คำถาม : ความรุนแรงในประเทศไทย 35 ปี ของความทรงจำ
รายละเอียด : -เพื่อความต่อเนื่อง ผมขอเรียบเยงใหม่แล้วกัน
-ผมพิมพ์ไว้ แล้วค่อยโพสต์ครับ
-ความรุนแรงของประเทศไทย 35 ปี ในความทรงจำของผม
-ความรุนแรงของประเทศไทย 35 ปีที่ผมจำได้ เกิดขึ้นหลายครั้งครับ
ผมคิดว่าถ้าเราไม่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประเทศอาจมีความรุนแรงมากกว่านี้ครับ และอาจนำไปสู่การเป็นประเทศล้าหลัง หรือแตกแยกประเทศครับ
-1.เกริ่นนำ เพื่อความเข้าใจเดียวกัน ผมขอแจ้งให้ทุกท่านทราบก่อนครับ
-ผมจะไม่ชี้ว่า ใครผิด หรือใครถูก และผมไม่คิดว่าผู้ใดสามารถบอกได้เช่นกัน ผมจะพยายามใส่ความคิดส่วนตัวให้น้อยที่สุดก็แล้วกัน
-และมีหลายบุคคลที่ผมเอ่ยนาม แต่ผมก็ให้ความเคารพครับ ทุกท่าน ทุกฝ่าย
-อีกอย่างเขียนจากความจำของผมคนเดียว
-และหากผิดพลาดประการใด ผมขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
-ผมไม่ใช่เป็นคนจังหวัดกระบี่ครับ แต่เป็นคนภาคใต้ จบแล้วมาทำงาน ที่กระบี่ เกือบ 30 ปีแล้วครับ
-ผมเรียนหนังสือที่กรุงเทพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย
-จบแล้วผมสอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย + คณะที่มีการนิยมชมชอบมากที่สุด
-2.สมัย 14 ตุลา 2516
-ผมเรียนหนังสือที่กรุงเทพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
-เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นความรุนแรง
-ก่อนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 นายกรัฐมนตรีของประเทศ คือ จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย จอมพลประภาส จารุเสถียร เป็นผู้บัญชาการทหารบก
-คุณธีรยุทธ์ บุญมี นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬา ตอนนั้นน่าจะเป็นปีที่ 4 (เป็นคนที่สอบได้เป็นที่ 1มัธยมศึกษาปีที่ 5 ของประเทศไทย) เป็นนายกสโมสรนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ได้นำนักศึกษาประท้วงสินค้าญี่ปุ่น โดยนำนักศึกษาไปประท้วงที่ห้างที่ญี่ปุ่นเป็นหุ้นส่วนใหญ่ คือห้างไทยไดมารู ปัจจุบันไม่ทราบว่าโดนทุบทิ้งแล้วทำเป็นอะไร
-นายกสโมสรนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ตอนที่เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ผมจำไม่ได้แน่ชัด น่าจะเป็น ศาสตราจารย์ สมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ ( สถาบันนิด้าปัจจุบัน )
-คุณก้านยาว โด่งดังมาก ( รมต.ประพัฒน์ สมัยคุณทักษิณ เป็นนายกสมัยแรก
ตอนนี้เป็นสมาชิก+คณะกรรมการบริหารพรรคชาติไทย) ถือไม้ต่อหน้ารถถัง
-เดชะบุญของประเทศไทย พลเอก กฤษณ์ สีวะรา ตอนนั้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ไม่ยอม จอมพลถนอม กิตติขจร + จอมพลประภาส จารุเสถียร ( ผู้บัญชาการทหารบกขณะนั้น เป็นดองกับจอมพลถนอม กิตติขจร + พันเอกณรงค์ กิตติขจรลูกชายจอมพลถนอม กิตติขจร แต่งงานกับลูกสาวจอมพลประภาส จารุเสถียร ท่านเขียนสารคดีเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
ผมมีโอกาสอ่านหลายตอน ลงในนิตยสารรายสัปดาห์ เกี่ยวกับผู้หญิงนี่แหละ ผมชอบอ่านมากครับตอนวัยรุ่น ท่านรักลูกมาก จะเขียนในนามลูก ชื่อก้อง+ .....) ทั้ง 3 คน จึงต้องออกนอกประเทศไทย
-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้ ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ (อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาท่านเป็นประธานองคมนตรี ก่อนจะถึงแก่กรรม) ท่านเป็นคนซื่อสัตย์ และพอเพียงมาก จึงเป็นที่มาของ " นายกพระราชทาน "
-และมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่
-ยุคต่อมา เป็นยุคประชาธิปไตยเฟื่องฟู เป็นยุคแห่งการใช้ประชาธิไตยที่ฟุ่มเฟือย มีการจัดตั้งสหภาพแรงงานแห่งประเทศไทย มีการประท้วงขึ้นค่าแรงบ่อยครั้ง ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ประมาณ 1 ปี มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เสร็จ แล้วมีการเลือกตั้ง ท่าน มรว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อมา (ได้เสียงข้างมาก ฉายาท่านคือ "ฤๅษีเลี้ยงลิง" ตอนนั้นท่านวีระ มุสิกพงษ์ เป็น สส.พัทลุง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ )
-สมัยนั้นมีการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่แนวสังคมนิยม ( พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย พอ.สมคิด ศรีสังคมเป็นหัวหน้าพรรค , พรรคแนวร่วมสังคมนิยมแห่งประเทศไทย มีคุณแคล้ว นรปติเป็นหัวหน้าพรรค) มีการประท้วงขึ้นค่าแรงบ่อยครั้ง + การประท้วงอื่นอีกหายครั้ง จนมีการจัดตั้งขบวนการขวาพิฆาตซ้าย มีการฆาตกรรมเกิดขึ้นหลายครั้ง (สมัยนั้น ประเทศจีนปกครองโดยเหมาเจ๋าตุง โลกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน)
-มีหนังสือพิมพ์แนวขวาจัด มีคุณกะแช่เป็นหัวหอก
-มีหนังสือแนวสังคมนิยม เช่น อาทิตย์รายสัปดาห์
-มีความแตกแยกที่ชัดเจนเป็นครั้งแรกที่ผมประสบมา
-3.ยุค 6 ตุลาคม 2519
-ในที่สุดมีการปฏิวัติเกิดขึ้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2519 โดย พลเอกเรือสงัด ชลออยู่ ( ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ) เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ + พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์เป็น ( เลขาธิการทหารสูงสุด ) เป็นเลขาธิการคณะปฏิวัติ
-มีการจัดตั้งกลุ่มกระทิงแดง โดย พันเอกสุดสาย เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา
-มีการแต่งเพลงหนักแผ่นดิน ขับร้องโดยคุณสันติ ลุนเผ่ เปิดทุกวันที่สถานีวิทยุยานเกราะ โดยมีพันเอกอุทาร สนิทวงศ์ เป็นนายสถานีวิทยุ
-แล้วแต่งตั้ง ท่านธานินทร์ กรัยวิเชียร ประธานศาลฎีกาขณะนั้น เป็นนายกรัฐมนตรี ( ปัจจุบันเป็นองคมนตรี ) มีคุณสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
-สมัยนั้นเรียกรัฐบาลหอย (มีคณะปฏิวัติ คอยเป็นเกราะคุ้มครองให้ )
-ขณะนั้นผมเป็นนักศึกษาปีที่ 2 ใน กทม.
-เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นความรุนแรงที่สุดที่ผมเคยเห็นมา ( ผมเห็นกับตาตัวเอง ผมเช่าบ้านอยู่กับพี่ชายที่บางยี่ขัน เป็นทางผ่านที่ผมต้องเดินทางกลับบ้าน ผมก็สพายเป้ แต่พอถึงสนามหลวง ผมพับเป้ใส่กระเป๋า เพราะนอกมหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ เป็นกลุ่มคนอีกกลุ่ม ในขณะที่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ มีการประท้วงโดยนักศึกษา พี่ชายผมก็อยู่ในธรรมศาตร์ แต่เดชะบุญ พี่ชายผมออกมาประมาณตอนเที่ยงคืนก่อนมีการปฏิวัติ ญาติผมที่เป็นผู้หญิงก็ติดอยู่ในธรรมศาตร์) ทหารที่บุกเข้าไปในธรรมศาตร์ บังคัให้ถอดเสื้อออกทุกคน ผู้หญิงเหลือแต่ยกทรง ( อันนี้จากโทรทัศน์ ตอนที่ผมกลับมาที่บ้านแล้ว )
-มีการเผาคนตายกันกลางถนนราชดำเนินโดยใช้ยางรถยนต์สุม แล้วเอาคนที่โดนตีตายวางไว้บนแล้วจุดไฟเผา
-มีการลากศพคนตายจากด้านหนึ่งของสนามหลวงไปอีกด้านหนึ่ง
-มีการแขวนคนตายบนต้นมะขาม
-ผมยังต้องตกใจ + เมินหน้าหนี แล้วรีบกลับบ้าน โดยข้ามเรือที่ท่าพระอาทิตย์ เพราะเกรงว่าจะโดนจับได้ว่าเป็นนิสิตนักศึกษา
-สมัยนั้นจึงมีนักศึกษาหนีเข้าป่ากันมากมาย รวมทั้งคุณจาตุรนต์ ฉายแสง
ซึ่งสมัยนั้นเป็นนักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
( เป็นลูกคุณอนันต์ ฉายแสง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ )
( ผมอายุอ่อนกว่าคุณจาตุรนต์ ฉายแสง 1 ปี ) คุณสุธรรม แสงประทุม,คุณอดิษร เพียงเกษ คุณเสาวณีย์ ลิมมานนท์ และอื่น ๆ อีกหลายคน ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน
-ต่อมาท่านธานินทร์ กรัยวิเชียร ลาออก หรือมีการเลือกตั้ง จำไม่ได้แน่ชัด
-หลังจากนั้น ท่านพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อมา ( เจ้าของฉายา " นายกบรั่นดี + แกงเขียวหวาน " )
-ตอนหลังมีการอภิปราย จนท่านพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ลาออก
-ท่านประธานองคมนตรีคนปัจจุบัน พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ตอนนั้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้รับเชิญโดยพรรคการเมืองต่าง ๆ เพื่อมาแก้สถาณการณ์ของบ้านเมือง ( รัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทย ฉบับนั้นไม่ได้ระบุว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง )
-ระหว่างที่ท่านดำรงตำแหน่งมีการออกนโยบายเกี่ยวกับปัญหาผู้ที่หลบหนีเข้าป่า + นโยบาย 3 จังหวัดภาคใต้
-จากการติดตามข่าวคนที่เป็นกำลังสำคัญคือ พลโทชวลิต ยงใจยุทธ เจ้ากรมยุทธการทหารบก ( ยศและตำแหน่งในขณะนั้น)
-จึงมีนักศึกษาที่หนีเข้าป่า หรือถ้ามีตังก็ไปเรียนต่างประเทศ เช่นคุณ จาตุรนต์ ฉายแสง ไปเรียนต่อที่อเมริกา จบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ คุณจิรนันต์ พิตรปรีชา ( ตอนนี้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ) เป็นต้น กลับมามากมาย
-มีการก่อการกบฏ 2ครั้ง โดย พันเอกมนูญ รูปขจร และทหารยังเติร์ก ( จปร 7 ) ( เมษาฮาวาย )
โดยแต่งตั้ง พลอก ฉลาด หิรัญศิริ รองผู้บัญชาการทหารบกเป็นหัวหน้า
ครั้งนั้นแม่ทัพภาคที่1 หรือผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์โดนยิงตาย 1 คน เพราะไม่ให้ความร่วมมือ
-ต่อมา พลอก ฉลาด หิรัญศิริ โดนตัดสินประหารชีวิต
-โดยความร่วมมือของพลโทอาทิตย์ กำลังเอก ท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ + ขณะนั้น ท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ควบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกด้วย อีกตำแหน่งหนึ่ง พาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว + ราชวงศ์ หนีไปที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วปราบกบฏ ( ก็ปฏิวัตินั่นแหละ แต่ถ้าไม่สำเร็จ ก็เป็นกบฏ )
-ภายหลัง ท่านพลโทอาทิตย์ กำลังเอก ก็ได้เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ,รองผู้บัญชาการทหารบก, แล้วได้เป็นเป็นผู้บัญชาการทหารบก ควบผู้บัญชาการทหารสูงสุด ภายในะยะเวลา ประมาณ 3 ปี เป็นการปูนบำเหน็จ
-อีกครั้ง พันเอกมนูญ รูปขจร และทหารยังเติร์ก ( จปร 7 )
เชิญพลเอกสัณห์ จิตปฏิมา รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ แต่ไม่สำเร็จ
- มีการประท้วงเรื่องการควบ 2 ตำแหน่ง และการต่ออายุราชการของท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
- ต่อมาท่านไม่ต่ออายุราชการ และแต่งตั้งท่านพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก เป็นผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารสูงสุด
- ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ในระหว่างนั้น ก็มีการปรับคณะรัฐมนตรี และเปลี่ยนพรรคร่วมรัฐบาลหลายครั้ง
- มีภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประกาศลดค่าเงินบาท โดยรู้กันไม่กี่คน ท่านพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ซึ่งอยู่ต่างประเทศไม่พอใจมาก ( ไม่พอใจมาบ้างแล้ว ) เตรียมการปฏิวัติ
-ท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ก็มีคำสั่งให้ท่านพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดตำแหน่งเดียว
-ขณะนั้นควบ 2 ตำแหน่ง + ผู้บัญชาการทหารบก แล้วแต่งตั้ง พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เสนาธิการทหารบก ในขณะนั้น
เป็นผู้บัญชาการทหารบก
-ต่อมาท่านประกาศยุบสภา เลือกตั้งใหม่ พรรคชาติไทย รวบรวมได้เสียงข้างมากในสภา ได้ขอให้ท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่ท่านปฏิเสธ โดยบอกว่าท่านพอแล้ว เป็นวลีที่ติดอันดับอีกอันหนึ่ง " ผมพอแล้ว"
-ท่านพลจัตวาชาติชาย ชุณหวัณ ก็เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อมา โดยฝีมือของท่านบรรหาร ศิลปอาชา เลขาธิการพรรคชาติไทย ในขณะนั้น
และท่านบรรหาร ศิลปอาชา ได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เป็นการตอบแทน
4.ยุคพฤษภาทมิฬ 2535
-ท่านพลจัตวาชาติชาย ชุณหวัณ บริหารแผ่นดิน มีโครงการเกิดขึ้นมากมาย เศรษฐกิจเฟื่องฟู
-เจ้าของวลีเด็ด " เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า "
-และเจ้าของความคิด เซาเทิร์นซีบอร์ด
- หลังจากบริหาร ประมาณ 2 ปี หนังสือพิมพ์ พากันขุดคุ้ย ว่ามีการคอรัปชั่นเกิดขึ้นมาก ( เท็จจริงประการใด ผมไม่ทราบจริง ๆ )
- ท่านพลเอกสุจินดา คราประยูร ผู้บัญวาการทหารบก ในขณะนั้นประกาศว่า ( ข่าว ) ถ้ามีไปรษณียบัตรครบ 1 ล้านฉบับ ท่านจะปฏิวัติ
- ไม่นานก็มีการปฏิวัติเกิดขึ้น โดยให้พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ แต่แท้จริงแล้ว ท่านพลเอกสุจินดา คราประยูร หัวหน้าคณะทหาร 0143 เป็นคนปฏิวัติ
- แล้วยกเลิกรัฐธรรมนูญ เชิญท่านอานันท์ ปัญญารชุณ ( เอกอัครราชทูต ประจำสหรัฐอเมริกา) เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 1
- ท่านนายอานันท์ ปัญญารชุณ บริหารได้รับชื่อเสียงมาก มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ แล้วเสร็จ จึงมีการเลือกตั้งใหม่ พรรคสามัคคีธรรม โดย นายณรงค์ วงศ์วรรณ ได้เสียงข้างมากในสภา ได้มีการขอให้พลเอกสุจินดา คราประยูร ผู้บัญวาการทหารบก เป็นนายกรัฐมนตรี ( มีวลีของท่านพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ " สุไม่เอา ให้เต้" บิ๊กเต้ = พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล ผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อนรักพลเอกสุจินดา คราประยูร นายทหาร 0143 รุ่นเดียวกัน
-มีการประท้วงเกิดขึ้น หลังจากแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีได้ไม่เกิน 20 วัน นำโดยพลตรีจำลอง ศรีเมือง
( เรียกม็อบมือถือ เพราะผู้ที่เข้าร่วมประท้วงเป็นชนชั้นกลาง ไม่ใช่นักศึกษา) ฝ่ายการเมืองมีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธสนับสนุน ( ตอนนั้นลาออกจากตำแหน่งผู้บัญวาการทหารบก เพื่อมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ความหวังใหม่ )
-ทหารนำกำลังเข้าสลายการชุมนุม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และโรงแรมรัตนโกสินทร์ ( ขณะนั้น ผมทำงานที่อ่าวลึกแล้ว )
-ดูแต่ข่าวจากโทรทัศน์ ท่านพลตรีจำลอง ศรีเมือง โดนทหารจับตัวไป แต่การประท้วงก็ยังเกิดขึ้นทั่วไป ( สองในนั้น คือ คุณจตุพร พรหมพรรณ + คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง โฆษกรัฐบาลคนปัจจุบันร่วมก่อการประท้วงด้วย )
-โดยการไกล่เกลี่ยของประธานองคมนตรี ท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้นำทั้งท่านพลตรีจำลอง ศรีเมือง + พลเอกสุจินดา คราประยูร และ เข้าเฝ้าในหลวง
-ท่านตรัสว่า " ไม่มีผู้ใดเป็นผู้ชนะ ถึงจะชนะ ก็ชนะบนทรากปรักหักพัง มีแต่ผู้แพ้ ผู้แพ้คือประเทศไทย "
-พลเอกสุจินดา คราประยูร จึงยอมประกาศลาออกจากนายกรัฐมนตรี
-พรรคสามัคคีธรรม แกนนำพรรคเสียงข้างมาก จึงต้องหานายกใหม่ นายณรงค์ วงศ์วรรณ หัวหน้าพรรคสามัคคีธรรมนั้น ทางการสหรัฐไม่ยอมรับ เนื่องจากติดปัญหายาเสพติด พรรคสามัคคีธรรม จึงเตรียมการเสนอให้ พลอากาศเอก สมบุญ ระหงส์ (รู้สึกจะเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทย ในขณะนั้นแทน ) เป็นนายกรัฐมนตรี แต่นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวหน้า ประธานสภา ได้นำเสนอชื่อ นายอานันท์ ปัญญารชุณ แทน และได้รับโปรดเกล้าเป็นนากรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ทำให้พลอากาศเอก สมบุญ ระหงส์ ซึ่งเตรียมการรับสนองพระบรมราชโองการเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องแต่งตัวเก้อ
--เลือกตั้งครั้งต่อมา ท่านชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรี + มีท่านพลตรีจำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรม เข้าร่วมด้วย ต่อมาพรรคพลังธรรมออกจากการเข้าร่วมรัฐบาล ท่านชวน หลีกภัยประกาศยุบสภา
-มีการเลือกตั้งใหม่ ท่านพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่เป็นนายกรัฐมนตรี + มีท่านพลตรีจำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรม เข้าร่วมด้วย ท่านพลตรีจำลอง ศรีเมือง ได้ชักนำท่าน พตท.ทักษิณ ชิณวัตร ซึ่งกำลังประสบความสำเร็จด้านธุรกิจ เข้ามาทำงานในโควต้าพรรคพลังธรรม ต่อมาท่าน พตท.ทักษิณ ชิณวัตร ได้เป็น รมต.ต่างประเทศ
-ต่อมาเศรษกิจล้มละลาย ( ต้มยำกุ้ง ) บริษัทบริหารสินทรัพย์ และหลักทรัพย์ และบริษัทประกันภัยหลายแห่งปิดตัวลง มีการประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ( ตอนนี้มีการกล่าวกันว่า ท่านพตท.ทักษิณ ชิณวัตร รู้ล่วงหน้าด้วย จึงสามารถทำกำไรได้มากมาย แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจน )
-ท่านพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประกาศลาออก ท่านชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 นำประเทศไทยเข้าโครงการไอเอ็มเอฟ
-เลือกตั้งครั้งต่อมา พรรคชาติไทยได้เป็นแกนนำรัฐบาล มีท่านบรรหารศิลปอาชาเป็นนายกรัฐมนตรี
-มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยมีการแต่งตั้ง สสร.เพื่อร่างรัฐธรรมนูญ ประธานคือท่านอุทัย พิมพ์ใจชน
( รัฐธรรมนูญ ฉบับ 2540 )
-ระหว่างนั้น ท่านพตท.ทักษิณ ชิณวัตร ลาออกจากพรรคพลังธรรม เพื่อมาตั้งพรรคไทยรักไทย และได้รวบรวมสมาชิกพรรคต่าง ๆ ไว้มากมาย
-พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง ท่านพตท.ทักษิณ ชิณวัตรได้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านสามารถปลดหนี้ไอเอ็มเอฟ ภายในระยะเวลาอันสั้น
-ต่อจากนี้ทุกท่านก็ทราบกันดีอยู่แล้ว
-อนึ่ง ความบาดหมางระหว่างท่านสนธิ ลิ้มทองกุล กับ ท่านพตท.ทักษิณ ชิณวัตร ผมไม่ทราบข้อเท็จจริง
-วิจารณ์
-ผมยอมรับในความซื่อสัตย์ ของ พณ.ท่านศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์, พณ.ท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
-ผมยอมรับในผลงานของ พณ.ท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
-ผมยอมรับในความฉลาดของ พณ.ท่านพตท.ทักษิณ ชิณวัตร
-สุดท้าย ผมรักและเทอดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากที่สุด ไม่ว่าใครจะถูกหรือผิด
-อีกอันหนึ่ง คำตรัสของท่านสมเด็จพระบรมราชกุารี สมเด็จพระเทพ They do things for themselves + Do your duties the best ( ในทำนองนี้ ) ซึ่งผมคิดว่าน่าจะลดความแตกแยกในชาติได้
-ผมได้แต่หวังว่าประชาชนทุกท่าน ทุกฝ่ายคิดถึงประเทศชาติ และองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลดฐิฑิตัวเอง ช่วยหันหน้ามาคุยกัน เจรจากันครับ
-รักและเทอดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก เช่นเดียวกันกับความรักประเทศไทยของผมครับ
ผู้ถาม : AoLuek
ส่งคำถามเมื่อ : วัน ศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 2551 เวลา 0 นาฬิกา 44 นาที
คำตอบที่ 2
รายละเอียด : -อีกท่านที่ผมขอเอ่ยนามอีกครั้ง
-ท่านพลตรีจำลอง ศรีเมือง ผมเชื่อในความสุจริต และความสุจริตใจของท่าน นิยมชมชอบในความพยายาม ความขยัน ความแน่วแน่ ของท่าน
-คนเราถ้ามีความพอเพียงแล้ว กิเลสก็น้อยลง ผมเชื่อของผมครับ
-ผมรวบรวมจากที่ผมเห็น อ่านจากทุกฝ่าย
-พันทิพย์ฝราชดำเนิน, ฟ้าใส ,ผู้จัดการ
-ถ้าไม่ทราบว่า จะหาอ่านได้อย่างไร http://www.google.co.th
แล้วพิมพ์ แล้ว Serch ครับ
-ขอบคุณครับ
-ต้องขออภัยสำหรับคนที่เบื่อการเมืองครับ ผมก็เบื่อมากครับ เพียงแต่อยากระบาย + ให้ความรู้กับคนที่ชอบมั่วแต่การเมืองครับ มันเป็นเรื่องของอำนาจครับ
ผู้ตอบ : จขกท
ส่งคำตอบเมื่อ : วันศุกร์ 21 พฤศจิกายน 2551 เวลา 6 นาฬิกา 56 นาที
คำตอบที่ 3
รายละเอียด : อืม!!!ผมก็ได้เพิ่มมาอีกหน่อยนึงครับ จากที่รูมาบ้าง ขอบคุณมากคร้าบ
ผู้ตอบ : เสื้อกล้าม
ส่งคำตอบเมื่อ : วันศุกร์ 21 พฤศจิกายน 2551 เวลา 9 นาฬิกา 48 นาที
คำตอบที่ 4
รายละเอียด : ดูจากการโพส เหมือน กับ จะสื่ออะไรให้ กับ คนอ่าน
แต่ไม่กล้าที่จะนำเสนอแบบตัวตรง แต่กลับค่อยๆ
เหมือนไม่อยากให้ เป็นการกวนน้ำขุ่นทั้งสองฝั่ง
เอา ละ อ่านแล้วไม่ค่อยได้อะไร สำหรับ ภาวะ เหตุสถาน
การณ์ ณ ปัจจุบัน แต่ ผม เชื่อว่า จขกท มี ความรู้ ด้านการเมือง
และชอบ ติดตามการเมือง มาก เพื่อให้ มีผลต่อ สถานการณ์ บ้านเมืองในปัจจุบัน ผม ขอ ให้ พูดถึง การเมืองกับ ปัญหาชายแดนใต้
การท่องเที่ยว เศษรฐกิจ สังคม อาญกรรม ยาเสพติด จะโยงอดีต
ก็ได้ แต่ขอรวบรัดกระชับ (นั้นต่างหากที่มีผลต่อผุ้คนในสังคมทั้งรุ่นเรา และ รุ่นลูกหลานวันข้างหน้า)
ผู้ตอบ : ยึดกติกา
ส่งคำตอบเมื่อ : วันศุกร์ 21 พฤศจิกายน 2551 เวลา 13 นาฬิกา 50 นาที
คำตอบที่ 5
รายละเอียด : คือสรุปแล้วคุณยึดกติกาแก่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัณกับข้อความทีคุณจขกทหรือคุณAoLuek. อธิบายให้ความรู้ที่น่าจะเรียกได้ว่าดีทีเดียวคือเอาความจริงมาพูดกัน ตรงไปตรงมา ไม่ต้องอ้อมค้อม ไม่เลือกข้าง.แต่ก็ไม่สบอารมณ์ของคุณยึดกติกาอยู่ดีนั้นแหละ.(คือพอเจอผู้รู้จริงก็เฉไฉไปแบบน้ำขุ่นๆๆ. อย่าไปให้ราคากับตนพรรณนั้นเลย. ห่วยแตก.)
ผู้ตอบ : ตนริมเล
ส่งคำตอบเมื่อ : วันเสาร์ 22 พฤศจิกายน 2551 เวลา 0 นาฬิกา 20 นาที
คำตอบที่ 6
รายละเอียด : -คุณนิรมล ตอบถูกต้องครับ
-นั่นคือความในใจผมที่ผมต้องการจะสื่อครับ ผมไม่เลือกข้างครับ
-ผมไม่มีข้าง ผมมีแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประเทศไทยของผมครับ
-ผมว่าทุกท่านมีส่วนดี ดีในแต่ละสถาณการณ์ครับ เพียงแต่เราเอาความไม่ดีของแต่ละคนมาพูดกัน มาเอาชนะคะคานกันครับ เราไม่ได้เอาประเทศชาติ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่ตั้ง
-เพียงแต่ลดฑิฐิ ลดกิเลสลงมา ผมว่ามันจะดีมากเลย
-โดยเฉพาะใกล้ถึงวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นศูนย์กลางของคนไทยทั้งประเทศ ผมอยากขอร้องให้ทุกฝ่ายหยุด ลดฑิฐิ และ ลดกิเลส ยอมรับสิ่งที่ผิดพลาดไป หันหน้าเข้าหากัน คุยกัน เจรจากัน คนไทยพร้อมที่จะให้อภัย และลืมง่ายครับ เรามาช่วยกันสร้างประเทศ มากกว่าที่จะทะเลาะกันครับ
ขอบคุณครับ
ผู้ตอบ : จขกท
ส่งคำตอบเมื่อ : วันเสาร์ 22 พฤศจิกายน 2551 เวลา 1 นาฬิกา 59 นาที
คำตอบที่ 7
รายละเอียด : -โทษครับ คุณนิรมล = คนริมเลครับ
-คนเราเกิดมา แล้วก็ตาย มันเป็นสัจจธรรมของชีวิต ( เกิด แก่ เจ็บ ตาย ) แล้วเราก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่างครับ เหลือแต่ชื่อ ที่จะจารึกไว้ เพียงแต่คุณจะเลือกในแบบเลวร้าย หรือชื่อเสียงแบบรัฐบุรุษ
-พฤษภกาสร อีกกุญชรยังปลดปลง
-โททนต์สน่งคง สำคัญหมายไนกายมี
-นรชาติติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
-สถิตทั่วแต่ฃั่วดี ประดับไว้ในโลกา
ผู้ตอบ : จขกท
ส่งคำตอบเมื่อ : วันเสาร์ 22 พฤศจิกายน 2551 เวลา 2 นาฬิกา 28 นาที