คำถาม :  Interesting น่าสนใจมากๆๆๆรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม
รายละเอียด : ระวังลิขสิทธิ์ปลอมจับร้านมือถือ พร้อมวิธีป้องกันตัวครับ
เนื่องจากกระทู้เก่าที่เป็นกระทู้แนะนำ โดยลบไปแล้วครับ
คนในห้องนี้อาจจะมี พวกรีดไถร้านมือถือแอบแฝงอยู่ครับ อันตรายมาก
-
เพื่อนๆต้องช่วยกันนะครับ
เมื่อ อาทิตที่แล้วร้านที่ ชลบุรี โดนไป 10 กว่าร้านเท่าที่รู้ ไม่รู้จำนวนอีกหลายร้านค้า /รอดแค่ 3 ร้าน เพราะทำแบบที่ผมโพส นอกนั้นโดนหลอก
คนร้ายได้เงินไป หลายแสน



***********การไถเงินร้านขายมือถือ
*** 1 ไถแบบจัดลิขสิทธิ์ MP3
1.1หน้าม้าจะหลอกให้ลงเพลง mp3 หรือ โปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ใส่มือถือ
1.2จะมีคนมาจับอ้างว่าเป็นตัวแทน มาพร้อมตำรวจ
1.3ไถเงิน 50000 บาท



*** 2 ไถแบบจับหน้ากากมือถือ แบตปลอม ซองปลอม
2.1ตัวแทนปลอมจะอ้างว่ามาจับหน้ากากปลอม
2.2 ไถเงิน 50000 เช่นกัน
- แต่กรณีจับหน้ากากนั้น มีของแท้นะครับ ถ้าเป็นของแท้ จะไม่ไถเงินคุณครับ ไถก็อย่าจ่ายครับ
- จ่ายในศาลครับ ของแท้จะมากับตำรวจกองปราบและตำรวจเศรษฐกิจ แต่จะจับแต่ร้านใหญ่ๆครับ
- อันนี้ถ้าผิดจริงคุณก็ต้องยอมจ่ายครับ แต่สารภาพในศาลว่ามูลค่าที่ขายนั้นเท่าไหร่ ศาลจะให้คุณจ่ายตามจริง+ค่าเสียหายฝ่ายตรงข้ามนิดหน่อย
- ถ้าผิดจริงผมไม่มีวิธีแก้ให้นะครับ แค่ผ่อนหนักเป็นเบา
-
-
วิธีแก้ไขเบื้องต้น
-อย่าให้มันเอามือถือไปแม้แต่เครื่องเดียว ถ้ามันเอาไป ตะโกนเลยว่านี่คือปล้นทรัพย์ จะแจ้งความกลับ เพราะมันคนละคดีกัน
- อย่าคุยกับพวกมันไล่พวกมันกลับไป คุณไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น แม้แต่โรงพัก เพราะมันไม่มีหมายศาล หมายค้น
- หากพวกมันดื้อไม่กลับก็ปิดร้าน โทรตามพวกมาเย๊อะๆ
- อย่ายอมจ่ายเงินให้มันเด็ดขาด ถ้าจะจ่ายก็จ่ายให้มันไป 200 บาท บอกว่าช่วยค่าน้ำมันรีบๆกลับบ้านไปเถอะ
- ถ้ามันโง่มากไม่รู้กฎหมายยังดื้อแจ้งความ ก็ไม่ต้องจ่ายอยู่ดีครับ คดีล่อซื้อแบบนี้ศาลยกฟ้องครับ คุณชนะแน่นอน
- /แต่ส่วนใหญ่พวกนี้ไม่โง่ขนาดนั้น มันไม่ฟ้องศาลหรอกครับ ถ้าไม่จ่ายมันก็กลับไปเฉยๆ ต่อให้ฟ้องไปแล้ว พวกตัวแทนไม่มาขึ้นศาลหรอกครับ คุณก็ชนะอยู่ดี
-
ปล.อย่าไปกับพวกมันเด็ดขาด ห้ามไปโรงพักเด็ดขาด
-
ปล2. ถ้าโดนลบอีก ผมก็จะโพสอีกครับ
จากคุณ : อาจารย์แมว - [ 30 พ.ค. 51 11:56:31 A:125.27.17.138 X: TicketID:137077 ]

ความคิดเห็นที่ 2

ข้อย่อยที่ช่วยได้เบื้องต้น ยาวแต่ต้องอ่านนะครับ มันสำคัญทุกข้อครับ
1 จับกุมลิขสิทธิ์ได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น ถ้ามาตอนมืด ถึงจะถูกต้องก็ไล่กลับไปได้เลย
2.หากมีคนอ้างเป็นตัวแทน ขอดูบัตรประชาชน ดูใบรับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ดูบัตรของผู้รับมอบจะต้องมีบัตรของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าไม่ให้ดูไล่พวกมันกลับไปได้เลย
3 การล่อเล่นของหน้าม้า เป็นการร่วมกระทำความผิด ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์
4 ร้านคอมฯปฏิเสธไม่ให้ตรวจเครื่องคอมฯได้นะครับถ้ามันไม่มีหมายค้น ในส่วนของตัวร้าน(สาธารณสถาน)อยากตรวจก็ให้ตรวจไป แต่เครื่องคอมฯไม่ใช่สาธารณสถานเรามีสิทธิปฏิเสธไม่เปิดให้ตรวจสอบได้
5 ตัวแทนลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์อธิบายขั้นตอนการจับกุม กฎหมายเขียนชัดเจนให้เป็นหน้าที่ของตำรวจชุดจับกุมให้เป็นผู้จัดทำบันทึกการจับกุม ไม่มีกฎหมายให้อำนาจราษฎรทำ เป็นข้อต่อสู้ของจำเลยข้อหนึ่งได้ว่ามันมั่วนิ่มไม่รู้กฎหมายแล้วมาจับ
6 ราษฎรก็จะช่วยตำรวจจับไม่ได้แม้ตำรวจจะขอให้ช่วยจับ เพราะ ตำรวจจะขอให้ราษฎรช่วยจับได้ต้องเป็นผู้จัดการตามหมายจับเท่านั้น(เช่น โจรที่มีหมายจับ) แต่การจับละเมิดลิขสิทธิ์ในความผิดซึ่งหน้าไม่ใช่การจัดการตามหมายจับ เราจึงมีสิทธิป้องกันการจับกุมอันมิชอบด้วยกฎหมายทั้งปวงกับราษฎรที่มาช่วยจับได้ตามสมควร(ต่อสู้ป้องกันตามสมควร อย่าให้ถึงตายนะครับ แบบนั้นติดคุกฐานฆ่าคนตาย ควรใช้กระบองป้องกันตัว)ไม่มีความผิดทางอาญาใดๆ
7 การล่อเล่น ไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจ ราษฎรก็ล่อเล่นได้ (แต่การล่อเล่นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ศาลจะยกฟ้อง) เหมือนข้อ3
8 จะเป็นความผิดซึ่งหน้า ต้องดูที่ลักษณะของการกระทำ ไม่ใช่ดูที่ตัวผู้ล่อเล่นว่าเป็นตำรวจหรือไม่เป็นตำรวจ ความผิดซึ่งหน้า หมายถึง ความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำ หรือพบในอาการใด ซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80)
9 ดูที่ประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญามาตรา 79 ราษฎรก็สามารถจับความผิดซึ่งหน้าได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ แต่ต้องเป็นความผิดบางประเภทเท่านั้น (คือความผิดที่บัญญัติไว้ท้ายประมวลป.วิอาญา) เช่น ฐานฆ่าคนตาย เป็นต้น แต่ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่ความผิดท้ายประมวลฯ ราษฎรจึงจับไม่ได้แม้เห็นความผิดเกิดขึ้นซึ่งหน้า
10 การละเมิดลิขสิทธิ์ต้องเกิดซึ่งหน้าตำรวจเท่านั้นเช่นนั่งไลท์แผ่นต่อหน้าต่อตาตำรวจ ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับกุม (และต้องมีการแจ้งความแล้ว ถ้ายังไม่แจ้งความก็ไม่มีสิทธิ์จับในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์) ถ้าการละเมิดเกิดต่อหน้าตัวแทนบริษัท(หน้าม้า) แม้จะถ่ายรูปไว้ ถ้าขณะนั้นตำรวจไม่ได้เห็นด้วย(ตำรวจอยู่นอกร้าน-มาทีหลัง) ก็ไม่มีอำนาจจับกุมครับ
11 การค้นในที่รโหฐาน เช่น ส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย ต้องมีหมายค้น ถ้าเข้าไปยึดแผ่นเโดยไม่มีหมาย ก็เป็นการค้นที่ไม่ชอบ ทรัพย์สินที่ยึดไปไม่สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ต้องห้ามตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ถ้าขึ้นศาลก็จะไม่มีพยานหลักฐานนำสืบแสดงว่าเราทำผิด (แม้เราละเมิดจริง แต่เมื่อไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเราทำผิด เพราะหลักฐานที่ยึด ได้มาจากการค้นที่ไม่ชอบ) ศาลจะยกฟ้อง
12 หลัก ตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับหรือคำสั่งศาลไม่ได้(ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา78) ข้อยกเว้น จะจับโดยไม่มีหมายจับก็ได้ เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า และเหตุอื่นตามที่กฎหมายกำหนด (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80) คดีละเมิดลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์จับ
แต่ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว เช่นคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องมีการแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายหรือตัวแทนเสียก่อน ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับ ดังนั้น ถ้ายังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ อำนาจจับกุมก็ยังไม่เกิด แม้จะมีการละมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้นต่อหน้าตำรวจ ตำรวจก็จับไม่ได้
-
ปล. จุดไหนผิดพลาดโปรดชี้แนะด้วยครับ

จากคุณ : อาจารย์แมว - [ 30 พ.ค. 51 11:57:49 A:125.27.17.138 X: TicketID:137077 ]
ความคิดเห็นที่ 1

ข้อกฎหมาย ที่ต้องรู้ครับ

ล่อซื้อ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 66 บัญญัติว่า ความผิดตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์เป็นความผิดอันยอมความได้
ผลทางกฎหมายคือ เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้ตัวผู้กระทำละเมิดและรู้ถึงการละเมิด
มิฉะนั้นจะขาดอายุความร้องทุกข์
และการแจ้งความร้องทุกข์จะต้องกระทำโดยผู้เสียหาย หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายจะต้องเป็น "ผู้เสียหายโดยนิตินัย"
แต่หากผู้เสียหายเป็นผู้มีส่วนร่วม หรือก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น ก็ไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจฟ้องคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
คำพิพากษาฎีกาที่ 4301/2543 การที่จำเลยกระทำความผิดโดยทำซ้ำบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ลงในแผ่นบันทึกข้อมูลถาวรของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ส. ตามที่ส.ได้ ล่อซื้อ นั้น เกิดขึ้นเนื่องจากการล่อซื้อของส. ซึ่งได้รับการจ้างให้ล่อซื้อจากโจทก์ เท่ากับโจทก์เป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น โจทก์ย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้
เพราะฉะนั้น การล่อซื้อและการส่งหน้าม้ามาลงเพลงในคอมพิวเตอร์/การล่อเล่นในกรณีเกมส์เพลย์ จึงเป็นกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกานี้ จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้อง

จากคุณ : อาจารย์แมว - [ 30 พ.ค. 51 11:57:17 A:125.27.17.138 X: TicketID:137077 ]


ความคิดเห็นที่ 6

การจับ
-โดยมีหมายจับ (ศาลเท่านั้นที่มีอำนาจออกหมายจับ)
-โดยไม่มีหมายจับ

จะอธิบายเฉพาะที่เกี่ยวกับร้านเกมส์ คือการจับโดยไม่มีหมายจับ
หลัก....จะจับได้ต้องมีหมายจับเท่านั้น (แต่ถ้าจับในที่รโหฐานต้องมีทั้งหมายจับและหมายค้น เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น)
ข้อยกเว้น...การจับโดยไม่มีหมายจับ ป.วิอาญา มาตรา 78 ,65,117 ให้อำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือบุคคลอื่นมีอำนาจจับบุคคลโดยไม่มีหมายจับได้ ดังนี้
1.เมื่อได้กระทำความผิดซึ่งหน้า (ตามมาตรา 80)
2.เมื่อพบบุคคลนั้นกำลังพยายามกระทำความผิด หรือพบโดยมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าผู้นั้นจะกระทำความผิดฯ
3.เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้นั้นได้กระทำความผิดมาแล้วและจะหลบหนี
4.เมื่อมีผู้ขอให้จับโดยแจ้งว่าบุคคลนั้นได้กระทำความผิด และแจ้งด้วยว่าได้ร้องทุกข์ไว้ตามระเบียบแล้ว
5.ตามมาตรา 65 (ไม่เกี่ยวกับร้านเกมส์)
6.กรณีนายประกันจับตามมาตรา 117

ความผิดซึ่งหน้า หมายถึงความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำหรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระทำความผิดมาแล้วสดๆ

อำนาจจับของราษฎร
หลัก....ราษฎรไม่มีอำนาจจับ
ข้อยกเว้น....ให้ราษฎรมีอำนาจจับได้ ดังนี้
1.เป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้าตามม.80 และความผิดซึ่งหน้านั้นต้องได้ระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย (ป.วิอาญาม.79) ได้แก่
1.1ความผิดฐานประทุษร้ายต่อพระบรมราชตระเราล ป.อาญา ม.79 และ 99
1.2ความผิดฐาขบถ ม.101-104
1.3ความผิดฐานขบถนอกราชอาณาจักร ม.105-111
1.4ความผิดต่อทางพระราชไมตรีกับต่างประเทศ ม.112
1.5ความผิดฐานทำอันตรายแก่ธงหรือเครื่องหมายของต่างประเทศ ม.115
1.6ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ม.119-122 และ 127
1.7ความผิดฐานหลบหนีจากที่คุมขัง ม.163-166
1.8ความผิดต่อศาสนา ม.172,173
1.9ความผิดฐานก่อการจราจล ม.183,184
1.10ความผิดฐานกระทำให้เกิดภยันตรายแก่สาธารณชน ม.185-194 ,196,197 และ199
1.11ฐานปลอมแปลงเงินตรา ม.202-205 , 210
1.12ฐานข่มขืนกระทำชำเรา ม.243-246
1.13ฐานประทุษร้ายแก่ชีวิต ม.249,251
1.14ฐานประทุษร้ายแก่ร่างกาย ม.254-257
1.15ฐานกระทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ ม.268,270 ,276
1.16ฐานลักทรัพย์ ม.288-296
1.17ฐานวิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และโจรสลัด ม.297-302
1.18ฐานกรรโชก ม.303

2.เจ้าพนักงานผู้จัดการตามหมายจับขอความช่วยเหลือให้จับ (ป.วิอาญาม.82)
ข้อสังเกต ถ้าไม่ใช่กรณีเจ้าพนักงานจัดการตามหมายจับ ราษฎรก็ไม่มีอำนาจจับ

ยกตัวอย่างเช่น ราษฎรจอมรีดไถมาจับร้านเกมส์แม้จะมาจับพร้อมตำรวจและตำรวจเรียกให้ช่วยจับ ตัวราษฎรก็ไม่มีอำนาจจับแม้จะเป็นความผิดซึ่งหน้า และตำรวจเรียกให้จับ เพราะความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าตามที่ระบุไว้ในท้ายป.วิอาญา(ดูที่ผมเขียนไว้ข้างบน ข้อ1.1-1.18 ) และตำรวจทีมาจับร้านเกมส์ไม่มีหมายจับ จึงไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะทำให้ราษฎรมีอำนาจจับ

3.กรณีนายประกันจับตามม.117

แต่อย่างไรก็ตาม ราษฎรไม่มีอำนาจจับในที่รโหฐานแม้ว่ากำลังพบเห็นความผิดซึ่งหน้าและเป็นความผิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลฯ

ผลของการจับโดยไม่ชอบ

กรณีตำรวจ
1.ผู้ถูกจับอ้างป้องกันได้ ไม่ผิดฐานต่อสู้ขัดขวาง/ทำร้ายร่างกาย
2.ตำรวจมีความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังตามป.อาญา ม.310
3.ตำรวจมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถูกจับ ป.อาญาม.157
4.ตำรวจต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในการทำละเมิดตามป.พ.พ.ม.420,438
5.การจับโดยไม่ชอบทำให้การคุมขังต่อเนื่องจากการจับนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหมายตามไปด้วย ผู้ถูกคุมขังยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ปล่อยตัวได้ ตามรัฐธรรมนูญม.240 และป.วิอาญาม.90 (ฎีกาที่ 466/2541)

กรณีราษฎรจับโดยไม่ชอบ
1.ผู้จะถูกจับโต้ตอบกลับมาโดยอ้างป้องกัน ตามป.อาญามาตรา 68 ได้ (ฎีกาที่ 2353/2530)
2.ราษฎรผิดฐานทำให้ผู้อื่นเสียเสรีภาพตาม ป.อาญามาตรา 310
3.ผู้ที่ต่อสู้ขัดขวางการจับโดยไม่ชอบของราษฎรนั้น ไม่มีความผิดตามป.อาญามาตรา 138 เพราะการที่จะผิดตาม ม.138 ต้องเป็นการขัดขวางเจ้าพนักงาน หรือ"ผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฎิบัติหน้าที่" ซึ่งหมายความว่า "ผู้ซึ่งต้องช่วยนั้น"ต้องมีอำนาจในการจับก่อน

แต่อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่มีอำนาจจับกุมใดๆ ถ้าหากเป็นความผิดซึ่งยอมความได้หรือความผิดต่อส่วนตัวและความผิดนั้นผู้เสียหายตามกฎหมายไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ (ความผิดตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ เป็นความผิดต่อส่วนตัว ต้องแจ้งความร้องทุกข์ก่อน ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับ)

สรุป
1.จับร้านเกมส์ต้องแจ้งความร้องทุกข์ก่อน ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับดูเวลาในบันทึกจับกุม กับเวลาที่ลงในบันทึกการแจ้งความ
2.ต้องจับในเวลากลางวัน
3.ถ้าตำรวจมาจับโดยไม่มีหมายจับ ต้องจับในขณะกระทำความผิดซึ่งหน้าคือจับขณะมีคนกำลังเล่นเกมส์ละเมิดลิขสิทธิอยู่เท่านั้น
เพราะฉะนั้น ถ้าเห็นตำรวจมาแต่ไกล ให้รีบปิดสวิทซ์ไฟแล้วยกเครื่องที่เปิดเกมส์ละเมิดลิขสิทธิ์หนีไปเก็บไว้ในส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย หรือใช้วิธีตามแต่เพื่อนจะคิดได้โดยเน้นว่าไม่ให้เป็นความผิดซึ่งหน้า
4.ค้นและจับได้เฉพาะในส่วนที่เป็นร้านเกมส์ ถ้าเป็นส่วนที่อยู่อาศัยก็ค้นและจับไม่ได้ต้องมีหมายค้นและหมายจับ
5.อย่าให้ยกเครื่องไป หรือให้ยกได้เฉพาะเครื่องที่ละเมิด ไม่ใช่ยกไปทั้งหมด ถ้ายกไปทั้งหมดผู้ยกมีความผิดตามกฎหมายอาญา
6.ราษฎรจับร้านเกมส์ไม่ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ แม้ตำรวจจะขอให้ช่วยจับ ถ้าฝ่าฝืนราษฎรจะมีความผิดทางอาญา
7.แผ่นเกมส์ละเมิดลิขสิทธิ์ต้องเก็บไว้ในส่วนที่อยู่อาศัย เพราะจะค้นได้ต้องมีหมายค้น ถ้ามันฝ่าฝืนจะเข้าไปค้นทำการป้องกันได้ และฟ้องกลับได้

จำไว้.........สู้อย่างเดียว ....ไม่ต้องจ่ายมัน


เครดิต ทนายกิต ครับ

จากคุณ : แมว - [ 30 พ.ค. 51 12:01:19 A:125.27.17.138 X: TicketID:137077 ]
ความคิดเห็นที่ 5

การค้นและการจับ...ร้านเกมส์ และ ร้านอื่นๆ /แบบถูกต้องและแบบผิดกฎหมาย

ขออธิบายหลักการค้นและการจับที่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อเป็นการให้ความรู้แก่เพื่อนๆชาวร้านเกมส์เอาไว้ป้องกันตนเองจากพวกจอมรีดไถ ผมจะพยายามเขียนโดยใช้ภาษาง่ายๆ เพื่อให้ผู้ที่ไม่รู้กฎหมายสามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ด้วยตนเอง นักกฎหมายท่านใดอ่านแล้วกรุณาทำใจ

การค้น (มี 2 กรณี คือ 1.ค้นในที่รโหฐาน และ 2.ค้นตัวบุคคล แต่ผมจะอธิบายเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับร้านเกมส์คือการค้นในที่รโหฐานเท่านั้น)

การค้นในที่รโหฐาน

-กรณีใดต้องมีหมาย
-กรณีใดไม่ต้องมีหมาย

กรณีที่ต้องมีหมายค้น

หลัก การค้นใน ที่รโหฐาน เพื่อหาตัวคนหรือหาสิ่งของ ต้องมีหมายค้น (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยม.238 และป.วิ อาญามาตรา 57) และหมายค้นออกได้โดยศาลเท่านั้น

ที่รโหฐาน หมายถึง ที่ต่างๆซึ่งไม่ใช่ที่สาธารณสถาน
ที่สาธารณสถานหมายถึงสถานที่ใดๆซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้
ดังนั้นความหมายของที่รโหฐาน จึงหมายถึงสถานที่ใดๆที่ประชาชนไม่มีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ เช่น เคหสถาน เป็นต้น
เคหสถาน หมายความว่า ที่ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัย ฯ (ป.อาญา มาตรา 1(4))

การค้นในสถานที่ใดๆที่ประชาชนไม่มีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้จึงต้องมีหมายค้น
ตัวอย่างของที่สาธารณสถาน (ไม่ต้องมีหมายค้น)
1.ร้านค้า (ฎีกาที่ 1362/2508)
2.ร้านขายกาแฟ (ฎีกาที่ 1732/2516)
3.หญิงติดเบอร์ที่อกเสื้อนั่งในห้องโถงในโรงแรมเพื่อชายเลือกไปร่วมประเวณี เป็นที่สาธารณสถาน (ฎีกาที่ 2075-2079/2519)
4.ห้องโถงในสถานการค้าประเวณีผิดกฎหมายเวลารับแขกมาเที่ยวเป็นสาธารณสถาน (883/2520)

ข้อสังเกต 1.ฎีกาที่ 605/2521 ห้องแถว 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นร้านขายของ ชั้นบนเป็นห้องนอน ถือได้ว่าใช้อยู่อาศัยทั้งชั้นบนชั้นล่าง จำเลยขว้างระเบิดทำให้ฝาบ้านประตูบ้าน กระจก ช่องลมล่างเสียหายเป็นความผิดตามป.อาญา ม.222,218
2.หากค้นที่รโหฐานโดยไม่มีหมายค้น และไม่เข้าข้อยกเว้น เจ้าพนักงานที่ทำการค้นอาจมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามป.อาญามาตรา 157 และผิดฐานบุกรุกด้วย

การค้นโดยไม่ต้องมีหมายค้น
ทำได้ในกรณีดังนี้ (ป.วิอาญามาตรา 92 (1)-(5))
(1)เมื่อมีเสียงร้องให้ช่วยมาจากข้างในที่รโหฐาน
(2)เมื่อปรากฏความผิดซึ่งหน้าซึ่งกระทำลงในที่รโหฐาน
(3)เมื่อบุคคลที่ได้กระทำความผิดซึ่งหน้า ขณะที่ถูกไล่จับหนีเข้าไปหรือมีเหตุอันแน่นแฟ้นควรสงสัยว่าได้เข้าไปซุกซ่อนตัวอยู่ในที่รโหฐานนั้น
(4)เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าสิ่งของที่ได้มาโดยการกระทำความผิดได้ซ่อนหรืออยู่ในน้นและหากเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ สิ่งขิงนั้นจะถูกโยกย้ายไปเสียก่อน
(5)เมื่อที่รโหฐานนั้นผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้าน และการจับนั้นมีหมายจับตามมาตรา 78

ผลของการค้นโดยมิชอบ

-ผลในทางกฎหมายอาญา
1.ผู้จะถูกค้นต่อสู้หรือขัดขวางการค้น ไม่มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและทำร้ายร่างกาย (ฎีกาที่ 575/2483,244/2491,1035/2536)
ฎีกาที่1036/2536 .....เมื่อผู้เสียหายกับพวกเข้าจับกุมจำเลยโดยไม่มีหมายค้นจึงเป็นการจับกุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการจับกุมโดยไม่มีอำนาจ จำเลยจึงชอบที่จะป้องกันสิทธิของตนให้พ้นจากภยันตรายอันเกิดจากการจับกุมโดยไม่ชอบเช่นนี้ได้ หากจำเลยต่อยผู้เสียหายก็เป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนพอสมควรแก่เหตุ และไม่เป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่และทำร้ายร่างกาย
2.เจ้าพนักงานที่ทำการค้นอาจมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามป.อาญามาตรา 157 และผิดฐานบุกรุกด้วย

ผลในทางกฎหมายแพ่ง
ผู้ค้นต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในการกระทำละเมิดตามปพพ.มาตรา 420,438 (ฎีกาที่ 6301/2541)

ผลในทางกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
1.ของกลางที่ได้ไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ตามมาตรา 226 เพราะถือว่าได้มาโดยมิชอบ
2.การค้นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้การจับไม่ชอบตามไปด้วย (แม้จะจับตามหมายจับ) (ฎีกาที่ 1035/2536) แต่การค้นและการจับที่ไม่ชอบไม่ทำให้การสอบสวนและการฟ้องของอัยการเสียไป (ฎีกาที่ 495/2500,2699/2516)

ข้อสังเกต
1.เมื่อการค้นและการจับไม่ชอบ จะทำให้ของกลางที่จับกุมไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ตามปวิอาญา มาตรา 226 แม้พนักงานอัยการจะสั่งฟ้อง ศาลก็จะยกฟ้องในที่สุดเพราะไม่มีหลักฐานพิสูจน์ความผิดของจำเลย (ฎีกาที่ 857/2482)
2.การค้นในที่รโหฐานต้องทำกลางวัน คือระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและตก เว้นแต่ ถ้ายังไม่เสร็จจะค้นต่อเวลากลางคืนก็ได้

ความเห็น
1.ร้านเกมส์ในเวลาที่เปิดให้บริการจึงเป็นสาธารณสถาน ไม่ต้องมีหมายค้น
แต่ถ้าเป็นเวลาปิดทำการต้องมีหมายค้น
2.อาจจะมีผู้เห็นแย้งว่า ถ้าร้านเกมส์มีชั้นที่ 2 ใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย จะต้องมีหมายค้น(ดูฎีกาที่605/2521 ที่เขียนไว้ข้างบน) เรื่องนี้ผมเห็นว่า ในเวลาที่ร้านเปิดทำการควรต้องแยกร้านออกเป็น 2 ส่วน ส่วนชั้นล่างที่เป็นร้านเกมส์ ถือเป็นสาธารณสถานเพราะประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปเล่นเกมส์ได้ ไม่ต้องมีหมาย (ดูฎีการ้านค้าและร้านกาแฟ) ส่วนชั้นบน รวมทั้งชั้นล่างที่ทำครัวหรือรับประทานอาหารถือเป็นเขตที่อยู่อาศัย เป็นที่รโหฐานต้องมีหมายค้น(เพราะฉะนั้นตำรวจจะเข้าไปหลังร้านหรือชั้นบนเพื่อค้นหาแผ่นเกมส์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่มีหมายค้นไม่ได้ ถ้าฝ่าฝืนเข้าไป เราต่อสู้ขัดขวางได้ ถ้าทำพอสมควรแก่เหตุไม่มีความผิด)

จากคุณ : อาจารย์แมว - [ 30 พ.ค. 51 12:00:37 A:125.27.17.138 X: TicketID:137077 ]
ความคิดเห็นที่ 4

เรื่องที่ขอจะช่วยมีดังนี้ครับ
1 ช่วยบอกต่อๆกับญาติพี่น้องของพวกคุณทุกๆคนและให้เค้าบอกต่อๆไปอีก ให้ระวังตัวนะครับ เท่าที่ทำได้ ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ
2 ช่วยทำให้กระทู้ที่จะตั้งใหม่เป็นกระทู้แนะนำนานๆ หากใครรู้จักมีเส้นกับทางเว็บ ให้ช่วยขึ้นเป็นหัวข้อหลักของเว็บยิ่งดี
3 ช่วยก็อปปี้กระทู้ที่จะตั้งไปโพสในเว็บต่างๆเท่าที่ทำได้
4 ช่วยเล่าประสบการณ์ที่เคยเจอเสริม อาจจะเป็นญาติก็ได้ครับ
5 หากใครรู้จักสนิทสนมกับนักข่าวที่ดังๆเป็นพิเศษ ช่วยให้ขุดเรื่องนี้จะดีเยี่ยม ใครช่วยข้อนี้ได้โปรดบอกด้วยครับ
6 ช่วยๆกัน Forward ให้เพื่อนๆ เท่าที่ทำได้นะครับ
-
-
ผมเคยถูกเชิญให้ไปประชุมในการรวมตัวของผู้เสียหายแล้วครับ น่าสงสารมากๆ ส่วนใหญ่มีแต่คนจนๆ ครับ ร้องไห้กันเย๊อะครับ
และส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ครับ 90% ยอมจ่ายเงินด้วยครับ เพราะเค้ากลัว
ผมจึงจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ ด้วยการกระจายข้อมูลให้คนรู้ทันกันทั่วแผ่นดิน

จากคุณ : อาจารย์แมว - [ 30 พ.ค. 51 11:59:21 A:125.27.17.138 X: TicketID:137077 ]
ความคิดเห็นที่ 3

การเอาผิดกลับ
ปัจจุบันโทษรุนแรงเพียงพอแล้วครับ เพียงแต่พวกเราไม่มีใครเอาจริงเท่านั้น
เพราะถ้ามั่วนิ่มมา เราก็สามารถเอาผิดได้ หลายข้อหา เช่น
1. ฐานบุกรุก มาตรา 362 และ 364 โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำและปรับ
มาตรา 365 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ
2. ฐานแจ้งความเท็จ มาตรา 137 จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำและปรับ
มาตรา 172 จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 174 จำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
3. ฐานเบิกความเท็จ มาตรา 177 จำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นหรือทั้งจำทั้งปรับ
4. ฐานฉ้อโกง มาตรา 341 จำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (คือโดยทุจริต รู้อยู่ว่าตนไม่มีอำนาจจับ แต่ได้หลอกลวงว่าตนมีอำนาจเช่นว่านั้น และการหลอกลวงนี้ทำให้ได้เงินจากเราไป ก็จะผิดฐานฉ้อโกงนี้)
5. ฐานกรรโชกทรัพย์ มาตรา 337 คือถ้ามีการบังคับข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือบุคคลที่สาม จนยอมเช่นว่านั้น มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่น
ถ้าการกรรโชกทำโดยขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายฯ หรือมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
จะผิดข้อหาใด ฐานใดต้องดูข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาและหาพยานหลักฐาน
ที่บอกว่าควรจะต้องตรวจสอบก่อนนั้นว่ามั่วมาหรือไม่---- กรณีนี้ ตัวแทนนำจับรู้ตัวมันอยู่แต่แรกแล้วว่าตัวเองมีสิทธิหรือไม่ เป็นการกระทำโดยเจตนาชัดเจน
หน้าที่ในการตรวจสอบเป็นของตำรวจ ก่อนรับแจ้งความต้องตรวจสอบเอกสารให้ละเอียดว่าผู้แจ้งมีอำนาจแจ้งหรือไม่ ใครเป็นผู้รับมอบอำนาจ ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ต้องมีเอกสารชัดเจนจึงจะรับแจ้งความได้
ถ้าตำรวจบกพร่องละเลยไม่ตรวจสอบแล้วรับแจ้งความ ถ้าปรากฏภายหลังว่าการแจ้งความไม่ถูกต้อง ไม่มีสิทธิ ไม่มีอำนาจจริง ตำรวจจะมีความผิดทั้งทางวินัยและอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157
เราสามารถเอาผิดได้ทั้งตัวแทนนำจับและตำรวจครับ ถ้าตัวแทนมั่วมา
แต่ถ้าเขามีสิทธิจริง เราก็ค่อยมาดูถึงวิธีการค้นและจับว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ถ้าวิธีการค้นและจับไม่ชอบด้วยกฎหมาย เราก็สามารถเอาผิดกับพวกมันและตำรวจที่มาส่ง ได้เช่นกัน

จากคุณ : อาจารย์แมว - [ 30 พ.ค. 51 11:58:43 A:125.27.17.138 X: TicketID:137077 ]

ความคิดเห็นที่ 7

ขอบคุณครับ ^^/

จากคุณ : ไม่บังเอิญ - [ 30 พ.ค. 51 12:18:04 ]
ความคิดเห็นที่ 8

มีสาระมาก


//
ทู้นี้

จากคุณ : กรุณาใช้บริการช่องถัดไป - [ 30 พ.ค. 51 13:26:32 ]

ความคิดเห็นที่ 10

ขอบคุณครับที่มาบอกกล่าวและเตือนกันครับ ว่าแต่ดูเหมือนอาจารย์แมวจะมีความหลังฝังใจอะไรกับบุคคลประเภทนี้นะ...รึเปล่า?

จากคุณ : สาเล็ก - [ 30 พ.ค. 51 14:00:24 ]
ความคิดเห็นที่ 11

... เข้ามาดู

จากคุณ : Mr. Fusion - [ 30 พ.ค. 51 14:54:08 ]
ความคิดเห็นที่ 12

ขอบคุณมากมายสำหรับความรู้ครับ...


....

จากคุณ : DamDevil - [ 30 พ.ค. 51 15:30:58 ]
ความคิดเห็นที่ 13

ขอบคุณครับ...ช่วยได้มากเลยครับ

จากคุณ : yimgim (yimgim) - [ 30 พ.ค. 51 15:37:45 ]
ความคิดเห็นที่ 14

โหวตครับ

จากคุณ : psychology - [ 30 พ.ค. 51 16:01:21 ]

ความคิดเห็นที่ 16

^
วินนิ่งมีลิขสิทธิ์แล้วนะครับ
แต่ทางSilver Coinsจะใช้วิธีเจรจาก่อน ไม่มีการยึดเครื่องแน่นอน
หากมีการแอบอ้างก็แจ้งไปที่บ.Silver Coinsได้เลย

ที่มา : http://www.silvercoins.in.th/console/news.php?page=8
แก้ไขเมื่อ 30 พ.ค. 51 17:30:41

จากคุณ : ไม่บังเอิญ - [ 30 พ.ค. 51 17:18:20 ]
ความคิดเห็นที่ 15

...กรณีร้านเกมส์เพลย์ถ้ามีเด็กมาล่อเล่นก่อนแล้วชุดจับตามเข้ามาจับ
แต่เด็กที่เล่นออกจากร้านไปแล้วโดยเปิดเกมส์ทิ้งไว้ โดยเค้าเข้ามายึด เครื่องแล้วให้ตามไปที่โรงพัก แบบนี้ทางร้านจะมีข้อโต้แย้งอย่างไรได้บ้าง
แล้วที่มีคนบอกว่าเกมส์วินนิ่งไม่มีลิขสิทธ์จับในเมืองไทยจริงไหมครับ
ฝากผู้ที่รู้ช่วยตอบทีนะครับ

จากคุณ : eieibeck - [ 30 พ.ค. 51 16:14:37 A:58.9.96.196 X: ]


ความคิดเห็นที่ 24

ความคิดเห็นที่ 23 คราวหน้าลองเปลี่ยนหน้าตาให้มันเป็น มดง่ามครับ
-
ก่อนอื่นเอาลายมดX มาเทียบกับของจริงว่ามันเหมือนมั้ยครับ
ถ้าไม่เหมือน แค่คล้ายๆ ยังมีสิทธิ์รอดครับ
-
พอขึ้นศาลคุณก็ชนะครับ
-
เมื่อชนะก็ฟ้องกลับครับ เรียกเงินค่าเสียหายครับ
-
-
ตอนนี้อยู่เฉยๆครับ ตำรวจเรียกก็ไป แต่อย่าให้การนะครับ บอกว่าผมไม่ขอให้การ ขอให้การในชั้นศาล บอกว่าทนายสอนมาแบบนี้ ทนายผมจะจัดการเอาเข้าคุกทั้งแก๊งเลย
-
-อย่ายอมจ่ายครับ จ่ายในศาลเท่านั้นนะครับ

จากคุณ : อาจารย์ของแมว - [ 2 มิ.ย. 51 00:07:54 A:125.27.67.197 X: TicketID:137077 ]
ความคิดเห็นที่ 31

ขอบคุณครับ
พวกรีดไถชาวบ้าน ไม่รู้จักทำมาหากินจะได้หมดไปจากสังคม

จากคุณ : ชายไทยไม่ประสงค์ออกนาม - [ 5 มิ.ย. 51 10:23:13 ]

ความคิดเห็นที่ 33

ผมเปิดร้านมือถืออยู่ที่ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เมื่อวันที่2/6/2551มีชาย2คนเข้ามาทำทีว่าจะซื้อการ์ดใส่ในมือถือต่อรองราคาเสร็จก็จะให้ช่วยลงเพลงใส่ในการ์ดด้วย ผมไม่ทำให้มันก็เดินออกจากร้านไปเลย ผมสงสัยว่ามันมาล่อซื้อเเน่ๆก็เลยเดินตามมันไปเเละโทรบอกร้านที่รู้จักกันให้ระวัง มันทั้ง2คนเข้าไปร้านมือถือเเละร้านเกมส์อื่นๆอีกกว่า10ร้านใช้วิธีเดียวกันหมดเเต่ไม่มีใครหลงกลมัน

จากคุณ : / (อันดา อันดามัน) - [ 6 มิ.ย. 51 10:36:04 ]
ความคิดเห็นที่ 34

ตกลงหน้ากากที่ขาย ๆ อยู่นี่มันผิดลิขสิทธิ์ป่าวครับ

จากคุณ : NaM_pRiG - [ 7 มิ.ย. 51 19:58:54 ]
ความคิดเห็นที่ 35

ผมก็นึกว่ากระทู้หายไปไหน ไม่น่าเชื่อว่าจะโดนลบ เพราะคิดว่ามันคือข้อมูลที่ถูกต้องที่หามานาน แต่ถ้าโดนลบอีกก็ไม่เป็นไรครับผมจะช่วยโพสอีก ตอนนี้ผมก็นำกระทู้นี้ไปโพสเป็นกระทู้หลัก ของ เวปซ่อมมือถือทุกเวป วันก่อนก็มี พวกลิขสิทธิ์เข้าร้านเพื่อนที่มหาชัย โดนต่อยไปทีนึง พอเพื่อนชักปืนออกมา วิ่งขึ้นรถกันแทบไม่ทัน ถ้าพวก มงอ่านอยู่ไปทำมาหากินอย่างอื่นเถอะ ประเทศชาติจะได้เจริญกว่านี้

จากคุณ : สายน้ำสีเดิม - [ 9 มิ.ย. 51 01:33:06 ]
ความคิดเห็นที่ 36

ช่วยโหวตด้วยคนครับ ความรู้แบบนี้ ต้องช่วยกันดูแลเอาไว้ครับ

จากคุณ : marathon - [ 11 มิ.ย. 51 00:08:04 A:125.24.139.81 X: TicketID:175170 ]

ความคิดเห็นที่ 32

อันนี้เจอมากะตัวเองนะครับ ร้านผมเป็นร้านโทรศัพท์มือถืออยู่ที่โคราช 16/6/48 เวลาประมาณหกโมงเย็น มีลูกค้าเป็นผู้หญิงนำเครื่อง ไอโมบาย 509 มาลงเพลงMp3 ผมบอกไม่รับโหลดเพราะมันผิดลิขสิทธิ์ ลูกค้าก็เปลี่ยนให้โหลดภาพพักหน้าจอแทน ผมก็รับโหลดไว้โดยคิดค่าบริการ 200 บาท (สมัยก่อนแถวอำเภอที่ผมอยู่มันไม่ค่อยมีใครรับโหลด) พอเปิดไฟล์ใน T-Flash Card ออกมาดู ก็พบว่ามีเพลงเต็มไปหมด ผมก็เลยโทรแจ้งลูกค้าว่าไฟล์มันเต็มนะขอลบออกบางเพลง จะได้เติมรูปลงไปได้ ลูกค้าก็ยินยอม พอทำเสร็จซักพัก ลูกค้าก็มารับไป เวลาประมาณ 19.00 ผมจะปิดร้าน ลูกค้าคนที่เป็นนกต่อก็มาพร้อมกับทีมงาน(มันบอกว่าแกรมมี่) และตำรวจสายสืบ แจ้งข้อหาผมว่าละเมิด ทำซ้ำ ดัดแปลง เพลงลิขสิทธิ์เพื่อใช้ประโยชน์ทางการค้า โดยเข้าตรวจลิ้นชักเงินและคอมพิวเตอร์ของผม โดยในลิ้นชักก็จะมีแบงค์ร้อยสองใบที่นังนกต่อมันจ่ายมาให้ ส่วนคอมผมจะมีเพลงที่ผมชอบใส่ไว้อยู่แล้วเพื่อเอาไว้ฟังเพลงภายในร้าน พอมันเจอก็ถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วพาผมไปโรงพักเพื่อจะรีดเอาตังค์ 30000 ผมโทรไปปรึกษาเพื่อนที่เป็นทนาย เค้าก็บอกให้ตอบปฏิเสธ ขอให้การในชั้นศาล ผมก็ทำตาม ทางร้อยเวรแจ้งว่าต้องมีค่าประกันตัว เป็นเงินสด 100000 บาท หรือโฉนดที่ดินที่ตีราคาไม่ต่ำกว่า 300000 บาท ผมก็โทรเรียกคุณพ่อเอามาให้ พอร้อยเวรเห็นว่าพ่อผมเป็นหัวคะแนนของ ส.ส. ท้องถิ่นบางคน มันก็เลยบอกว่าไม่ต้องประกัน เดี๋ยวมันจะอำนวยความสะดวกให้ แล้วมันก็ให้ทางพวกลิขสิทธิ์แจ้งรายละเอียดและหลักฐาน โดยมี 1.การ์ด T-Flash 2.ชุดคอมพิวเตอร์ของผมซึ่งถ้าเปิดดูไฟล์ ก็จะเจอเพลงMp3 ที่ผมใช้ฟัง 3.เงิน 200 บาทที่ได้จากลิ้นชักเงิน 4.กระดาษโพยที่เขียนชื่อเพลง โดยเป็นรายมือของนังนกต่อเอง โดยมันแอบทิ้งไว้ที่หน้าตู้ จากนั้นก็ให้กลับไป เพื่อนผมแนะนำให้แจ้งความกลับ แต่พ่อผมบอกไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ให้ไปเจอกันชั้นศาล หลังจากนั้น เวลาก็ผ่านไปเกือบปี 1/10/49 ร้อยเวรถึงแจ้งว่าให้มารายงานตัว โดยให้ไปที่ศาลจังหวัดนครราชสีมา เพื่อพบกับอัยการและคู่กรณี โดยนัดขึ้นศาลวันแรก 5/04/50 ผมไปตามนัด แต่คู่กรณีไม่โผล่หัว จากนั้น ก็นัดอีกสองครั้งคือวันที่ 21/9/50 และ 10/10/50 ทางโจทย์ก็ยังไม่มาอีก ศาลจังหวัดจึงโอนเรื่องไปที่ศาลทรัพย์สินฯ ที่กรุงเทพ ซึ่งก็นัดขึ้นศาลเพื่อสืบพยานอีกสามครั้งคือ 11/11/50 , 22/1/51 , 12/2/51 โดยมันก็ไม่มาอีก โดยทุกครั้งผมก็ไปแสดงตัวตลอด โดยครั้งสุดท้าย วันที่ 21/04/51 ผมก็ไปที่ศาลทรัพย์สินอีก คราวนี้อัยการแจ้งว่าติดต่อโจทย์คู่กรณีได้แล้ว แต่ทางโจทย์ไม่ต้องการที่จะมาให้การ (กรรม....เอาไงเหวย) โดยคู่กรณีตอนนี้จะเป็นบริษัทแกรมมี่แทน ส่วนทางตัวโจทย์นั้นได้ลาออกมาแล้วย้ายกลับไปอยู่ที่พิษณุโลก ศาลจึงอนุญาตให้ทางอัยการส่งเรื่องไปนำสืบที่ศาลพิษณุโลกอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 22/7/51 ถ้าโจทย์ยังไม่มาให้การ ให้นัดขึ้นฟังคำตัดสิน ในวันที่ 20-22/02/52 (T-T) สรุปนับตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันที่ผมพิมพ์ อีก 11 วันก็จะ 3 ปีพอดี มานั้งคิดค่าใช้จ่ายวิ่งไปมาโคราช-กรุงเทพก็น่าจะหมดไม่ต่ำกว่าสามหมื่นแล้วครับ (รวมค่าทนายด้วย) มาคิดเล่นๆ ว่าถ้าตอนนั้นยอมความ จ่ายให้มันเลยสามหมื่น แลกกับคอมที่ได้คืนกับเวลาที่เราต้องเสียไป เอาไปทำมาหากินในช่วงสามปี คงได้เงินกลับมาคืนมากกว่านี้ ผมไม่ได้ชื้นำใครนะครับ แต่ผมประสบมาเอง แล้วให้ไว้เป็นข้อคิดกับทุกคนว่า
1.ถ้าพวกที่มามีคนน้อย (น้อยกว่าสามคน) ไม่มีหมายค้น เชิญมาข้างใน ปิดร้านหาพวกกระทืบมันเลยครับ
2.ถ้าต้องไปโรงพัก พยายามอย่าให้มันเอาคอมเราไป หรือถ้ามันได้คอมไปให้ต่อรองราคา ก็ลองต่อดูครับ ถ้าได้น้อยกว่าสองหมื่น ให้จ่ายล้างซวยไปเหอะ มัวไปเสียเวลาสามปีแบบผมไม่คุ้มอะ
3.ถ้าไม่มีตังจ่าย ให้บอกมันเลยว่าเจอกันชั้นศาล หาคนมาประกันตัวออกไปด้วย
4.พอถึงชั้นศาล ให้รับสารภาพไปเลยครับ ศาลจะดูที่ตัวจำนวนเงินที่ก่อไว้ แ
ล้วปรับเงินเรา ยึดคอมเรา โดนรอลงบทกำหนดโทษ (ดีกว่ารอลงอาญาครับ)
ดีกว่าให้การปฎิเสธแล้วสู้กันชั้นศาล เพราะเสียเวลามาก แต่ถ้าใครว่างๆ จะลองสู้ดูแบบผมก็ได้ครับ เสียเวลา เสียค่าเดินทาง เสียค่าทนาย T-T

จากคุณ : หมีแพนด้าน้อย - [ 5 มิ.ย. 51 19:46:58 A:125.26.87.48 X: ]
ความคิดเห็นที่ 23

ใครก็ได้ช่วยผมด้วย ที่บ้านขายเสื้อผ้านักเรียนและกระเป๋า
มันมาหาเรื่อง ดังนี้
ผมชื่อ สุทธิโรจน์ ชิโนวรรณ
เกิดเหตุวันที่ 7 พ.ค. 2551
ขณะนี้รอหมายเรียกศาลเรียกอยู่ นะครับ

ผมขายของที่ร้านค้า เสียภาษีถูกต้องตามกฏหมาย
มีคนมาล่อซื้อกระเป๋าอนุบาลราคา 99 บาท วันที่ 7 พ.ค. 51
โดยที่มีลายศิลป์การ์ตูนมดเอ็กซ์3ตัว อยู่ด้านหน้า
หลังจากมาล่อซื้อแล้ว ก็ออกจากร้าน แล้วมีตำรวจกับพวกเข้ามาแล้วบอกว่าคุณละเมิดลิขสิทธิ์
โดยมีหนังสือมอบอำนาจช่วง และบัตรประชาชนแสดง พร้อมตำรวจ นายดาบ 2นาย แล้วเข้าค้นทั้งร้านโดยคนค้นคือพวกที่ตามมาไม่ใช่ตำรวจ
ค้นได้ของที่วางซ้อนอยู่ในกล่องกระเป๋ายังไม่ได้วางโชว์ให้เห็นโดยดูจากสายตา แต่อยู่ในกล่องซึ่งเรียงขึ้นมาเป็นตั้งโดยยังไม่เอาออกมาจากถุงกระเป๋าแบนอยู่
ก็โดนลื้อจากกลุ่มบุคคนโดนผมห้ามปรามแล้วแต่ไม่ยอมหยุดค้น
สุดท้ายก็มีกระเป๋าอีก 6 ใบที่มีลายการ์ตูนรวมกับล่อซื้ออีก1ใบเป็น 7 ใบ
แล้วตำรวจก็เชิญไปโรงพักแล้วก็โดนกลุ่มคนที่นำจับมาบอกว่าต้องจ่ายยอมความ 50000บาท และถ้าไม่ทำก็ต้องติดคุกแน่ และถ้าฟ้องศาลก็ปรับเป็นแสนแต่ถ้ายอมความจะไม่มีประวัติ ผมตัดสินใจว่าไปตายเอาดาบหน้า
ก็เลยขอขึ้นศาล แต่พวกมันบอกว่าให้เซ็นเอกสาร1แผ่นยอมว่าจับโดยสุภาพและละเมิดจริงโดยที่ผมทั้งกลัวและตำรวจไม่แนะนำอะไร จะพูดบอกอะไรก็ไม่เคยบอกแต่ว่ามันจะคุ้มกันหรือ ที่ผมจะขึ้นศาล ก็ต้องทำยังไงเงินไม่มี
ต่อไปผมก็รอคนมาประกันตัว ทางที่บ้านก็หาคนมาประกันตัวให้
ขณะที่กำลังหาอะไรมาประกันตัวพวกมันบอกว่าจะต้องหาหลักทรัพย์เงินสด 1แสนบาทมาประกันคัว หรือไม่ก็ต้องเป็นที่ดินที่มีการประเมินแล้ว ถ้ายังไม่ประเมินก็ต้องรอการประเมิน 7วัน ถ้าเป็นนักการเมืองท้องถิ่นไม่สามารถประกันตัวได้ และไม่สนใจจะทำการให้ประกันตัว ผมรอเวลาจนกว่าพวกมันจะกลับแล้วค่อยให้คนมาประกันตัว
สุดท้ายใช้ระยะเวลาที่โดนจับ จาก 16.30 กลับบ้าน 3ทุ่มครึ่ง21.30 น.
เป็นเวลา 5 ชั่วโมง มากไปไหม ตำรวจนั่งไม่ทำงาน สักอย่าง
ผมขอความช่วยเหลือว่า
1.ผมจะถูกปรับเท่าไหร่ และมีโทษติดตัวหรือไม่
2.เวลาขึ้นศาลจะพูดอย่างไรเพราะผมไม่รู้จริงๆที่กระทำของผมก็ไม่ได้สั่งเอง
สินค้าก็ไม่ได้เลือกเองบอกว่าให้ส่งสินค้าราคาถูกเอาคละลายมาโดยที่ไม่ได้สั่งเอง แล้วเขาส่งมาเราก็ไม่ได้ดูลายแต่เช็คแค่จำนวนให้ถูกต้องเท่านั้น
ถึงแม้จะดูก็ไม่ทราบเลยว่าละเมิดได้อย่างไร ไม่รู้จริงๆ
3.พวกที่มาจับสามารถปลอมเอกสารมอบอำนาจช่วงได้หรือไม่
เห็นถ่ายเอกสารแล้วเอาอากรแสตมป์ปิดใบขึ้นทะเบียนไว้
เขาได้ขึ้นทะเบียนที่กองลิขสิทธิ์ จริงหรือไม่
บริษัทที ไอ จี เอ จำกัด ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
4.เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นคนประเทศญี่ปุ่น มอบลิขสิทธิ์การ์ตูนมดเอ็กซ์ให้บริษัท ที ไอ จี เอ จำกัด แล้วมอบอำนาจในการจับกุม จับให้เกิดค่ายอมความหรือไม่
พูดง่ายๆคือ มีอำนาจจับจากการมอบอำนาจในลิขสิทธิ์ตัวนี้ด้วยหรือไม่
ขอบอกแนวทางในการต่อสู้ดี หรือ ยอมความดีในชั้นศาล
ป.ล.ร้านค้าแถวนั้นโดนเป็น 10 ร้าน ส่วนใหญ่จะจ่าย150000บาท บางร้านก็ 10000บาท ผมไม่มี เลยขอติดคุกแทนได้ไหม
5.ผมควรต่อสู้หรื่อยอมความดีครับ
กราบขอบพระคุณทุกท่านช่วยทำบุญด้วยปัญญาให้ด้วยนะครับ

ผู้รับมอบอำนาจ นายภาวี รติภูมิ พร้อมพวกนำจับ
ใครก็ได้ช่วยดูสถานะภาพของตัวแทนรับมอบอำนาจ ที่ขึ้นทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา

สุทธิโรจน์ 0815711293 หรือ 032-401272 เมล์ thaiply@thaimail.com

จากคุณ : สุทธิ์โรจน์ - [ 1 มิ.ย. 51 16:29:47 A:118.174.34.164 X: TicketID:013346 ]

ผู้ถาม : เนติ
ส่งคำถามเมื่อ : วัน พุธ ที่ 19 สิงหาคม 2552   เวลา 20 นาฬิกา 29 นาที