คำถาม : ในยุทธการข่าว"เผาบ้าน-เผาเมือง"
รายละเอียด : แล้วทักษิณเขาก็ค่อยๆ เร่เข้ามาใกล้เมืองไทย พูดกันแบบลูกผู้ชายก็คือ เข้ามายึดเขมรตั้งเป็น "กองบัญชาการหลัก" เพื่อทำสงครามชิงอำนาจครองประเทศ เป็นการ "เล่นไพ่ใบสุดท้าย" ของทักษิณและคณะสหาย ถ้าชนะ-ได้ครองเมือง แต่ถ้าแพ้-กบฏแผ่นดิน ทักษิณจะต้องเผด็จศึกให้ได้ก่อนเดือนพฤษภา ๕๓ ถ้าพ้นจากนั้นไปมีแต่ "ตายกับคุก" เหตุที่ทักษิณจำต้องเสี่ยงหัว-ก้อยระหว่างคำว่า "ชนะเป็นจ้าว-แพ้เป็นโจร" ในช่วงเวลานี้ ก็ด้วยเงื่อนไขในสถานการณ์
๑.เหลือพื้นที่ในไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ยินดีให้ที่ซุกหัว แม้กระทั่งที่ดูไบ
๒.คดียึดทรัพย์ ๗๖,๐๐๐ ล้าน ประเมินแล้วไม่เป็นคุณ ต้องสร้างสถานการณ์มวลชนบีบเหมือนคดีซุกหุ้น
๓.เงื่อนไขเอื้ออำนวย เพราะ "อำนาจรัฐ" ไม่เด็ดขาด รัฐบาลอภิสิทธิ์อ่อนแอประสิทธิภาพลงทุกขณะ
๔.ทหาร-ข้าราชการ-ตำรวจ ไร้เอกภาพ และเสื่อม รอจ้องแต่จังหวะ "ใครชนะร่วมด้วย"
๕.ขวัญ-กำลังใจของกองทัพส่วนหน้าทักษิณ "เพื่อไทย-นปช." ถูกปลุกได้ที่แล้ว และประเมินสถานการณ์ลงตัวว่า รบแพ้ก็เสมอตัว แต่ถ้าชนะเท่ากับแจ็กพอตแตก ทักษิณเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ทั้งสิ้น...สบายทุกคน
๖.ไม่มีที่ไหนในศตวรรษนี้ ที่มีผู้นำประเทศหนึ่งยอมสมคบกับอาชญากรแผ่นดินของอีกประเทศถึงขนาด "ยกประเทศให้" เป็นฐานบัญชาการชิงเมือง จึงเป็นเรื่องที่เขื่องโขทางจิตวิทยา
๗.โหรฟันธงแล้วว่า ครานี้...ชนะแน่ และ
๘.จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องกลับไทย เพราะต้องใกล้แพทย์เฉพาะทางด่วน!?
ครับ..หลักๆ ก็มีอย่างนี้ ช่วงนี้ผมเห็น "สงครามข่าว" หรือสงครามน้ำลายท่วมบ้าน-ท่วมเมือง ผมก็เกรงว่าจะมีบางท่านจมน้ำลายจน ป.ส.ด.ไปซะก่อน ก็อยากจะคุยถึงเรื่องที่รุมเมืองอยู่ขณะนี้ เผื่อจะได้ช่วยบรรเทาความสับสน-ว้าวุ่นกันได้บ้าง
เรื่อง "การเมือง" กับเรื่อง "บ้านเมือง" ท่านต้องแยกแยะให้ดีนะครับ เหมือนรับประทานปลาช่อน ปลาหมอ มันอร่อย แต่ต้องระวังก้าง อย่ากล้อมแกล้มแล้วกลืนเลย บรรยากาศข่าวสารบ้านเมืองช่วงนี้ก็ทำนองนั้น ท่านจะอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ หรือดูข่าวตามหน้าจอโทรทัศน์
ต้องดูด้วยสติ-สัมปชัญญะ และแยกแยะเรื่องราวด้วยปัญญาตามรู้ ไม่ใช่แยกแยะด้วยการวางตัวเองว่าอยู่พวกไหน แล้วสรุปว่าใช่-ไม่ใช่ ตามพวก ตามหมู่ ถ้าขืนดูและฟังแบบนี้ เขาเรียกว่าบริโภคข่าวสารแบบ "บี้-บอด-ใบ้"
บ้านเมืองอันเป็น "ส่วนรวม" อันตรายจากข่าวลวง และข่าวบิดเบือน!
ประเทศชาติของเราช่วงนี้ "น่าสงสาร" ครับ ความจริงน่าสงสารมา ๒-๓ ปีแล้ว ถ้าจะพูดไป ประเทศก็เหมือนคนคนหนึ่ง ย่อมมีห้วงเวลาของ สุข-ทุกข์, ผิดหวัง-สมหวัง, เฟื่องฟู-ร่วงโรย หมุนเวียนเปลี่ยนสลับไปตามกาลเวลา
ถามว่า "ประเทศมีกรรมหรือ"?
จะว่าใช่ หรือไม่ใช่ก็ถูกทั้งนั้น แต่ต้องไม่ลืมว่า "ประเทศ" เป็นนามธรรม ไม่สุข-ไม่ทุกข์อะไรหรอกครับ แต่มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในประเทศนั่นตะหากที่รู้สุข-รู้ทุกข์ นั่นก็คือ
"กรรมของประเทศ เกิดจากกรรมของคน"!
ที่ประเทศชาติเราเป็นอย่างนี้ ก็เพราะการกระทำของคนในชาติ ฉะนั้น ถ้าจะแก้กรรมของแผ่นดิน แก้ได้....คือต้องแก้ที่การกระทำของคนอันเป็นประชาชนพลเมืองไทยนั่นแหละ
แต่ที่เป็นทุกวันนี้ "กรรมของประเทศ" ไม่ได้เกิดจากการกระทำที่ไม่รู้-ไม่ตั้งใจของประชาชน หากแต่ "ส่วนหนึ่ง" เกิดจากความจงใจ ความต้องการ คือ "มีเจตนา" ทำให้เป็นอย่างนี้ และพอดีกับ "สื่อ" ทุกวันนี้เหมือน "กระดาษซับ" คือซับทุกอย่าง ซับทั้งขี้ ทั้งเยี่ยว ทั้งสารพิษ ทั้งสารคุณภาพ แล้วก็บอกว่า "สื่อ-ต้องเป็นกลาง" และกลางในความเข้าใจของเขาคือ
"ซับ" อะไรมาก็ "ซัด" ใส่จอ ใส่หน้ากระดาษ ใส่คลื่น แบบดิบๆ อย่างนั้นทั้งหมด โดยไม่มีการสังเคราะห์!?
นี่คือการทำหน้าที่ "สื่อเป็นกลาง" ที่เสนอสองด้าน หรือทุกด้านของวงการสื่อ ดังนั้น สภาพโลกข่าวสารทุกวันนี้ ผู้บริโภคจึงตกอยู่ในลักษณะ "สำลักข่าวสารเจือพิษ" จนสติ สัมปชัญญะ หรือที่เรียกรวมๆ ว่า "สมองเบลอ error" ไปหมด!
ไม่ต้องดูอะไร ดูอย่างเรื่องเขมรจับคนไทยหาว่าจารกรรมข้อมูลตารางการบินพาณิชย์ที่ทักษิณเช่ามาลงพนมเปญ ถามว่า "ผิดกฎหมายไหม" ถ้าใครจะไปสอบถามเวลาการเข้า-การออกของเครื่องบินพาณิชย์
คำตอบคือ "ไม่ผิด"!
นั่นคือ การที่นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอก ณ สถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ จะโทร.ไปสอบถามที่วิทยุการบิน ไม่ว่าจะถามกับนายศิวรักษ์ หรือนายไหนก็ตาม เป็นเรื่องปกติที่ "คนทั้งโลก" ทำได้ และทำอยู่แล้ว
แต่เมื่อเขมรฮุน เซน จับนายศิวรักษ์ และศาลเขมรบอกว่าผิด สุดท้ายก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ สิ่งที่ชาวโลกรับรู้ได้ด้วยสามัญสำนึกก็คือ ความไม่ผิดที่ต้องผิดของนายศิวรักษ์ คือสะพานที่หวังจะโยงไปถึง "นายคำรบ" ซึ่งเป็นเลขานุการเอกฯ พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องการผูกเรื่องไปถึงกระทรวงการต่างประเทศ อันมี "นายกษิต ภิรมย์" เป็นเป้าเท่านั้น
แทนที่คนไทยจะเข้าใจ และให้ความเห็นใจทั้งนายศิวรักษ์และนายคำรบที่ถูกทักษิณ-ฮุน เซน ใช้เป็นเหยื่อในสถานการณ์ และช่วยกันปกป้อง-พิทักษ์รักษาศักดิ์ศรีคนของเรา และผลประโยชน์ของประเทศชาติ
แต่คนไทยจากพรรคเพื่อไทย กลับพูดแบบตัดตอนสาระมาบิดเบือนประเด็น จากที่ว่านายคำรบโทรศัพท์ไปสอบถามจริงซึ่งไม่ผิด ก็พยายามยัดเยียดให้เข้าใจว่า...นั่นไง..นั่นไง..คนสถานทูตไทยโทร.ไปใช้ให้นายศิวรักษ์ไปจารกรรมตารางการบินเขาจริงๆ!?
นี่ไง..การเมืองที่ "ขายบ้าน-ขายเมือง" เอาเรื่องที่ไม่ผิดมาตัดตอนชี้ประเด็นให้คนเข้าใจว่าผิด ผมจึงบอกให้ท่านใช้สติในการบริโภคข่าวสาร เพราะพรรคเพื่อไทย เขาทำเพื่อเขมรและทักษิณ จนกลายเป็นว่า นายคำรบที่ทำทั้งงาน ทำทั้งการข่าวเป็นหูเป็นตาให้ประเทศที่ควรต้องชมเชย กลายเป็นจำเลยสังคม หาว่าไปจารกรรมข้อมูลลับเสียนี่!?
เรื่องจับเครื่องบินบรรทุกอาวุธสงครามเหมือนกัน จะยูเอ็นประสานงานมา หรือจะเราจับเองก็ช่าง ประเด็นสำคัญที่ควรตั้งสติเพื่อเข้าใจก็คือว่า ใครก็ตาม เมื่อเข้ามาในเขตแว่นแคว้นแดนสยามของเราแล้ว ไม่ว่าจะเป็น น่านฟ้า-น่านน้ำ-น่านดิน จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย และเมื่อทราบ กระบวนการรัฐไทย ต้องใช้อำนาจตามกฎหมายจับกุม ดำเนินคดี
แต่พิลึก คนไทยจากพรรคเพื่อไทย กลับด่าว่ากล่าวรัฐบาลไทยว่า "ชักน้ำเข้าลึก-ชักศึกเข้าบ้าน" พูดง่ายๆ คือ ไม่ต้องการให้ไทยไปจับ-ไปยึดอาวุธที่ชาวต่างชาติบรรทุกเครื่องบิน บินเข้ามาในเขตน่านฟ้าไทย
คนขนอาวุธร้ายเข้าประเทศ กลับไปปกป้อง แต่กับความปลอดภัยประเทศตัวเอง ไม่ปกป้อง นี่น่ะเรอะ...การเมืองเพื่อชาติบ้านเมืองของพรรคเพื่อไทย?
อะไรที่ขบวนการทักษิณเสียประโยชน์ ก็หาว่ารัฐบาลไทย "ใช้ ๒ มาตรฐาน" แล้วทีอย่างนี้ รัฐบาลไทยใช้ "มาตรฐานเดียว" ในการจับกุมคนขนอาวุธร้ายเข้าประเทศ กลับด่าว่า ทำไมไม่ใช้มาตรฐานที่ ๒!?
หรืออย่างเรื่องที่สนุกปากกันอยู่ นายจตุพรนำ "เอกสารลับ" ทางราชการมาเผยแพร่ เพื่อการโจมตีรัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศ ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงว่า กรอบทำงานที่เสนอขึ้นไปตามเอกสารนั้นผิดหรือถูก แต่มันอยู่ตรงว่า ความลับของชาติอันเป็นกรอบทำงานเพื่อพิทักษ์รักษาประเทศชาติบ้านเมือง แล้วเราซึ่งเป็นคนไทย
ควรช่วยกันรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติตัวเอง หรือว่าควรเอา "ความลับของชาติ" ไปขาย เพื่อแลกกับมือเขมรลูบหัวแล้วชมว่า
"เป็นหมาพันธุ์ที่ชาติเลี้ยงไม่เชื่องดีจริงๆ!?"
ช่วงนี้ "ดาวพุธ" เป็นประ ดังนั้น ข่าวสารลวง การพูดจาใส่ร้ายป้ายสี คำพูดที่หาความจริง หาความน่าเชื่อถือไม่ได้ จะท่วมบ้าน-ท่วมเมือง ต้องมีสติและยึดมั่นกันนะครับ คือยึดมั่นในความเป็นชาติบ้านเมือง ยึดมั่นในคุณธรรมความดี ว่าสิ่งนี้ต้องอยู่เหนือความระยำอัปรีย์ทั้งมวล
และก็อยากบอกท่านว่า ที่เขาโฆษณา มกราจะทำสงครามชิงประเทศ บวกกับที่บรรดาโหราออกมาประสานเสียง "ต้นปีหน้าเลือดทาแผ่นดิน" นั้น ผมจะปักทวนทับธงไปเลยว่า "ถ้าจะทา เลือดนั้นคือเลือดกบฏ" อยู่กันให้สบายใจเถอะครับ อย่างเก่งก็ทนกันถึงแค่พฤษภาปี ๕๓ ปีนี้-จะเป็นปีที่ประเทศไทยจะได้โชคลาภใหญ่จากต่างชาติ-ต่างภาษา และมีมาให้ฮือฮากันแบบฟลุกๆ ชนิดปุบปับฉับพลัน สำคัญแต่ว่าถึง "กลางปีหน้า" ไม่รู้ใคร...
อาจต้อง "เคาะฝาโลง" เรียกให้กินข้าว!?
ผู้ถาม : ตอบหน่อย
ส่งคำถามเมื่อ : วัน ศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม 2552 เวลา 7 นาฬิกา 53 นาที
คำตอบที่ 1
รายละเอียด : เหลือง อึ โฆษณา
ผู้ตอบ : กกต
ส่งคำตอบเมื่อ : วันศุกร์ 25 ธันวาคม 2552 เวลา 11 นาฬิกา 19 นาที
คำตอบที่ 2
รายละเอียด : คนไทยด้วยกันทั้งนั้น ฆ่ากันเอง คำโฆษณาที่เด็กโฆษณาเอามาใส่หัวสมองกันบ้าง น่าเบือการเมืองไม่ว่ายุคไหน ๆ ก็กินภาษีประชาชนกันทุกยุคทุกสมัยแม้ข้าราชการไทย ที่กินเงินเดือนภาษีประชาชน
ผู้ตอบ : เบื่อการเมือง
ส่งคำตอบเมื่อ : วันเสาร์ 26 ธันวาคม 2552 เวลา 23 นาฬิกา 6 นาที
คำตอบที่ 3
รายละเอียด :
อย่าเพิ่งเบื่อการเมืองสิครับ......คนไทยเราก็เป็นเสียอย่างนี้......พวกทักษิณมันรู้สันดานคนไทยดีมันเลยยื้อ ยุด ฉุดกระชาก ป่วนให้ดูว่าวุ่นวายเข้าไว้ ลากเวลาให้นานๆเข้า ประเดี๋ยวพี่ไทยที่สันดานธุระไม่ใช่เรื่องส่วนรวมไม่ใช่เรื่องของเรา เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเป็นใหญ่ก็จะเกิดรำคาญขึ้น ด่าแม่งทั้งสองฝ่ายโดยไม่แยกแยะออกว่าฝ่ายใหนถูกฝ่ายใหนผิด......ฝ่ายที่ออกมาเสียสละยอมเสียสละเวลาทุกอย่างออกมาต่อสู้ให้ประเทศชาติก็จะถูกเหมารวมไปเป็นคู่กรณีของพวกเลวป่วนเมืองโดนด่าโดนกระแหนะกระแหนซะป่นปี้......
หัดใช้ความคิดวิเคราะห์กันบ้างเถอะครับ ใช้ความคิดไม่เหนื่อยเท่าไรหรอก......อย่าเอาแต่รำคาญประเดี๋ยวประเทศเวียดนามแซงหน้าไปแล้วจะหาว่าหล่อไม่เตือนไม่ได้นะครับ
ผู้ตอบ : กระบี่แท้ๆ
E-mail : e-conome.com
ส่งคำตอบเมื่อ : วันจันทร์ 28 ธันวาคม 2552 เวลา 10 นาฬิกา 59 นาที
คำตอบที่ 4
รายละเอียด : เพราะนิ่งเพราะเฉย พวกโกงก็โกงกันไปรวยไป
คนดีดีทำงานไปเสียภาษีไปให้มันโกง
หัดออกมาต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเองบ้าง
ผู้ตอบ : 1
ส่งคำตอบเมื่อ : วันจันทร์ 28 ธันวาคม 2552 เวลา 22 นาฬิกา 12 นาที