กล่าวหาเขาว่า"ข้างในมันมี ดร.เสรี วงมณฑา มันมามั่วเซ็กกัน" ถามว่าแดงอัปปรีเช่นนี้ เขาข้อมูลมาจากไหนที่กล่าวหาว่าเขาไปทำอย่างนั้น ทั้งที่ คณะชุดนั้น ดร.เสรี ไม่ได้ร่วมไปด้วย
และที่สำคัญก็คือ มีเด็กที่ติดตามผู้ใหญ่เพื่อไปเที่ยวเชียงใหม่ติดตามไปด้วย โดยปู่ของเด้กคนนั้นเป็นเสื้อแดง แล้วเด็กได้เจอพฤติกรรมความถ่อยที่ล้อมรอบบ้าน ขว้างหินเข้าไปในบ้านแล้วขู่เผาบ้าน กักขังบริเวณเป็นหลายชั่วโมงกลางวันยันมืด
อยากจะถามคุณว่า ถ้าคุณเป็นปู่ของเด้กคนนั้น แล้วหลานที่คุณรักกลับมาตกอยู่กลางภาวะความถ่อยที่คุณให้ความเชื่อถือในพฤติกรรมของเขาว่าทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง แต่จริงๆแล้วมันทำลายมากกว่า จะถามว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับคนเสื้อแดงและคนที่คุณรัก

เพราะฉนั้นผมจึงไม่บริโภคข้าวไร้สาระอย่าง เสื้อแดง แน่นอน และจงจำไว้ว่าหากวันใดวันหนึ่งรัฐบาลเขาแข็งแกร่งขึ้นมา กาลเวลาจะพิสูจน์เอง

ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 10 นาฬิกา 10 นาที
คำตอบที่ 4
รายละเอียด :   แม้ว่านาทีนี้ยังไม่อาจสรุปแบบฟันธงได้ว่าการออกมาปฏิเสธของ พล.อ.ชวลิต และการเน้นย้ำสันติวิธีของ ทักษิณ จะเป็นการกลบเกลื่อนหลังจากสถานการณ์ไม่เป็นใจ หรือว่าเป็นประเภท ลับลวงพรางให้เขวไปอีกทางก็ตาม แต่เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาแบ็กกราวด์ของอดีตนายทหารที่เคยสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนมาแล้วหลายครั้งจนติดตาย่อมไม่ธรรมดาแน่

ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าภาพ “กองทัพแดง” หรือ “กองทัพประชาชน” ที่มีการขยายความโดย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี และ “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ย่อมส่งผลออกมาในทาง “น่ากลัว” เห็นภาพของการเข่นฆ่าในบ้านเมืองจนเลือดนองเป็นท้องธารกันเลยทีเดียว ส่วนใหญ่ก็จะเห็นภาพการปฏิวัติของกองทัพแดงของ “เหมา เจ๋อตุง” ที่นำทัพพรรคคอมมิวนิสต์เข้ายึดอำนาจ รวมไปถึงการโค่นล้มในรัสเซียล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างถอนรากถอนโคน หรือแม้แต่กองทัพเขมรแดงของพลพต เข้ายึดกรุงพนมเปญ เมื่อปี 2518 เป็นต้น ล้วนเป็นภาพที่ชวนสยดสยองพองเกล้า

แม้ว่าชื่อเต็มๆที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณีนำมาขยายความว่า “กองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” อาจฟังดูแล้วแปลกๆมั่วๆขัดกันเองกับพฤติกรรมในภาพรวมอยู่ในทีพิกล แต่ที่ผ่านมาภาพของกองกำลังติดอาวุธ ใช้ความรุนแรงเริ่มถูกมองในโทนแบบนั้นมากขึ้น โดยเฉพาะในระยะหลังที่มี พล.อ.พัลลภ และ เสธ.แดง เข้าไปเกี่ยวข้อง ถึงขนาดมีข่าวความเคลื่อนไหวในการฝึกอาวุธมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาได้เพิ่มแรงกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะแกนนำที่มีตั้งเวทีชุมนุมย่อยในหลายจังหวัดทั่วประเทศ มีกิจกรรมกันมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะ “ปลุกระดม” เป็นการสร้างเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมหรือ “สองมาตรฐาน” และนับวันยิ่งเข้มข้น โดยเฉพาะ ทักษิณ ชินวัตร มีการวิดีโอลิงก์ รวมไปถึงทวิตเตอร์เข้ามาในเวทีคนเสื้อแดงเน้นย้ำแต่เรื่องประเด็นดังกล่าว

ความหมายก็คือหากไม่มีการคืนความยุติธรรม และคืนประชาธิปไตยกลับมา ก็จะไม่มีการยุติ

นอกเหนือจากนี้ยังมีความพยายามในการใช้คำพูดและความเคลื่อนไหวในลักษณะข่มขู่องค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และศาล

ขณะที่ พล.อ.ชวลิต ก็เพิ่งระบุว่าคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาทที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีการพิพากษาในวันที่ 26 ก.พ.ศาลจะยึดแค่บางส่วนเท่านั้น เมื่อถูกถามว่ารู้ได้อย่างไร เขาก็ใช้ชั้นเชิงตอบให้กำกวมว่า “เป็นความลับ” ต้องการให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา

แต่ถึงอย่างไรความหมายก็คือเป็นการกดดันหรือชี้นำศาล และยังรวมไปถึงกรณีข้อครหาในเรื่องการวิ่งเต้นตามมาอีกด้วย ซึ่งล้วนแล้วมีความหมายในทางลบทั้งสิ้น

อย่างไรก็ดีหากสังเกตจะพบว่าแนวทางในการสร้างกระแสในเรื่องเงินสินบนจากคดียึดทรัพย์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เช่น กล่าวหาว่า คตส.จะได้รับเงินส่วนแบ่งกว่าหมื่นล้านบาทหากมีการยึดทรัพย์ของ ทักษิณ รวมไปถึงกรณีที่ เสธ.แดงกล่าวให้ร้ายศาลว่าจะได้รับส่วนแบ่งคนละพันล้าน

หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ขว้างปาสิ่งปฏิเราลเข้าไปในบ้านพักของ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อสองสามวันก่อนมันก็สะท้อนภาพของการข่มขู่ได้อย่างชัดเจน

จนกระทั่ง พล.อ.พัลลภ ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องการตั้งกองทัพประชาชน ภายหลังกลับจากยกคณะไปพบกับ ทักษิณ ที่ดูไบ และการระบุว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ผู้นำกองทัพแดง” เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงเคลื่อนไหวในด้านกองกำลังติดอาวุธ เพื่อปฏิวัติสังคมใหม่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมๆกับภาพความน่ากลัว ภาพของสงครามกลางเมืองผุดขึ้นในใจของคนจำนวนไม่น้อย

ขณะเดียวกันอีกมุมหนึ่งที่ซ้อนขึ้นมา ก็ย่อมเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือสังคมไม่เอาด้วยกับแนวทางการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในขณะนี้ นอกเหนือจากการไม่ยอมรับในตัวบุคคลอย่างเช่น พล.อ.พัลลภ และ เสธ.แดง แล้ว ยังจะเห็นได้จากการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงไปสร้างแรงกดดันอยู่ตามหน่วยทหารพร้อมกันทั่วประเทศ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า มีคนเสื้อแดงเพียงแค่หยิบมือเดียว

สังคมไม่ตอบรับ อาจจะเป็นเพราะคนรู้ทันว่ายังไม่มีเงื่อนไขที่สุกงอมพอ อีกทั้งหากมีการปฏิวัติเกิดขึ้นจริง ฝ่ายที่จะสูญเสียอำนาจน่าจะเป็นรัฐบาลที่นำโดย นายกฯ อภิสิทธิ์ มากกว่า ตรงกันข้าม ทักษิณ กลับได้ประโยชน์เสียอีก โดยเฉพาะในเรื่องของการนิรโทษกรรมลบล้างความผิด หรือหากเกิดขึ้นก็อาจใช้เป็นเงื่อนไขในการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ดังนั้นกลายเป็นว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงเวลานี้น่าจะต้องการยั่วยุให้ทหารออกมาปฏิวัติมากกว่าการต่อต้านปฏิวัติเสียด้วยซ้ำ

นอกเหนือจากนี้ยังมีภาพของความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยระหว่าง เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.กับ สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แกนนำกลุ่มกทม.ถึงขั้นด่าว่าเสียๆหายๆขึ้นคุณขึ้นอี ยิ่งเป็นภาพความปั่นป่วนก่อนที่จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเพียงไม่กี่วัน ก็ยิ่งติดลบมากขึ้นไปอีก

เมื่อภาพโดยรวมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย นั่นคือปลุกไม่ขึ้นทำให้หลายคนต้องรีบชิ่งกันเป็นการใหญ่ ล่าสุด พล.อ.ชวลิต ก็ออกมาแถลงปฏิเสธเรื่องการเป็นผู้บัญชาการกองทัพแดงเป็นพัลวันพร้อมทั้งย้ำในเรื่องการกลับมาเล่นการเมืองในกรอบตามแนวทางสมานฉันท์ และอ้างว่าเป็นการเข้าใจผิดของ พล.อ.พัลลภ ที่พูดออกมาแบบนั้น

แม้แต่ ทักษิณ ก็รีบทวิตเตอร์ ตั้งใจให้เป็นข่าวย้ำว่าไม่มีเรื่องการตั้งกองทัพประชาชน และเน้นการต่อสู้ด้วยความจริง ด้วยสันติวิธี หรือแม้แต่แกนนำเสื้อแดงในปัจจุบัน ทั้ง จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ก็ประสานเสียงปฏิเสธ

ดังนั้น แม้ว่านาทีนี้ยังไม่อาจสรุปแบบฟันธงได้ว่าการออกมาปฏิเสธของ พล.อ.ชวลิต และการเน้นย้ำสันติวิธีของ ทักษิณ จะเป็นการกลบเกลื่อนหลังจากสถานการณ์ไม่เป็นใจ หรือว่าเป็นประเภท ลับลวงพรางให้เขวไปอีกทางก็ตาม แต่เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาแบ็กกราวด์ของอดีตนายทหารที่เคยสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนมาแล้วหลายครั้งจนติดตาย่อมไม่ธรรมดาแน่

ขณะเดียวกันก็เป็นไปได้ว่า พล.อ.พัลลภ ที่มักทำอะไรโฉ่งฉ่างจึง “หลุดคิว” จนเสียขบวนก่อนถึงวันดีเดย์หรือไม่ !!


ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 10 นาฬิกา 11 นาที
คำตอบที่ 5
รายละเอียด :  “พัลลภ” ปัดพัลวัน อ้างพูดตั้งกองทัพบ๊องทำคนเข้าใจผิด เชื่อมีคนให้ข่าวคลาดเคลื่อน ยัน “ทักษิณ” หนุน “จิ๋ว” นำมวลชนปลวกแดงเคลื่อนไหว สำคัญตนผิดปูดมีคนเตือนให้ระวังความปลอดภัย

วันนี้ (5 ก.พ.) พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงที่มาของข่าวการตั้งกองทัพประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็ขพระเจ้าอยู่หัว ว่าก่อนหน้าที่ตนเองจะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ดูไบนั้น มีโอกาสพบ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้หารือเรื่องความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งรู้สึกกังวลกับเรื่องนี้ จึงพยายามหาผู้นำที่มีอำนาจเป็นที่เคารพเพื่อให้มาดูแลความเคลื่อนไหวกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งแต่แรก พล.อ.ชวลิต ขอเป็นเพียงที่ปรึกษาเท่านั้น แต่ตนเองเสนอว่าไม่เหมาะกับสถานะของ พล.อ.ชวลิต และโดยนิสัยทหารที่ติดตัวตนเองอยู่ จึงเปรียบเปรยว่าให้เป็นผู้บัญชาการกองทัพเสื้อแดง ซึ่งก็เช่นเดียวกับที่ได้ หารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดูไบ ที่ตนเองอาจใช้คำพูดเปรียบเปรยตามนิสัยทหาร จึงมีการเข้าใจผิดตามมา เนื่องจากในวันที่ตนเองพูดเรื่องนี้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นมีผู้อยู่ร่วมด้วยหลายคน อาจจะมีใครให้ข่าวที่คลาดเคลื่อนไป

อย่างไรก็ตาม พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นด้วยที่จะให้ พล.อ.ชวลิต มาคอยนำการเคลื่อนไหวคนเสื้อแดงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง นอกจากนี้ พล.อ.พัลลภ ยังกล่าวอีกว่า ระยะหลังมีผู้เตือนตนเองเรื่องความปลอดภัยจากการถูกติดตามด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีผู้ไม่ต้องการให้ตนเองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง

ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 10 นาฬิกา 17 นาที
คำตอบที่ 6
รายละเอียด :   00 ในที่สุด ทักษิณ ชินวัตร ก็เปิดไต๋ให้เห็นล่อนจ้อนแล้วว่า การเคลื่อนไหวกดดันทั้งหลายที่กำลังโหมประโคมกันสุดฤทธิ์สุดเดชกันอยู่นั้น เป็นการสร้างความวุ่นวายเพื่อหวังให้เกิดการเจรจาไม่ให้ตัวเองถูกยึดทรัพย์ และไม่ต้องติดคุก เท่านั้น แม้ว่าก่อนหน้านี้หลายคนได้จับทิศทางออกมาตั้งนานแล้ว แต่ล่าสุดก็เปิดเผยผ่านทาง “ข้ารับใช้” คนใหม่อย่าง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่เพิ่งเดินทางไปหมอบกราบให้ “เป่าขม่อม” ไกลถึงดูไบก็ทำให้เห็นภาพได้ชัดขึ้นแบบไม่ต้องสงสัย

00 แถมยังได้รู้อีกว่าเวลานี้ ทักษิณ ได้สถาปนา “ขงเบ๊จิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ขึ้นเป็นผู้นำกองทัพแดงคนใหม่ ซึ่งก็คงสนุกไปกันใหญ่ เอาประเด็นแรกก่อนเพื่อให้คลายสงสัยแล้วถ้า จิ๋ว เป็นหัวหน้าแดง แล้วหัวหน้าคนเก่าคือใครจะใช่ทักษิณหรือไม่ก็ไม่ชัด เพราะมักจะบอกว่าไม่เกี่ยว ถ้าไม่ใช่งั้นก็ต้องเป็น “3 เกลอ” ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ถือว่า พล.อ.ชวลิต นี่มัน “กระจอก” ฉิบเป๋งกำลังไต่ลงมาในระดับเดียวกันกับคนพวกนี้

00 แต่ถึงอย่างไรก็ยังโชคดีที่ล่าสุด ชวลิต รีบออกมาปฏิเสธพัลวัน ไม่เช่นนั้นจะเสียคนจนเรา่ไม่กลับ แต่อีกมุมหนึ่งมันก็สะท้อนความน่าสงสารของ ทักษิณ ที่เลือกคบแต่ละคนล้วนไม่เป็นโล้เป็นพาย มิน่าถึงมีชะตากรรมในบั้นปลายถดถอยลงเรื่อยๆ วันๆก็รับฟังแต่รายงานเท็จ มีแต่พวกหลอกจ่ายตังค์กันจนอ้วนพีไปตามๆกัน

00 ทำไปทำมาการเคลื่อนไหวดาวกระจายไปเห่าหอนอยู่ตามหน้าค่ายทหารเวลานี้นอกจากไม่ได้เรื่องได้ราวหรือสร้างแรงกดดันหรือ สร้างกระแสอะไรไม่ขึ้นแล้ว อีกด้านหนึ่งยังก่อให้เกิดความรำคาญกับชาวบ้านเป็นรายวัน สังเกตให้ดีกระแสที่นับวันจะฝ่อลงเรื่อยๆ ยิ่งได้ผู้นำคนใหม่อย่าง จิ๋ว แล้วยังตามมาด้วย พัลลภ ยัง ยังไม่พอ มี เสธ.แดงพ่วงมาอีกคน จะไม่ให้อ๊วกได้อย่างไรละพี่น้อง มันก็มีแต่ “กองทัพโจ๊ก” เท่านั้นแหละ

00 แผนเดินสายยั่วให้ผู้นำทหารบางคน “แต๋วแตก” ทำท่าไม่ได้ผล เพราะหากว่ากันตามความจริง ฝ่ายที่ต้องการให้เกิดปฏิวัติมากที่สุด็คือ ทักษิณ นั่นแหละ เพราะจะเข้าเงื่อนไขในการปลุกระดมล้มคณะคณะทหารผู้ก่อการได้สะดวก เพียงแต่ว่ากองทัพรู้ทัน และที่สำคัญตัวเองอยู่ในอำนาจอยู่แล้วจะไปดิ้นรนให้เข้าทางทำไม แต่สิ่งที่มองข้ามไม่ได้ก็คือแม้ว่ากระแสจะปลุกไม่ขึ้น ถึงแม้มีจำนวนน้อยก็ตาม แต่หากเป้าหมายจงใจป่วนเสียอย่าง นี่ซิน่ากลัว

00 ส่วนแนวรบในสภาที่ตอนแรกอาจมีหวังอยู่ลึกๆว่าจะมีทีเด็ดอะไรเอาไว้เขย่า รัฐบาล “มาร์ค” ได้บ้าง แต่กลายเป็นว่ายิ่งไกล้ถึงวันสุกดิบยิ่งยุ่ง ภายในพรรคเพื่อไทยต้องหันกลับมาซัดกันเอง หรือ “ซักฟอก” กันเองเสียแหล่ว เรื่องของเรื่องก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า คนกำลังฝันกลางวันอยู่ดีๆ ดันมีคนเอาไม้มาแหย่ให้ตื่น เป็นใครก็ต้องเม้งแตก ซึ่งอาการก็เหมือนกับที่ “เป็ดเหลิม” เดือดอยู่เวลานี้ กำลังแอ๊กอ๊าดได้ที่ เช่น ฝันเข้าข้างตัวเองว่ากำลังจะได้นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคมีและหวังลุ้นเป็นนายกฯเป็นเกียรติก่อนตายแค่สักวันสองวันก็ยังดี แต่ดันมี “อีหน่อย” มาขัดคอเสียอีก ฮึ่มต้องเจอกันแน่

00 งานนี้แม้ว่าภายนอกจะพยายามอดกลั้นไม่ให้ขยายวงออกไปให้เห็นภาพมากนัก แต่เชื่อเถอะลองเปิดหน้าถล่มกันแบบนี้มันไม่มีทางสมานเป็นเนื้อเดียวได้อีกแล้ว เพราะแต่ละฝ่ายก็ย่อมมีคนถือหาง อย่างน้อยในเขตกรุงเทพฯ สุดารัตน์ ไม่มีทางยอมให้ เหลิม มากินรวบเด็ดขาด ที่สำคัญความจริงอีกอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือภาพของเสี่ยเหลิมที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ลงทุนแต่มาเกาะกินอยู่กับพรรค มันทำให้คนเก่าๆที่เคยร่วมชายคากันมานานมันทนไม่ได้ ส่วนประเด็นที่ว่าถึงเป็นคนเก่าแต่ไม่มีประโยชน์กับพรรคนั้นมันอีกเรื่องหนึ่งค่อยมาว่ากันอีกที !!


ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 10 นาฬิกา 19 นาที
คำตอบที่ 7
รายละเอียด :  แถ สะ ยาว แถมมีก็อปมาแจกอีกนะ เอาเรื่องปล่อยไก่ประเด็นที่เสื้อแดงอยากให้มีการปฎิวัติเหอะ นะครับไหนๆก็มั่วแล้ว เอาประโยคที่คุณโพสมาลงให้ดู ในวงเล็บ (ทำไมตอนนี้เสื้องแดงถึงเรียกร้องการปฏิวัติเหลือเกิน ทั้งที่หลังจากได้รัฐบาลอภิสิทธิ์มาใหม่ๆ ก้ออกมาแหกปากต่อต้านการรัฐประหาร) ข่าวการว่าทหารจะปฎิวัติซ้อนเมื่อไม่กี่วันก่อน เสื้อแดง ต่างออกมาแสดงจุดยืนไม่เอาปฎิวัติ ล่าสุดเมื่อวานกลุ่มเสื้อแดงทั่วประเทศต่างไปรวมตัวหน้าค่ายทหาร เหมือนจะทุกค่ายและอ่านประกาศเจตนารมณ์ คุณไม่ทราบเลยเหรอ ยังมั่วข่าวว่าเสื้อแดงอยากให้มีการปฎิวัติ ลองพยายแถอีกสัก คห. สิเพื่อดูว่าเข้าท่า

ผู้ตอบ : นึกว่าปิดไปแล้ว
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 10 นาฬิกา 21 นาที
คำตอบที่ 8
รายละเอียด :   ไม่ว่า “พล.ต.ขัตติยะ” หรือ เสธ.แดง จะได้รับการจ้างวานมาหรือไม่ จึงได้ลุกขึ้นมาพูดจาข่มขู่ศาลฎีกาฯ ที่จะพิพากษาคดียึดทรัพย์ทักษิณ 7.6 หมื่นล้าน ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ แต่แน่นอนว่าเป้าประสงค์ของการข่มขู่ ก็เพื่อให้องค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนเกิดความหวาดกลัว -ไม่กล้าลงมติยึดทรัพย์ดังกล่าว เพราะกลัวจะถูกลอบสังหารตามที่ เสธ.แดงขู่ ...งานนี้ นอกจากต้องวัดใจผู้พิพากษาว่าจะมีความมั่นคงและดำรงอยู่ในหลักการ โดยไม่หวั่นไหวต่อคำขู่หรือไม่แล้ว ผลแห่งคำพิพากษาที่จะออกมา ยังเป็นบทพิสูจน์ด้วยว่า ยุทธวิธีของ เสธ.แดง ที่ส่อว่าชอบใช้ความรุนแรงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น สุดท้ายแล้วจะสามารถช่วยทักษิณได้จริง หรือยิ่งจะทำให้ทักษิณย่อยยับกันแน่

คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายงานพิเศษ

ยิ่งใกล้วันชี้ชะตาทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคำพิพากษาจำคุก 2 ปีคดีซื้อขายที่ดินรัชดาฯ มากเท่าไหร่ ดูเหมือนพลพรรคคนรักทักษิณจะนั่งไม่ติด ราวกับรู้ว่า ยังไงงานนี้คงต้องถูกยึดทรัพย์แน่ แต่จะยึดทั้งหมดหรือยึดแค่บางส่วน จึงไม่แปลกที่ก่อนหน้านี้เครือญาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างนายพายัพ ชินวัตร น้องชาย ได้ออกมาส่งสัญญาณเชิงข่มขู่องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่จะตัดสินคดียึดทรัพย์ว่า ถ้าจะยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณจริงๆ ก็ควรจะยึดบางส่วน หากเห็นว่าทำให้ความเสียหายให้รัฐเท่าไหร่ก็ยึดเท่านั้น ไม่ใช่ยึดทั้งหมด หากยึดทั้งหมด บ้านเมืองเกิดกลียุคแน่

ล่าสุด ทหารที่ไร้ระเบียบวินัย ไม่เห็นหัวผู้บังคับบัญชาอย่าง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักราชการ ได้ออกมาช่วย พ.ต.ท.ทักษิณอีกแรงด้วยวิธีที่ตนถนัด คือพูดเตือนเชิงข่มขู่ แต่คราวนี้ไม่ใช่ขู่พันธมิตรฯ หรือขู่ผู้บังคับบัญชาอย่าง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก แต่เป็นการขู่องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ ที่จะตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณในวันที่ 26 ก.พ.นี้ และไม่เฉพาะผู้พิพากษาเท่านั้นที่โดนขู่ แม้แต่บุคคลที่ทำงานในองค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เสธ.แดงก็ไม่ละเว้น โดยบอกว่า อยากเตือนไปยังองค์คณะผู้พิพากษาศาล - ป.ป.ช. และ คตส.ในการพิจารณาคดียึดทรัพย์ให้ระวังแผนลอบฆ่าโดยพวกโรนิน หรือกองกำลังไม่ทราบฝ่าย เพราะขบวนการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับคดียึดทรัพย์ และทุกครั้งที่ตนเตือนก็มักจะเป็นจริง

ร้อนถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องออกมาให้ความมั่นใจกับศาล พร้อมชี้ช่องให้เจ้าหน้าที่พิจารณาการพูดข่มขู่คุกคามของ เสธ.แดง โดยบอกว่า การพูดจาในลักษณะที่ตีความได้ว่าเป็นการข่มขู่ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และเจ้าหน้าที่จะต้องพิจารณาว่าเป็นการคุกคามหรือไม่ และว่า ขอให้ศาลทำหน้าที่โดยอิสระอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด รัฐบาลจะให้การดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่

แม้สังคมจะไม่ได้เห็นปฏิกิริยาของผู้พิพากษาที่จะตัดสินคดียึดทรัพย์ว่าหวั่นไหวต่อคำขู่ของ เสธ.แดงหรือไม่ แต่ก็ได้เห็นความเข้มแข็งของบุคคลที่ทำงานในองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.และ คตส. โดย ดร.วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ยืนยันว่า ป.ป.ช.จะปฏิบัติหน้าที่และใช้ชีวิตต่อไปอย่างเป็นปกติ เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองจะต้องคุ้มครองคนที่ทำงานเพื่อประเทศชาติ ส่วนคนที่คิดร้ายต้องรับกรรม

ขณะที่ นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช.และอดีตกรรมการ คตส.ก็ยืนยันเช่นกันว่า ที่ผ่านมาได้ทำงานอุทิศตัวให้แผ่นดินและประเทศชาติ หากจะตายก็ต้องตาย เพราะคงไม่มีกำลังไปป้องกันอะไรได้ และไม่จำเป็นต้องประสานตำรวจให้คุ้มกันเป็นพิเศษ

ด้าน นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการ คตส. แม้จะไม่อยากให้ความสำคัญกับคำขู่ของ เสธ.แดง เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่ก็ระวังตัวเท่าที่จะระวังได้ พร้อมถามต้นสังกัดของ เสธ.แดงว่าปล่อยให้พูดจาข่มขู่อยู่แบบนี้ได้อย่างไร

“มันก็พูดของมันไป จะเกิด-ไม่เกิดเราก็ไม่รู้ ไปนั่งมองอะไรมันล่ะ (ถาม - แสดงว่าการที่ เสธ.แดงเคยเตือนๆ ก่อนหน้านี้ แล้วมันก็เป็นจริงตามที่ เสธ.แดงเตือน พอมาถึงครั้งนี้ อ.ก็คิดว่า ยังอาจจะเกิดหรือไม่เกิดก็ได้?) เขาจะไปรู้มา หรือเขาทำเอง หรือเขาเดา เราก็ไม่รู้ทั้งนั้น ปัญหาคือปล่อยให้คนพรรค์นี้มาเที่ยวพูดอะไรแบบนี้ได้ยังไง กฎหมายทหารก็มี อาญาทหารก็มี ก็จัดการซะสิ ปล่อยอยู่อย่างนี้ ก็ก่อปัญหาอยู่อย่างนี้ ต้นสังกัดทำอะไรอยู่ล่ะ แค่นั้นเอง เขาไม่ทำก็โทษไม่ได้ แล้วเราจะไปปวดหัวทำไม จริง-ไม่จริงก็ไม่รู้ เท็จก็ไม่รู้ ก็ระวังตัวเท่าที่ระวังได้”

ด้าน นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตกรรมการ คตส.และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ บอกกับวิทยุ ASTVผู้จัดการ โดยยืนยันว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณถูกฟ้องคดียึดทรัพย์ ไม่ได้เกิดจากการกระทำของศาล หรือ ป.ป.ช.หรือ คตส. แต่เกิดจากกรรมหรือการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณเอง ส่วนกรณีที่ เสธ.แดงออกมาพูดข่มขู่ผู้พิพากษาศาลในคดียึดทรัพย์นั้น นายอุดม ยืนยันว่า ผู้พิพากษาส่วนใหญ่ 99% ไม่กลัวคำขู่

“ผมไปมองว่า รู้สึกว่าแกจะเป็นความผิดปกติของแกน่ะ ไปถืออะไรแกไม่ได้หรอก เราไม่ได้ไปทำอะไรให้เขาเดือดร้อนน่ะ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นนี่ มันเกิดจากการกระทำของเขาเองทั้งนั้น xxxคดีต่างๆ ไม่ได้เกิดจากศาลเป็นผู้กระทำหรือ คตส.เป็นผู้กระทำ หรืออัยการเป็นผู้กระทำ ป.ป.ช.เป็นผู้กระทำ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดจากกรรมของเขาเอง แล้วก็ไม่น่าจะมาเกี่ยวข้องอะไรกับเรา (ถาม-ในฐานะที่ท่านอุดมเคยเป็นผู้พิพากษา มั่นใจแค่ไหนว่า ผู้พิพากษาในคดียึดทรัพย์จะไม่หวั่นไหวต่อคำขู่ใดใด?) ผมเรียนได้ว่า เรื่องการขู่ผู้พิพากษาเนี่ย ผู้พิพากษาเนี่ย 99% ไม่กลัวคำขู่ แต่อย่างอื่นเนี่ยเราไม่แน่ใจ (ถาม-อย่างอื่นนี่หมายถึงสินบนหรือเปล่า?) ผมไม่กล้าพูดในทำนองนั้น แต่xxxอย่างอื่นเนี่ยมันมี เพราะเราก็ได้รับรู้มาจาก ผมเองเนี่ยรับรู้ตั้งแต่สมัยตัดสิน ศาลรัฐธรรมนูญคราวก่อนโน้นแล้ว(ที่ตัดสินคดี พ.ต.ท.ทักษิณซุกหุ้นภาค 1) ว่ามันมีอะไรต่ออะไรอยู่ แต่มาถึงจุดนี้มันจะมีหรือไม่มี เราไม่แน่ใจ”

ขณะที่ อ.ปรีชา สุวรรณทัต อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชื่อว่า แม้ผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณจะถูก เสธ.แดงพูดข่มขู่ แต่ก็จะไม่หวั่นไหวใดใด ตรงกันข้าม กลับจะยิ่งทำให้ผู้พิพากษามีความมั่นคงในการตัดสินคดีนี้มากยิ่งขึ้น

“ผมกลับมองนัยตรงกันข้ามนะ กลับยิ่งเชื่อมั่นว่าทางท่านผู้พิพากษา 9 ท่านเนี่ย ท่านคงไม่หวั่นไหวในเรื่องนี้ และกลับทำให้เกิดความมั่นคงในการตัดสินคดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเหตุผลที่จะให้มาในวันนั้น คงจะชัดเจน เมื่อเราได้ฟัง ประชาชนได้ฟังเหตุผลในการวินิจฉัยก็จะเกิดความเชื่อถือ ผมกลับมองอย่างนั้น ผมกลับมองตรงกันข้ามว่าท่านน่ะไม่หวั่นไหว ผมสามารถที่จะกล่าวได้ว่า ทุกท่าน ตุลาการที่ให้ความเคารพยึดถือ ท่าน อ.สัญญา ธรรมศักดิ์ ท่าน อ.จิตติ ติงศภัทิย์ เป็นปูชนียบุคคลของวงการนักกฎหมาย โดยเฉพาะหลักวิชาชีพของนักกฎหมายที่ได้อบรมสั่งสอนเกี่ยวกับเรื่องคุณธรรม และผมก็คิดว่าตุลาการ ไม่ใช่เพียงทั้ง 9 ท่านนะ ตุลาการทั้งหลายเนี่ยที่ยังคงยึดมั่นในเรื่องนี้ รวมทั้ง 9 ท่านที่เรากำลังพูดถึงด้วย ท่านคงมีความมั่นคง ไม่หวั่นไหวประการใด”

ด้าน ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พูดถึงกรณีที่ เสธ.ออกมาพูดข่มขู่ผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ รวมทั้ง ป.ป.ช.และ คตส.ว่าอาจถูกลอบสังหารว่า สะท้อนถึงความไม่เอาไหนของผู้มีอำนาจในการดูแลกฎหมายของไทย เพราะคำพูดของ เสธ.แดงเข้าข่ายข่มขู่ชัดๆ ผศ.ทวี ยังวิเคราะห์ด้วยว่า เหตุที่ เสธ.แดงออกมาพูดข่มขู่ศาลแบบนี้ น่าจะมาจาก 3 สาเหตุ 1.มาจากสันดานของคนที่ชอบหาเรื่อง ชอบวางกล้ามใหญ่โตอย่างที่ เสธ.แดงทำมาเรื่อย 2.น่าจะมีมูลเหตุจูงใจ โดยอาจจะมีคนสั่งหรือจ้างวาน เสธ.แดง 3.มูลเหตุจากความอยากดัง โดย เสธ.แดงอาจจะมองไกลไปยังอนาคตว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างที่ตนทำนายหรือข่มขู่ไว้ ก็จะทำให้ตนมีชื่อเสียงในแง่ของความแม่นยำและมีอำนาจสั่งการให้เกิดเหตุร้ายในบ้านเมืองได้

อย่างไรก็ตาม ผศ.ทวี เชื่อว่า แม้จะถูกข่มขู่ แต่ถ้าผู้พิพากษาศาล เป็นศาลแท้ๆ หรือศาลอาชีพ ย่อมมีความมั่นคงในเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่หวั่นไหวไปกับคำขู่ใดใด และว่า แทนที่คำขู่ของ เสธ.แดงจะเป็นประโยชน์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะส่งผลร้ายมากกว่า

“ผมว่าศาลไม่เหมือน หรือผู้พิพากษาเหล่านี้ ท่านเป็นศาลแท้ หมายถึงว่าเป็นศาลอาชีพ หลายคนกลัวว่าจะเหมือนศาลรัฐธรรมนูญ ยุคที่มี ศ.กระมล ทองธรรมชาติ เป็นประธาน ยุคนั้นที่มีการตัดสินผิดเพี้ยน จริงๆ ถ้าเผื่อเรานับเสียงคุณทักษิณตอนที่ตัดสินเรื่องซุกหุ้น ผิดนะ แต่เพราะเหตุว่าองค์คณะในบางส่วนประกอบนั้น มันแยกกัน แต่มันก็เลยมาแล้ว เพราะฉะนั้นผมมองว่า ครั้งนี้มันไม่เหมือนศาลอ่อน หมายถึงศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนั้นมันอ่อนไปหน่อย ศาลนี้ท่านเป็นศาลแท้ ผู้พิพากษาทั้ง 9 ท่านเนี่ย ผ่านอาชีพผู้พิพากษาและมีความมั่นคงในศักดิ์ศรี เกียรติยศของตัวท่านพอสมควร ไม่เหมือนศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งบางส่วนมาจากข้าราชการ บางส่วนมาจากเส้นสนกลใน ลูกสาวไปทำงานรับใช้อยู่ในบริษัทธุรกิจบ้าง เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า ครั้งนี้น่าจะเป็นผลร้ายสำหรับคุณทักษิณด้วยซ้ำในการที่ เสธ.แดงออกมาอาละวาดเพ่นพ่านข่มขู่ศาล แทนที่ศาลจะปรานีหรือตัดสินไปเป็นประโยชน์กับคุณทักษิณ ก็อาจจะไม่รู้สินะ ผมก็ไม่กล้าว่าศาลท่านจะรุนแรงขนาดไหน

แต่ผมมอง 2 ประเด็นว่า ถ้าเผื่อศาลเขารู้ว่าโดนกลั่นแกล้งรังแกเนี่ย ศาลก็คงจะไม่ได้ยอม ก็ไม่เห็นมีใครกลัว อีกประเด็นคือ ศาลจะต้องรักษาหลักการของบ้านเมือง ในการที่จะทำให้กฎหมายนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายมันสะท้อนได้ทั้งทางตรงและอ้อม ตรงก็คือการตัดสินคดีที่จะยึดทรัพย์คุณทักษิณ ซึ่งถ้าเผื่อจะเอากันให้หนักก็ต้องพิจารณายึดทั้งหมด อีกอันหนึ่งโดยทางอ้อมก็คือ ต้องปราบปรามพวกลิ่วล้อบริวาร ถ้าศาลตัดสินคราวนี้เด็ดขาดนะ คดีที่พวกลิ่วล้อบริวาร ไม่ว่าจะเป็นคดีบุกทำลายข้าวของ ก่อความวุ่นวาย หมิ่นประมาท มันก็จะเป็นผลพวงตามมา อยู่ในมาตรฐานเดียวกันว่า เมื่อหัวกระบวนการมันต้องปราบอย่างหนัก พวกที่เกี่ยวข้องลิ่วล้อบริวารก็ต้องถูกดำเนินการอย่างหนักด้วย ผมคิดว่าศาลในคดีความต่างๆ ก็จะต้องประสานสอดคล้อง อย่างน้อยก็รักษาหลักการของบ้านเมืองว่า จะต้องปราบปรามพวกที่เรียกว่ากระด้างกระเดื่อง ดื้อด้านเหล่านี้ ไม่ดูกฎหมายบ้านเมือง ให้เป็นแบบอย่าง จะได้ไม่ก่อความเดือดร้อนในชั่วลูกชั่วหลานต่อไป”

ผศ.ทวี ยังวิเคราะห์แนวโน้มคดียึดทรัพย์และเป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณด้วยว่า คดียึดทรัพย์คงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่อาจนำ พ.ต.ท.ทักษิณไปสู่ความผิดพลาดในคดีอื่นๆ ที่สืบเนื่องกันไป ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องการโกงการทุจริต และจะทำให้เครดิต พ.ต.ท.ทักษิณหมดไป ซึ่งแม้ว่า ถ้าโชคดี พ.ต.ท.ทักษิณยังมีทรัพย์สินเหลือเป็นหมื่นๆ ล้านหลังยึดทรัพย์ แต่การมีคดีอื่นที่จะต้องตัดสินต่อไป ก็จะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลายเป็นอาชญากรยกกำลัง 1 ยกกำลัง 2 ยกกำลังไปเรื่อยๆ ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณถูกบั่นทอนความเชื่อถือ และหมดความเป็นมนุษย์ปกติในสังคม อยู่ร่วมกับใครไม่ได้ เมื่อคาดหมายได้เช่นนี้ พ.ต.ท.ทักษิณจึงพยายามดิ้นรนเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกตราหน้าว่าชั่วช้าเลวทราม โกงกิน หรือทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ซึ่งทางเดียวที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะทำให้ตัวเองไร้มลทินได้ ก็คือ การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การนิรโทษกรรมให้กับตัวเองในที่สุด!!


ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 10 นาฬิกา 29 นาที
คำตอบที่ 9
รายละเอียด :   แค่ พัลลภให้สัมพาษภ์สื่อเรื่อง ปชช ที่ออกมาต่อต้านกองทัพ คล้ายกับ กองทัพปชช โดยมี บิ๊กจิ๊วเปรียบเสมือนหัวหน้ากองทัพ แค่นี้ สื่อเอเอสทีวี ผู้จัดการ ก็นำมาขยายแบบที่คุณนำมาลงสะยืดยาว โยงไปถึง เสื้อแดง ทักษิณสั่งการไปนู้น แกนนำเสื้อแดงและตัวบิ๊กจิ๊ว แม้นแต่ทักษิณ เขาก็ออกมาพูดแล้ว ว่าไม่ใช่แนวทางการต่อสู้ ไม่ยอมรับต่ำแหน่งแม่ปชช ที่สื่อถามมา

ผู้ตอบ : นึกว่าปิดไปแล้ว
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 10 นาฬิกา 32 นาที
คำตอบที่ 10
รายละเอียด :  แถไปอย่างนี้ให้ได้ทุกวันนะ บอกแล้วว่า เสื้อแดงตอหลดตอแหลไปวันๆ แล้ววันหนึ่งจะเหลือแต่กางเกง ข้อมูลจริงกับข้อมูลตอแหลไปวันๆ จนคนที่พูดตอแหลเชื่อในสิ่งที่ตนพูด เราไม่ใส่ใจหรอก เพราะยังไงยังไงที่ผ่าน ตอแหลข้ามปี เชื่อถือไม่ได้ วันที่ผ่าน ประกาศว่ามีกองทัพประชาชนในพระบาทฯ (ขอบอกให้ตาสว่างนะว่า กองทัพในพระบาทฯนั้น มีกองทัพเดียวคือกองทัพไทย) ระวังนะเข้าข่ายกบฏนะครับ แต่มาอีกวันกลับตอแหลกันต่างๆนาๆว่าไม่เกี่ยวข้อง ไม่ได้พูด เป็นงั้นไป กลัวการเป็นกบฏ โธ่! แดงเม็น

ผู้ตอบ : ตอบหน่อย
ส่งคำตอบเมื่อ :  วันศุกร์ 5 กุมภาพันธ์ 2553   เวลา 10 นาฬิกา 45 นาที